แม่มือมีดแทงอดีตสท.เมืองระนองยันลูกเป็นโรคประสาท แต่ญาติไม่เชื่อจี้เอาผิด

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ นางจินตนา ศรีสกุล อายุ 51 ปี มารดา นายณไกรสร ศรีสกุล หรือสร อายุ 31 ปี มือมีดที่ก่อเหตุแทงนายสุพจน์ วณิชพัฒน์ หรือ สท.จ้าว เป็นอดีตสมาชิกสภาเทศบาลจ.ระนอง หน้าผับดังกลางเมืองระนอง เมื่อกลางดึกของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้นายสุพจน์ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีบาดแผลที่ด้านหลังและซี่โครงด้านซ้ายรวม 2 แผล พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลระนอง โดยนางจินตนาได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลระนองเพื่อขอคัดสำเนาเอกสารประวัติการรักษาอาการทางประสาทของลูกชาย และยืนยันว่าสิ่งที่ลูกได้กระทำไปนั้นเกิดจากอาการทางประสาท

นางจินตนา กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลระนอง เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาขอเอกสารรับรองการรักษาอาการทางประสาทของลูกชาย ซึ่งรักษาตั้งแต่โรงพยาบาลสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี จนมีการส่งต่อการรักษามาที่โรงพยาบาลระนอง เพื่อยืนยันคำให้การของตนที่ว่าลูกชายมีอาการทางประสาท ซึ่งปกติจะต้องให้กินยาทุกวันแต่ยอมรับว่าในคืนเกิดเหตุตนรู้สึกไม่ค่อยสบายจึงไม่ได้ให้ลูกชายกินยา มารู้ตัวอีกทีเมื่อตำรวจมาที่บ้านและพบว่าลูกชายได้เอารถจักรยานยนต์ขับหนีออกไปจากบ้าน และไปก่อเหตุอย่างที่เป็นข่าว โดยในคืนวันนั้นลูกตนยังบอกกับตนว่าขอตายก่อนแม่ได้ไหมจะได้มีคนมางานศพ เพราะถ้าแม่ตายก่อนเวลางานศพลูกกลัวว่าจะไม่มีใครมางานศพ และขอยืนยันว่าลูกของตนทำไปเพราะอาการทางประสาท ลูกตนก็รู้จักกับสท.จ้าวดี ตนก็ถามว่าไปแทงเขาทำไม ลูกก็บอกว่าก็ไม่รู้ ก็เดินไปยกมือไหว้คุยกันแล้วมันก็แว่บขึ้นมาแล้วก็ลงมือ ซึ่งตนอยากจะขอโทษสท.จ้าว ครอบครัว และทุกคนที่เกี่ยวข้อง และตนก็อยากจะไปเยี่ยมสท.จ้าวด้วยเช่นกัน

ด้านนายโสภณ วณิชพัฒน์ น้องชายของสท.จ้าว ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ยืนยันให้ดำเนินคดีถึงที่สุด และไม่เชื่อว่าลงมือไปเพราะโรคทางประสาทโดยนายโสภณ บอกว่า มันง่ายเกินไปที่จะสรุปว่าเกิดจากโรคประสาท เพราะมันดูเป็นการจงใจ และมีคนที่เดินผ่านไปมามากมาย หากจะมีอาการทำไมถึงไม่ทำคนอื่น อีกทั้งยังจอดรถเลยหน้าร้านไป เดินย้อนกลับมาแล้วยกมือไหว้โกจ้าว มีการพูดคุย ก่อนจะลงมือแทงตอนเขาหันหลังให้

นายโสภณ เล่าต่อว่า เมื่อช่วงสายก็มีโอกาสได้ไปเจอตัวที่โรงพัก ก็ถามว่าทำทำไม เขาก็ไม่ตอบได้แต่ร้องไห้และพูดเพียงว่า ขอโทษ ๆ ซึ่งทางผู้ลงมือก็รู้จักกันกับพี่ชายของตนดี และทราบจากทางการ์ดของผับว่าเขาก็เคยมาเที่ยวที่นี่ด้วย ตอนนี้ก็ให้เวลาตำรวจดำเนินการ หากทางหมอบอกว่าเป็นอาการทางประสาทจริงก็ปล่อยเลยไป แต่ตนยังยืนยันว่าไม่เชื่อว่าเกิดจากอาการทางประสาท

บทความก่อนหน้านี้หน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562
บทความถัดไป09.00 INDEX ข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน ในบรรยากาศ แห่ง ‘การเลือกตั้ง’