เร่งประชุม กก.ชาวเล พิจารณาฟื้นฟู มอแกนเกาะสุรินทร์

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง 1 ในคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเลและชาวกะเหรี่ยง ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการฟื้นฟูชาวมอแกนที่หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา ภายหลังจากหมู่บ้านถูกไฟไหม้กว่า 60 หลังซึ่งทางจังหวัดและอุทยานฯกำลังเร่งสร้างบ้านหลังใหม่แต่หลายฝ่ายยังกังวลเรื่องแบบบ้านและพื้นที่ที่ชาวเลอยู่กันอย่างแออัดและไม่มีการขยายเพิ่มขึ้น ว่าก่อนจะเดินหน้าอะไรควรสร้างความเข้าใจหรือหลักคิดให้ตรงกันก่อนว่า 1.ชาวเลอยู่ในพื้นที่อันดามันมาก่อนตั้งประเทศไทยและก่อนจัดตั้งอุทยาน ดังนั้นโดยหลักนิติธรรมแล้วไม่ควรทำอะไรที่ไปกระทบสิทธิที่มีอยู่เดิมของพวกเขา 2.ต้องไม่มีการทำลายวิถีชีวิตที่ชาวเลอยู่กันมายาวนาน หรือหากมีการอนสิทธิก็ต้องหาทางออกให้

“ผมได้โทรศัพท์คุยกับรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะต้องการให้เรียกประชุมคณะกรรมการชาวเลโดยเร่งด่วนเพื่อหยิบยกเรื่องชาวมอแกนเกาะสุรินทร์มาพิจารณา โดยเชิญฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอุทยานฯ ผู้แทนคณะกรรมการกฤษฏีกา ผู้แทนอัยการสูงสุด ผู้แทนสภาทนายความ และคนอื่นๆมาร่วมหารือกัน”พลเอกสุรินทร์ กล่าว และว่าที่สำคัญคืออยากเชิญฝ่ายปกครองให้มาเป็นหลักทำหน้าที่เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิตามกฎหมายเพราะไม่มีกฎหมายข้อใดที่ให้อำนาจหน่วยราชการไล่คนที่อยู่ก่อนออกนอกพื้นที่” พล.อ.สุรินทร์ กล่าว และว่า ชาวเลไม่ใช่แค่คนที่รอรับการช่วยเหลือเท่านั้น เขาควรอยู่อย่างมีศักดิศรีเหมือนประชาชนทั่วไป กรณีของชาวมอแกนที่ถูกไฟไหม้ก็ควรเปิดโอกาสได้ขยับขยายบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้อยู่กันอย่างแออัดหรือมัดมือมัดเท้าพวกเขาจนไม่สามารถทำอะไรได้เลย

นายสุริยัน กล้าทะเล ชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ กล่าวว่าหากสร้างบ้านขนาดเท่าเดิมเหมือนกับที่สร้างหลังสึนามิก็ถือว่าเล็กไปหน่อยเนื่องจากปัจจุบันครอบครัวขยาย บางบ้านอยู่กัน 2 ครอบครัวทำให้แออัด ซึ่งตอนนี้คนที่บ้านถูกไฟไหม้ยังไม่รู้เหมือนกันว่าบ้านใหม่จะเป็นอย่างไรเพราะไม่มีใครถาม แต่หากทำแบบเดิมก็ควรสร้างให้หน้าจั่วบ้านเยื้องกัน เพราะเป็นความเชื่อว่าหากสร้างจั่วบ้านตรงกันจะทำให้เจ็บป่วย

นายไมตรี จงไกรจักร เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ กล่าวว่า การสร้างบ้าน ฟื้นชุมชนมอแกนหลังไฟไหม้ ควรเป็นโอกาสในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลตามมติคณะรัฐมนตรี และการสร้างบ้านนั้นไม่ใช่การออกแบบบ้าน เพื่อสร้างบ้านเท่านั้น แต่ต้องออกแบบชุมชนตามวิถีชีวิตซึ่งความเป็นจริง ประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางจิตวิญญาณชาวเล ควรจัดประชุมอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงเพื่อการฟื้นฟูชาวเลด้วยกลไกกรรมการ จะทำให้ฟื้นฟูด้วยความเข้าใจ

บทความก่อนหน้านี้นักเคลื่อนไหว ‘แก่งเสือเต้น’ ชิงเก้าอี้ ส.ส. ขอนแก่นสังกัดพรรคสามัญชน ทษช. ส่งครบ 10 เขต
บทความถัดไปนับถอยหลังคืนอำนาจ 24 มีนาคม สวมแว่นวิชาการ มองประเทศหลังเลือกตั้ง