คลังชี้มาตรการภาษีจูงใจปิคอัพ-ดับเบิลแค็บ 20 รุ่นใช้น้ำมันบี 20 -เห็นคันแรกปีนี้

นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษีในฐานะรองโฆษกกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 5 มีนาคม เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง ลดภาษีสรรพสามิตให้กับรถยนต์ที่สามารถลดฝุ่น PM2.5 คือ ลดอัตราภาษีรถยนต์กระบะ(ปิคอัพ)และรถยนต์กระบะ 4 ประตู (ดับเบิลแคบ) สามารถใช้น้ำมันดีเซลบี 20 หรือรถที่มีค่า PM ไม่เกิน 0.005 กรัมต่อกิโลเมตร เป็นมาตรฐานยูโร 5 จะลดภาษีให้อีก 1-2% ปัจจุบันกระบะเสียภาษีประมาณ 2.5% ลดหรือ 2% ภาษีลดลงประมาณเกือบ 1 หมื่นบาทต่อคัน ส่วนกระบะ 4 ประตู เสียภาษีประมาณ 10% เหลือ 9% ทำให้ภาษีลดลงประมาณ 1-2 หมื่นบาทต่อคัน

“ขณะนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ 5 ยี่ห้อมีรถกระบะและรถยนต์กระบะ 4 ประตูประมาณ 4-5 รุ่นต่อยี่หุ้น พร้อมที่จะใช้บี 20 สามารถปรับเปลี่ยนรถยนต์ ด้วยการเปลี่ยนท่อ คอมพิวเตอร์ สายต่างๆ ให้รองรับน้ำมันบี 20 คาดว่าไม่เกินปีนี้จะเห็นรถกระบะบี 20 คันแรกออกวางจำหน่าย”นายณัฐกร กล่าว

นายณัฐกรกล่าวว่า คาดว่ามาตรการภาษีดังกล่าวจูงใจให้ผู้ผลิตปรับเปลี่ยนรถยนต์ให้เป็นบี 20 ทันที ตรงนี้ถือว่าให้มากเพียงพอแล้ว และลดภาษีให้ต่ำมาก ต่ำกว่านี้คือภาษีเป็น 0% โดยมาตรการที่ออกมาเป็นมาตรการมีประโยชน์ต่อผู้ประกอบ ผู้ใช้รถยนต์ และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร ซึ่งมาตรการนี้เป็นมาตรการถาวรไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด
นายณัฐกร กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคร.ยังเห็นชอบให้ลดอัตราภาษีรถยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า (อีวี) ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จากปัจจุบันอัตราภาษี 2% ให้ลดลงเหลืออัตรา 0% สำหรับรถยนต์ที่ผลิตได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2565 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 3 ปี ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ให้ใช้อัตราภาษี 2% ตามเดิม ซึ่งให้ภาษี 0% เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตรถอีวีออกมาโดยเร็ว จะมีผลต่อราคารถยนต์หากรถราคา 1 ล้านบาท ภาษีลดให้ประมาณ 2 หมื่นบาทต่อคัน

“เมื่อปลายปี 2561 ค่ายรถยนต์ 13 แห่งของบีโอไอเพื่อผลิตรถอีวี ถ้าประเมินรถคันแรกอาจจะออกในปี 3-5 ปีหน้า รัฐบาลต้องการให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตรถยนต์ให้เร็ว จึงมีมาตรภารภาษี 0% ออกมา โดยให้เฉพาะค่ายรถยนต์ที่รับได้สิทธิบีโอไอ จากขณะนี้มีรถอีวีนำเข้ามาขายในไทย 3 ยี่ห้อ คือของจีนราคาต่ำสุด 6-7 แสนบาทต่อคัน และของญี่ปุ่นราคา 1.9 ล้านบาทต่อคัน กรมหวังว่าภาษีดังกล่าวทำให้รถยนต์อีวีผลิตในไทยต่ำลง”นายณัฐกรกล่าวและว่ามาตรการดังกล่าวทำให้รถสูญรายได้รวมประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี จากภาษีรถยนต์ปีละ 1 แสนล้านบาทถือว่าไม่มาก

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศาลสั่งจำคุก 8 ปี’ครูจอมทรัพย์’คดีปั้นพยานเท็จ ทนายลุยอุทธรณ์ต่อ
บทความถัดไป44 ปี ส.ป.ก. ยึดมั่นศาสตร์พระราชา พัฒนาเกษตรกร