ปธ.ศาลฎีกา ประชุมขับเคลื่อนนโยบาย ‘ท่านเปา’ ตั้งเป้าพิจารณาคดีไม่เกิน 1 ปี

“ชีพ จุลมนต์”ปธ.ศาลฎีกาขับเคลื่อนนโยบาย ผู้บริหารกลุ่มศาลชั้นต้นกรุงเทพ-ศาลชำนัญพิเศษ พบบริหารจัดการคดีที่เกินกว่า 2 ปีไม่มาก เป็นที่น่าพอใจตั้งเป้าจะให้พิจารณาคดีไม่เกิน 1 ปีให้ได้ ย้ำเจอปัญหาต้องลงมือทำเป้าหมายคือประโยชน์กับประชาชน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 มีนาคม ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมหารือข้อราชการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการบริหารราชการศาลยุติธรรม ครั้งที่ 2/2562 (กลุ่มศาลชั้นต้นในกรุงเทพ และ ศาลชำนัญพิเศษ) โดยมีรองประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานคร ศาลชำนัญพิเศษ ศาลแรงงานภาค ตลอดจนผู้บริหารในศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักประธานศาลฎีกา เข้าร่วมการประชุม

โดยในการประชุม อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานครและศาลชำนัญพิเศษแถลงผลการดำเนินงานตามนโยบายของประธานศาลฎีกาซึ่งกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการคดีให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งพบว่าผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก โดยข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 62 กลุ่มศาลคดีอาญามีคดีค้างพิจารณาเกินกว่า 2 ปี รวมทุกศาลเหลือจำนวน 112 เรื่อง กลุ่มศาลคดีแพ่งมีคดีค้างพิจารณาเกินกว่า 2 ปี รวมทุกศาลเหลือจำนวน 52 เรื่อง ส่วนคดีในกลุ่มศาลชำนัญพิเศษมีเพียงศาลเยาวชนฯ กลาง เหลือเพียง 6 เรื่อง ศาลล้มละลายกลางเหลือเพียง 2 เรื่อง และศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ เหลือเพียง 7 เรื่อง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนถือว่าจำนวนคดีค้างนานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นายชีพ ประธานศาลฎีกา กล่าวว่า ขอบคุณผู้บริหารที่ช่วยกันทำงานให้เป็นไปตามนโยบาย และขอให้ช่วยกันทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ให้มีคดีค้างนานเกินกว่า 2 ปี และลดระยะเวลาการพิจารณาให้เหลือเพียงไม่เกิน 1 ปีให้ได้ในที่สุด

นายชีพ ประธานศาลฎีกายังได้เน้นย้ำกับผู้บริหารศาลชั้นต้นทุกว่า การบริหารงานศาลนั้น มิใช่พูดแต่เพียงว่าศาลนั้นมีปัญหาอย่างไรและต้องการสิ่งใด แต่จะต้องลงมือแก้ไขปัญหาทำให้ดีขึ้นภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่เท่าเดิม จึงจะสะท้อนความสามารถในการบริหารงานได้อย่างแท้จริง การบริหารงานนั้นศาลในกลุ่มเดียวกันที่มีประเภทคดีเหมือนกันอาจช่วยกันคิดช่วยกันพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะบริหารหรือพัฒนางานศาลด้วยวิธีการใดขอให้พิจารณาเป้าหมายที่ประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ

บทความก่อนหน้านี้กฎหมายปลอดภัยไซเบอร์ เป้าหมายป้องกันหรือควบคุม?
บทความถัดไปปิ๊กอัพ พลิกคว่ำพังยับเยิน คนขับเผยเกิดเสียหลัก เชื่อรอดตายเพราะห้อยหลวงพ่อคูณ