ธุรกิจภูทับเบิกร้องศูนย์ดำรงธรรมเปลี่ยนคำสั่งปิดถนนขึ้นลงทำนักท่องเที่ยววูบ(ชมคลิป)

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กลุ่มชาวม้งซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่พักรีสอร์ตบนภูทับเบิกและร้านค้าสิ่งของที่ระลึกจำนวนราว 50 คน นำโดยนายยุพราช บัวอินทร์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยอ้างว่าได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดถนนทางขึ้นลงภูทับเบิก ทางหลวงหมายเลข 2331 (โจ๊ะโหวะ-อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า) ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อของจ.เพชรบูรณ์ สาเหตุจากถนนทรุดและอยู่ระหว่างแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ กรมทางหลวง มีแผนจะซ่อมแซม เพื่อความปลอดภัย ทาง พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าพนักงานจราจร ได้มีคำสั่งปิดถนนเส้นทางชั่วคราว โดยให้นักท่องเที่ยวไปใช้เส้นทางบ้านแยง อ.นครไทย แทน

จนทำให้เกิดผลกระทบโดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง และเนื่องจากกำลังเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวทางผู้ประกอบการเกรงจะได้รับผลกระทบในระยะยาว นอกจากนี้ ทางตำรวจ สภ.หล่มเก่า ยังมีการตั้งด่านเพื่อตรวจจับรถยนต์ที่ฝ่าฝืนใช้เส้นทางนี้ขึ้นลงภูทับเบิกทุกวัน แม้จะมีการกำหนดการตั้งด่านก็ตาม แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวถูกจับกุม และเกิดความไม่เข้าใจจนนำไปโพสต์วิจารณ์ลงสื่อโซเชียลจนทำให้เกิดภาพลบต่อแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ทางกลุ่มผู้ประกอบการจึงขอให้ยกเลิกประกาศคำสั่งปิดถนนดังกล่าว หรือหากยกเลิกไม่ได้ก็ขอให้ผ่อนผันโดยการเปิดให้ใช้เส้นทางขึ้นลงภูทับเบิกสาย 2331 ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และขอให้ทางแขวงทางหลวงเร่งรัดซ่อมแซมถนนเส้นนี้ให้เสร็จโดยเร็ว

นายพิเชฐ บางณรงค์ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด, พ.อ.ฐาวิรัตน์ ยางน้อย รอง ผอ.กอ.รมน.เพชรบูรณ์, นายแสงทอง พาแก้ว รอง ผอ.แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ร่วมเจรจากับนายบุพราชและตัวแทนผู้ประกอบการ โดยนายแสงทองกล่าวชี้แจงว่า ขณะนี้การทรุดตัวของถนนเส้นนี้ไม่มีแล้ว ตามแผนงานขณะนี้งบมีเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่การออกแบบซึ่งน่าจะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมนี้ คาดจะใช้ระยะเวลา 6 เดือนในการซ่อมแซมก่อสร้างจุดบริเวณที่ถนนทรุดเสร็จ ส่วนถนนลำลองสายเหมืองแบ่ง-ทับเบิก โดยทางหลวงชนบทรับออกแบบ คาดว่าคงเสร็จสิ้นแล้วและอยู่ระหว่างรองบก่อสร้างเพราะเหลือเส้นทางที่จะเชื่อมต่อเพียง 4 กิโลเมตร เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายยุพราชแจ้งว่า ในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ทางผู้ประกอบการต้องการข้อสรุปว่า ทางจังหวัดจะสามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปลดล็อกหรือยกเลิกประกาศคำสั่งห้ามรถยนต์ทุกชนิดสัญจรผ่านบริเวณถนนทรุดได้หรือไม่ จากนั้นทางกลุ่มผู้ประกอบการได้ยื่นหนังสือต่อนายพิเชฐ และภายหลังเสร็จสิ้นจึงพากันเดินทางกลับโดยทันที

บทความก่อนหน้านี้‘อรรถวิชช์’ ติงไทยนิยมฯ ผ่านบัตรคนจน เอื้อเจ้าสัว ผลาญงบ แนะหักบัตรทิ้งเปลี่ยนมาจ่ายตรง
บทความถัดไปหยาดฝนโปรยปรายเมืองดับโบ คลายความแห้งแล้ง ขณะ “เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน” เสด็จ