ชาวบ้านวอนทำฝนเทียม หลังสภาพอากาศแม่สายยังกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองในอากาศทั่วพื้นที่ จ.เชียงราย ยังคงมีอยู่ต่อไปอย่างต่อเนื่องโดยในเขต อ.เมืองเชียงราย เครื่องวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษซึ่งติดตั้งที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงราย วัดปริมาณฝุ่นละอองและหมอกควันเล็กกว่า 2.5 ไมครอนในอากาศหรือหรือพีเอ็ม 2.5 ได้ 89 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือพีเอ็ม 10 วัดได้ 117 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ส่วนเครื่องที่ติดตั้งบริเวณสำนักงานสาธารณสุข อ.แม่สาย ห่างจากชายแดนเพียงเล็กน้อยพบว่าค่าพีเอ็ม 2.5 วัดได้ 166 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน หรือพีเอ็ม 10 วัด 217 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าสูงมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา และอยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว ทำให้ขาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ที่ต้องทำงานรับจ้าบริการรับส่งลูกค้าบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันอันตรายจากควันไฟ โดยหลายคนบอกว่าหมอกควันเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านในพื้นที่ต้องลำบากมากทั้งกลิ่นควันและการขับขี่ยานพาหนะเนื่องจากทืศนวิสัยในการมองเห็นต่ำ ซึ่งอยากให้ทางหน่วยงานภาครัฐเร่งแก้ไขปญหาด่วนโดยเฉพาะการทำฝนเทียมในพื้นที่เพื่อชะล้างหมอกควัน

การเกิดจุดไฟไหม้หรือฮอตสปอตในพื้นที่ จ.เชียงราย ถือว่ามีความเบาบางอย่างมากโดยหลังจากนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ประกาศใช้มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าและการเผาในที่โล่ง จ.เชียงราย ปี 2561-25562 โดยห้ามไม่ให้มีการเผาใดๆ ทั้งสิ้นโดยเด็ดขาดระหว่างวันที่ 15 ก.พ.-15 เม.ย.นี้ พบว่าเกิดฮอตสปอตขึ้นเพียงประมาณ 20 จุด ขณะที่ อ.แม่สาย ซึ่งเป็นจุดวิกฤติ และเขต อ.เมืองเชียงราย ที่มีค่าอากาศสูงขึ้นไม่เคยเกิดฮอตสปอตขึ้นเลยโดยจุดฮอตสปอตเกิดขึ้นพื้นที่ อ.เชียงของ อ.ดอยหลวง อ.เทิง อ.พาน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่สรวย อ.เวียงแก่น และ อ.เวียงป่าเป้า เป็นส่วนใหญ่รวมทั้งเกิดไฟลุกไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้างในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยเฉพาะตรงกันข้ามบ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย

ด้านนายสมศักดิ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย กล่าวว่า สถานการณ์เกิดฝุ่นละอองหมอกควันมากในพื้นที่ชายแดนด้าน อ.แม่สาย เกิดจากการที่ภูมิประเทศมีลักษณะภูเขาล้อมรอบเป็นแอ่งกระทะประกอบกับมีอากาศเย็นทำให้เกิดความกดอากาศและช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาก็เกิดไฟไหม้ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นบริเวณกว้างทำให้เครื่องตรวจวัดอากาศพบว่าอยู๋ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพจำนวนมากดังกล่าว กระนั้นปัจจุบันไฟไหม้ได้ลดลงแล้วจึงคาดว่าอีกไม่กี่วันค่าฝุ่นละอองและหมอกควันในอากาศก็คงจะลดลงตามมาต่อไป

สำหรับการปฏิบัติในพื้นที่ทางผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้มอบแนวทางให้แล้วโดยมีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอให้ระงับการเผาในช่วงนี้และในส่วนของประชาชนพบว่าให้ความร่วมมือดีมากแม้แต่กลุ่มออกหาของป่าก็ร่วมในการตรวจตราดูแลป่ากับเจ้าหน้าที่ทำให้พื้นที่ อ.แม่สาย ไม่เกิดฮอตสปอตเลยแต่อย่างใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ลุ้นดวลช้างศึก! ‘ซัวเรซ’ นำทัพ ‘อุรุกวัย’ แบโผ23แข้งลุยศึกฟุตบอลไชน่า คัพ 2019
บทความถัดไป6 พรรคการเมือง ชิงขายฝันนโยบายก่อนเลือกตั้ง “ภูมิใจไทย”ชูไทยแลนด์โอนลี่