เครือข่ายเฝ้าระวังขายสุรา บุกตร.ร้องมาเฟียน้ำเมา ตื้บจนท.สธ. บุกตรวจลานเบียร์ขายโจ๋งครึ่มงานฝังลูกนิมิต

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา พร้อมด้วย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กว่า 30 คน นำหลักฐานภาพถ่าย และคลิปวีดีโอ เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกาย เจ้าพนักงานสำนักงานควบคุมโรค ที่ 5 กรมควบคุมโรค ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 เนื่องจากพบว่ามีการจัดให้มีการขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในงานวัดหนองนกกะเรียน จังหวัดราชบุรี และให้ตรวจสอบว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่บางฝ่ายหรือไม่ โดยมี พ.ต.อ.สุรชัย เจ็ดพี่น้องร่วมใจ รอง ผบก.(2) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจ นายตำรวจเวรรักษาการณ์เป็นผู้รับเรื่อง

นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์กล่าวว่า จากกรณีนายแพทย์สมาน ฟูตระกูล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองและทหาร ได้เข้าตรวจสอบงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดหนองนกกะเรียน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่เข้าไปเที่ยวงาน และพบว่ามีการเปิดลานเบียร์สดยี่ห้อดังอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายตามคำร้องเรียนจริง คือการขายเบียร์โดยไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุรามาแสดง ณ จุดขาย การโฆษณาที่หมายความรวมถึงจัดกิจกรรมสื่อสารการตลาด โดยพบสื่อโฆษณาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551

“ขณะที่คณะได้เข้าทำการตรวจสอบมีการแสดงตนอย่างเปิดเผย และดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนทุกประการ จนกระทั่งเริ่มมีการโต้เถียงกันกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ต่อมานายฉัตรเพชร ราชมณี  พนักงานเจ้าหน้าที่นายหนึ่งซึ่งเดินทางมากับคณะ ได้ถูกชายฉกรรจ์ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ที่เข้ามารับสัมปทานการจัดงานหรือมาเฟียในพื้นที่ ชกต่อยทำร้ายร่างกาย พูดจาข่มขู่โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย”นายชูวิทย์ กล่าว

นายคำรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่ายฯ เห็นว่าการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายการต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน เป็นกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ ที่กล้าทำผิดกฎหมายเพื่อหาประโยชน์ทางธุรกิจอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ และกังวลว่าจะกระทบกระเทือนต่อขวัญและกำลังใจของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนกลายเป็นเยี่ยงอย่างให้กลุ่มอื่นๆทำการโดยไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง ลดทอนความศักดิ์สิทธิของกฎหมายไปในที่สุด

“เครือข่ายฯได้แสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องต่อ ตร. ดังนี้ 1.ขอประณามการกระทำของกลุ่มคนดังกล่าว ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ และทำผิดกฎหมายในการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยขอให้หยุดการกระทำที่หลบเลี่ยง และละเมิดกฎหมายทุกกรณี ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเหตุการณ์การทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2.เร่งรัดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคลที่ปรากฏในภาพ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง อันจะเป็นการป้องปรามการละเมิดกฎหมายบ้านเมือง และส่งสัญญาณที่ถูกต้องมิให้มีการปล่อยปละละเลยการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ 3.จากข้อมูลที่เครือข่ายได้รับเรื่องร้องเรียนที่ผ่านมาในหลายกรณี มักพบว่ามีการสมยอมกันระหว่างผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายอ่อนแอ จึงควรตรวจสอบในประเด็นนี้ด้วย และ 4.ขอให้กำลังใจพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งกระทรวงสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองทุกนาย ที่ต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ยืนหยัดในความถูกต้อง”ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าว
บทความก่อนหน้านี้เฮ! คพ.เผยวันนี้ไร้ฝุ่นเกินมาตรฐาน กทม. อากาศดีมากถึงปานกลาง
บทความถัดไปยึดกัญชาเกรดเอแห้งอัด 510 กก.มูลค่ากว่า 5 ล้าน ซุกริมฝั่งโขง