บอร์ดกทพ.แจงขยายสัมปทานทางด่วน ยึดตามมติครม.

แฟ้มภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 13.00น. ณ บริเวณการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานกทพ. ประมาณ 300 คน ชุมนุมแต่งชุดดำถือป้ายประท้วง คัดค้านการต่อสัญญาสัปทานทางด่วนขั้นที่2 ที่จะหมดสัปทานในปี 2563 รวมทั้งทางด่วนสายบางประอิน-ปากเกร็ด เพื่อแลกหนี้ทั้งหมดในอนาคต 137,000 ล้านบาท หลังจากที่คณะกรรมการ(บอร์ด) มีมติเห็นชอบให้มีการต่อสัญญาสัปทานกับบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีอีเอ็ม ต่อไปอีก 37 ปี และให้บีอีเอ็มชำระหนี้แทนกทพ. ตามที่ศาลสั่งให้การทางฯชำระหนี้ จำนวน 4,300 ล้านบาท ให้กับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (เอ็นอีซีแอล) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมา

โดยนายสุรงค์ บูลกุล ประธานบอร์ดการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และนายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ รองผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ได้ลงมารับหนังสือเรียกร้อง ซึ่งมีนายชาญชัย โพธิ์ทองคำ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) เป็นคนมอบหนังสือ และรอฟังมติบอร์ด หลังจากได้รับหนังสือเรียกร้องแล้ว

นายสุรงค์ กล่าวภายหลังรับหนังสือและข้อเรียกร้องของพนักงานการทาง ว่า บอร์ดกทพ. จะนำข้อเรียกร้องไปพิจาณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อนำเสนอต่อไปยังกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง เพื่อพิจาณาต่อไปและยืนยันว่าอยู่ข้างพนักงานการทางทุกคนและขอให้พนักงานรอฟังมติบอร์ดที่ประชุมหลังจากนี้

นายชาญชัย กล่าวว่า สหภาพฯได้ยืนหนังสือให้บอร์ดทบทวนและพิจารณา หลักการคือต้องการให้บอร์ดยกเลิกมติการต่อสัญญาสัปทานทางด่วน พร้อมข้อเสนอเพิ่มเติม อาทิ วันสิ้นสุดสัญญาทางด่วนขั้นที่ 2 ขอให้การทางพิเศษฯรอคำตอบจากสำนักอัยการก่อนดำเนินการใดๆ การก่อสร้างทางด่วน2 ชั้นขอให้การทางพิเศษฯรอผลการศึกษาจากฝ่ายนโยบายและแผนก่อนว่า จะสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ หรือจะเป็นการเพิ่มปัญหาจราจร เป็นต้น

” ถ้าการทางพิเศษฯต้องปฎิบัติตามมติของคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561 ที่ให้การทางหาแนวทางแก้ไขข้อพิพาทกับผู้รับสัปทาน ขอให้ทางการทางฯ ดำเนินการด้วยความรอบคอบ สุจริต โปร่งใส โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้งและขอให้ลดอายุสัปทานที่ยาวนานถึง 37 ปีลงมา” นายชาญชัย กล่าว

หลังการประชุมบอร์ด นายสุรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังไม่สามารถยกเลิกมติบอร์ดในวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ได้ เนื่องจากมีมติเห็นชอบในเรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของครม. ตามมาตรา 43 พรบ.ร่วมทุน พ.ศ.2556 แต่จากข้อเสนอของพนักงานกทพ.ที่มีการยื่นคัดค้าน ทำให้ในวันที่ 23 มกราคม ได้ข้อสรุปว่าจะนำข้อคัดค้าน เข้าที่ประชุมบอร์ดในครั้งต่อไป แต่ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนก่อนเรียกประชุมบอร์ดอีกครั้ง เพื่อให้บอร์ดรับทราบมติคัดค้านของพนักงาน และจะยังไม่มีการดำเนินขั้นตอนใดๆจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

 

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ม.เกษตรฯจับมือ”เค.เอ็ม.แพ็กเกจจิ้ง” นำร่องเลิกใช้โฟมและพลาสติก 100%
บทความถัดไปโครงการสานพลังประชารัฐสนับสนุนการปลูกข้าวโพด ปิดรับเข้าร่วมโครงการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา