สลดผู้ใหญ่บ้านโดนลูกจ้างลาวสติไม่ดีทุบหัวดับ เพราะเข้าใจว่าขโมยหมูตัวเอง

วันที่ 12 ธันวาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี เกิดเหตุสลด มีคนร้ายลงมือก่อเหตุ ใช้ท่อนไม้ทุบตี นายปรีชา สุวรรณมาโจ วัย 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำพอก หมู่ 3 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จนได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตภายหลังถูกนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน รวมถึงภรรยา คือ นางวน สุวรรณมาโจ อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังพยายามเข้าไปช่วยเหลือสามี เหตุเกิดบริเวณใกล้คอกหมู ในสวนปาล์ม บ้านคำพอก หมู่ 3 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ธันวาคม 2561 ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปตรวจสอบที่เกดเหตุ ทำการสอบสวน ติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ หลังหลบหนีไป บริเวณใกล้หมู่ บ้าน ก่อนควบคุบคุมตัวมาสอบสวน ทราบชื่อภายหลัง คือ นายแหลด ไม่มีนามสกุล อายุ 48 ปี ชาวลาวแขวงคำม่วน สปป.ลาว ซึ่งเป็นลูกจ้าง ของผู้ตาย ที่จ้างไว้ใช้งานดูแลสวน และเลี้ยงหมู มานานเกือบ 20 ปี เบื้องต้นทางตำรวจได้มีการสอบสวน และแจ้งข้อหาฐานความผิด ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม รอการพิจารณาของศาล

เบื้องต้นจากากรสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงญาติผู้ตาย ให้การว่า เกิดเหตุ ขณะผู้ตาย เดินทางไปดูสวน และจะนำหมู ที่เลี้ยงไว้ ไปทำหมูหันให้ญาติ และแขกได้รับประทาน ขณะเดียวกันได้พบกับ ผู้ก่อเหตุ คือ นายแหลด เป็นลูกจ้างชาวลาว ที่ผู้ตาย ได้เมตตานำมาดูแลว่าจ้างให้ทำสวนและเลี้ยงหมูมาเกือบ 20 ปี เนื่องจากสงสารเห็นว่าเคยมาเป็นลูกจ้างทำงานให้เพื่อนบ้าน แต่หลังตกงาน จึงว่าจ้างไว้ต่อ จากนั้นได้เกิดปัญหา เนื่องจากนายแหลด ผู้ก่อเหตุ ปกติ เป็นคนสติไม่สมประกอบ ชอบเอะอะโวยวาย บางครั้งพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ไม่เคยมีปัญหาถึงขั้นทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งครั้งนี้ นายแหลด ไม่พอใจ หาว่า ผู้ตายที่เป็นนายจ้าง มาขโมยหมูที่เลี้ยงไว้ ไปโดยไม่บอกกล่าว จนเกิดปากเสียงกันจนกระทั่งมีการคว้าไม้ และจอบทุบตีผู้ตาย แบบไม่ยั้ง โดยมี ภรรยาผู้ตาย พยายามเข้ามาห้ามไว้ จนถูกทุบตีได้รับบาดเจ็บ โชคดี มีเพื่อนบ้านมาช่วยได้ทัน และนำตัวทั้ง 2 คน ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน แต่ภายหลัง นายปรีชา สุวรรณมาโจ อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำพอก ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เนื่องจากถูกของแข็งทุบตีศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส สร้างความสลดให้กับ ญาติพี่น้องและชาวบ้าน ทั้งที่เมตตาดูแล นำมาอุปการะ จ้างทำงานกลัวว่าจะไม่มีที่อยู่อาศัย แต่สุดท้ายกับมาก่อเหตุฆ่าตัวเอง ซึ่งทางตำรวจจะได้ รวบรวมหลักฐาน ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้NewDem เดินหน้า จัดแข่งบอลกระชับมิตร 8 พรรคการเมือง 15 ธ.ค.นี้
บทความถัดไปนปช.พะเยา เหน็บกกต. เปลี่ยนชื่อเป็นบัตรเลือกข้าง หรือ แจกกระดาษเปล่า ดีกว่า