“อนาคตใหม่-เพื่อไทย-ชาติพัฒนา”ปล่อยแผนขับเคลื่อนชาติ ชูหาประโยชน์กับค้าต่างชาติ เพิ่มเที่ยวไทย ดันเกิด5G

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม วิทยาลัยหอการค้าไทย จัดสัมมนา“การขับเคลื่อน เรื่องที่ประชาชนและเอกชนให้ความสนใจ” ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยดึงตัวแทนจาก 6 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรรประชาธิปัตย์ พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคอนาคตใหม่ มีเปิดนโยบายพรรคซึ่งมีให้ประชาชนและนักธุรกิจสนใจเข้าฟังหลายร้อยคน

โดยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ พรรคอนาคตใหม่  กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ ผลักดันเรื่องการค้าเสรี ให้อยู่บนพื้นฐานภาคีเครือข่าย หรือขับเคลื่อนบนเวทีพหุภาคี ร่วมกับนานาประเทศ เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการค้า ไม่ว่าจะเป็น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)ที่ประเทศไทยกำลังเร่งผลักดันอยู่ในขณะนี้ หรือการร่วมมือกับองค์การการค้าโลก(ดับบลิวทีโอ) ซึ่งโจทย์หลักทางเศรษฐกิจของไทยมีอุปสรรคอยู่หลายเรื่อง อาทิ การเปิดตลาดหรือหาตลาดให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก โจทย์คือ ทำอย่างไรให้ผู้ค้ารายเล็กในประเทศเกิดการพัฒนาในเรื่องของความคิด การออกแบบสินค้าให้มีความหลากหลายน่าซื้อ เป็นต้น ทั้งนี้ยังสนับสนุนให้จัดการทุนผูกขาดอย่างจริงจัง ต้องมีการปรับตัวหาตลาดใหม่ๆ ให้เข้ากับตลาดภายในประเทศ ต้องจัดทำนโยบายอุตสาหกรรมใหม่ให้ทันโลก ประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนความคิดด้านอุตสาหกรรมให้ตรงกับความต้องการของโลก

นายวีระยุทธ กล่าวว่า  เรื่องการลดการคอรัปชั่น ต่างประเทศมีการวัดเศรษฐกิจจากดัชนีคอรัปชั่น วิธีที่ดีที่สุดจะต้องเพิ่มอำนาจให้ประชาชน การจัดซื้อจัดจ้างต้องเต็มที่ การจัดอบรมในเรื่องของท้องถิ่น การหาข้อมูลในเรื่องของสวัสดิการ การทำทำงบประมาณ การประเมินโครงการ การจัดการอำนาจซับซ้อน เพื่อให้ลดปัญหาอำนาจซับซ้อน และหน่วยงานรัฐฯ ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ประชาชน มากกว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

นายโภคิน พลกุล กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า เพื่อไทย มีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ โดยการส่งเสริมเรื่ิองการท่องเที่ยวชุมชน แต่อุปสรรคใหญ่ยังคงเเรื่องวีซ่า หากมีการยกเลิกวีซ่าที่มีระยะเวลากำหนด จะทำให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 50% จากจำนวนนักท่องเที่ยวเดิม โดยในแต่ละพื้นที่ ชาวบ้านต้องนำสินค้ามาจดแจ้ง ดังนั้นท่องเที่ยวต้องมีจุดขาย อุปสรรคใหญ่คือภาคกฎหมายและภาครัฐ หากเอกชนพร้อมแต่ภาครัฐฯไม่พร้อมก็เท่านั้น ดังนั้นการเพิ่มในเรื่องของการเพิ่มวีซ่าให้มีการท่องเที่ยวชุมชนรวมไปถึงการเชื่อมโยงไปถึงการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่ต้องยื่นขอวีซ่าผ่านเข้าเมืองอีกครั้ง ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขยายเวลาวีซ่าเพื่อให้นักท่องเที่ยว มีเวลาได้ท่องเที่ยวยาวนานมากขึ้น

นายโภคิน กล่าวว่า ทางพรรคตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวโดยเน้นพัฒนาในเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจว่าการมาประเทศไทยทุกครั้งจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ยังมีแผนที่จะสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ อาทิ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร, ผจญภัย รวมถึงการจัดงานเฟสติวัลต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การทำไทยแลนด์แพลตฟอร์ม ให้นักท่องเที่ยวสะดวกต่อการท่องเที่ยว และรีบทลายอุปสรรคในเรื่องของการทำโฮมเสตย์ เพื่อให้ผู้คนทำมาร์เก็ตติ้งให้ได้มากที่สุด

นายสุวัจน์ ลิปตัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา  กล่าวว่า เรื่องของเศรษฐกิจ เป็นยุคของการปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งครั้งนี้ มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ต้องปรับตัวมากพอสมควร การที่เราจะต้องมีโโครงสร้างหลัก อาทิ การลงทุนต้องมีมอเตอร์เวย์ การพัฒนาโครงข่าย 5G ซึ่งเป็นเรื่องที่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกด้างเดียวไม่ดัง ประเทศไทยยังมีช่องว่างอยู่ การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช่ เราต้องมีการส่งเสริมพัฒนา หรืออาจจะเป็นการคิดต่างๆ ในรูปแบบการลดช่องว่างระหว่างคนจนและคนรวย โดยทางพรรคเอาเกณฑ์นี้เป็นตัววัด รัฐได้ประเทศ เศรษฐกิจได้ประโยชน์ เมื่องเรามีโครงข่าย 5Gแล้วเราจะมีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง จัดเพดานภาษี หรือปรับโครงสร้างภาษีใหม่ อาทิ รถยนต์

นายสุวัจน์  กล่าวว่า เรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาที่สะท้อนเรื่องความยากจน ควรเพิ่มสวัสดิการให้กับภาคประชาชนและภาคการเกษตรให้มากขึ้น รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในแหล่งชุมชน ต้องมีการแก้ทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ การเพิ่มขีดความสามารถในเร่องของการแข่งขัน ไทยคควรที่จะมีความยั่งยืนในการพัฒนาประเทศ อะไรที่เป็นจุดแข็งของประเทศ ซึ่งมอองว่าไทยมีความเข้มแข็ง การพัฒนาเรื่องสินค้าเกษตร ควรนำเกษตรมาเพื่อเป็นอำนาจต่อรอง เราต้องทำสาร์มฟาร์มเมอรือย่างจริงจัง ลดสัดส่วน และเพิ่มสัดส่วนในเรื่องของการส่งออกสินค้าเป็นสินค้าแปรรูปต่อไป

นายสุวัจน์  กล่าวว่า เรื่องของการท่องเที่ยว จะผลักดันการท่องเที่ยวให้เป็นวาระแห่งชาติ ต่อจากนี้ไปต้องเชิญเอกชนมาลงทุน ปรับปรุงเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ความก่อตั้งมารีน่า ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกำหนดทิศทางเดินของประเทศไทย โดยต้องคำนึกถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นอันดับแรก

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บช.น.รับมือเลือกตั้งล่วงหน้า 17 มี.ค. ผุดด่าน 107 แห่ง 19 จุดสกัด
บทความถัดไปสุชาติ จี้ มท.ย้ายนายอำเภอท่าตะเกียบ อ้าง ไม่ยอมให้พปชร.ใช้ที่ราชการจัดเวทีปราศรัย