‘สมคิด’บี้คมนาคม ดัน21โปรเจ็กต์ให้ทันรัฐบาลชุดนี้ไฟเขียว

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมและติดตามงานที่กระทรวงคมนาคม ว่า โครงการใหญ่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดังนั้น การลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 1-2 ในปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ แต่พบว่าการเบิกจ่ายช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวลง จึงขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยกระตุ้นการเบิกจ่ายแต่ละโครงการ ทั้งนี้ โครงการเร่งด่วน อาทิ การจัดหาฝูงบินล็อตใหม่ของบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ล็อตแรก 25 ลำ ขอให้เร่งดำเนินการให้ชัดเจนภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยาน (เอ็มโออาร์) ร่วมกับบริษัทแอร์บัส ขอให้ดำเนินการโดยเร็ว ขณะที่โครงการประมูลท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 พบว่ามีเอกชนรายใหม่มาซื้อซองเพิ่มเติม เชื่อว่าจะไปได้ดี ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมเดินหน้างานตามแผน ไม่ให้มีการชะลอ

“ภาวะแบบนี้ ช่วงที่ต่างชาติอยากเห็นการเลือกตั้ง การส่งออกของโลกไม่ค่อยดี เราต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ต้องเร่งเต็มที่ในช่วงครึ่งปีแรก เราจะต้องประคองตัวเองให้ผ่านพ้น และเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วเสร็จ เราก็จะเดินไปต่อไป” นายสมคิด กล่าว

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงฯจะเร่งดำเนินงาน ผลักดันโครงการสำคัญที่อยู่ในแผนทั้งหมดเข้าสู่ขั้นตอนคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2562 โดยโครงการเร่งด่วนเบื้องต้นมี 21 โครงการ ทางอากาศ1.การจัดหาฝูงบินล็อตใหม่ 38 ลำของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 2.โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยาน(เอ็มโออาร์) ของการบินไทย 3.เร่งสร้างอาคารแซทเทิลไลท์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4. ขยายท่าอากาศยานเชียงใหม่

นายอาคม กล่าวว่า โครงการทางน้ำ 1. ท่าเรือแหลมฉบังระยะ 3 ที่ปัจจุบันเปิดขายซองรอบใหม่แล้ว มีเอกชนซื้อซองรายใหม่ 9 ราย และรายเดิม 25 ราย รวม 34 ราย คาดว่าภายในเดือนมีนาคมนี้จะสรุปได้ 2. ขยายขีดความสามารถท่าเรือคลองเตย 3. ปรับปรุงท่าเรือระนอง ส่วนทางราง1. รถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน)ไทย–จีน ส่วนของงานก่อสร้าง สัญญา 2 ขณะนี้ได้ตัวผู้ชนะการประมูลแล้ว จะเร่งลงนามสัญญาภายใน 1 – 2 สัปดาห์นี้

นายอาคม กล่าวว่า ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่ คาดว่าภายในเดือน กุมภาพันธ์ – ต้นเดือน มีนาคมนี้ จะเสนอ ครม.พิจารณา รถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงบ้านไผ่ – นครพนม วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท และทางคู่อีก 7 โครงการที่เหลือจะทยอยเสนอ ครม.ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ประกอบด้วย ทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี 3.7 หมื่นล้านบาท ทางคู่ช่วงขอนแก่น-หนองคาย 2.6 หมื่นล้านบาท ทางคู่ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ 8.1 พันล้านบาท ทางคู่ช่วงปากน้ำโพ – เด่นชัย 6.2 หมื่นล้านบาท ทางคู่ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 2.4 หมื่นล้านบาท ทางคู่ช่วงสุราษฎร์ธานี-สงขลา 5.7 หมื่นล้านบาท และ ทางคู่ช่วงเด่นชัย – เชียงใหม่ 5.9 หมื่นล้านบาท


นายอาคม กล่าวว่า ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มี 2 โครงการ เร่งด่วน คือ รถไฟฟ้าสายสีส้มศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต – ม.ธรรมศาสตร์ และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน–ศาลายา และตลิ่งชัน-ศิริราช ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอปรับแก้ข้อมูลช่วงตลิ่งชัน – ศิริราช หากแล้วเสร็จจะเสนอขอครม.พร้อมกันทั้ง 3 ตอน เช่นเดียวกับ โครงการทางพิเศษ พระราม 3 – ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกด้านทิศตะวันตก จะเร่งประกวดราคาภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ทหาร-สรรพสามิต ลุยตรวจอู่ซ่อมรถ ซุกมอเตอร์ไซค์นำเข้ากว่า20คัน ส่อเลี่ยงภาษี
บทความถัดไป‘เอกภาพ’ นำทีมผู้สมัคร ส.ส. 4 เขต ปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่ร้อยเอ็ด คนฟังล้นห้องประชุม ยันพรรคไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ