ภาพเก่าเล่าตำนาน : ลมแห่งเทวะ…ลมจากพระจักรพรรดิ

ความกล้าหาญ สัตย์ซื่อต่อหน้าที่ ยอมพลีชีพในสงคราม ญี่ปุ่น…คือ ชนชาติที่น่าเกรงขามมากที่สุด..ไม่เป็นสองรองใครในโลก

กามิกาเซ (Kamikaze) หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า กองกำลังจู่โจมพิเศษ เป็นภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ลมจากสวรรค์ หรือลมแห่งเทวะ ที่มีตำนานระบุว่า ลมนี้เคยช่วยขับไล่กองทัพเรือ 4,500 ลำ ของจักรพรรดิกุบไลข่านและชาวมองโกลผู้รุกรานออกไปจากแผ่นดินญี่ปุ่น

กามิกาเซ ในภาษาญี่ปุ่น…ถูกนำมาใช้เป็นชื่อฝูงบินและนักบินแบบพลีชีพ ฆ่าตัวตาย ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สร้างตำนาน
สุดสยอง

เช้าตรู่ ท้องฟ้าแจ่มใส ของวันที่ 7 ธันวาคม 2484 ฝูงบินทิ้งระเบิดของกองทัพญี่ปุ่น บินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน แหวกฟ้าท้าความตาย มุ่งหน้าบินไปทิ้งระเบิดใส่ฐานทัพเรือของมหาอำนาจสหรัฐ ณ อ่าว
เพิร์ลฮาเบอร์ มลรัฐฮาวาย

มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่แสนสุโขสโมสรในรัฐฮาวาย ที่นี่..มีแต่ความสนุกสนานบันเทิง เสียงเพลง สายลม ทะเลสีฟ้า และแสงแดด

ราว 08.00 น. เรดาร์กองทัพอากาศบนเกาะ ตรวจพบสัญญาณเครื่องบินจำนวนมากบนฟ้าได้แบบงงๆ แล้วรีบรายงานหน่วยเหนือ…เช้าวันอาทิตย์สุดแสนสำราญ ใครเล่าจะยอมเชื่อข่าวกรองบ้าๆ ชิ้นนี้

ไม่กี่นาทีต่อมา…ฝูงบินบนจอเรดาร์พากันดำดิ่งพุ่งเข้าหากองเรือรบจำนวนมหาศาลขนาดใหญ่มหึมาที่จอดนิ่ง ลูกเรือสหรัฐที่นอนพักในเรือ เครื่องบินรบที่จอดบนลานบินกลายเป็น “เป้านิ่ง” ให้ฝูงบินรบญี่ปุ่นสาดกระสุน ทิ้งระเบิดใส่แบบขยำขยี้ของเล่น

อ่าวเพิร์ล (Pearl Harbor) กลายเป็นทะเลเพลิงจากห่าระเบิดของเครื่องบินลูกพระอาทิตย์ผู้กล้าท้ารบกับยักษ์ใหญ่อเมริกา

เรือรบที่ระเบิด ลุกเป็นไฟแล้วจมลงต่อหน้าต่อตา คือ เรือพิฆาตแอริโซนา

วันรุ่งขึ้น 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 ยักษ์ใหญ่อเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นส่งกำลังทหารบุกตะลุยทั่วภูมิภาคเอเชีย ทุกแห่งหนระอุด้วยไฟสงคราม…สยามก็พลอยโดนกองทัพญี่ปุ่นบุกขึ้นทางอ่าวไทย รบกันดุเดือดเลือดนอง ที่ประจวบคีรีขันธ์ และปัตตานี

กองทัพของญี่ปุ่น โหด สร้างความน่าสะพรึงกลัวในทุกสนามรบ
มีพลังมหาศาล รบทุกสมรภูมิชนะรวด กองกำลังของญี่ปุ่นไปยึดเกาะ ในมหาสมุทรแปซิฟิกเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของตามอุดมการณ์ที่จะยึดทวีปเอเชียของเลือดบูชิโด

ในเวลานั้น ชาติที่มีอำนาจกำลังรบที่จะ “ต่อกร” กับญี่ปุ่นได้มีเพียงชาติเดียวเท่านั้น คือ อเมริกา ที่ทุ่มเทสรรพกำลังมหาศาล บก เรือ อากาศ มาที่สมรภูมิเลือดแปซิฟิกเลยไปถึงทวีปออสเตรเลีย

และเมื่อยักษ์ใหญ่ลุงแซมจอมพลังที่มีสรรพกำลังมหาศาลเข้าโรมรันแบบเลือดเดือด ผ่านไปราว 3 ปี กองทัพญี่ปุ่นที่มีทรัพยากรน้อยกว่าก็เริ่มอ่อนแรง และเข้าสู่ภาวะ “ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว”

แนวคิดเรื่องการใช้หน่วยบินกามิกาเซ จึงถูกงัดมาใช้ในการรบย่านมหาสมุทรแปซิฟิก

นาวาเอกโมโตฮารุ โอกามุระ (Captain Motoharu Okamura) เสนอว่า “ผมเชื่อว่าวิธีเดียวที่จะพลิกสถานการณ์สงครามให้เป็นคุณต่อฝ่ายเราได้ คือ ขับเครื่องบินพุ่งเข้าชนและจะต้องมีอาสาสมัครมากพอเพื่อรักษาชาติของเราไว้…”

นักบินพลีชีพกลุ่มแรกของญี่ปุ่น ประกอบด้วย นักบินอาสาสมัคร 24 นาย จากหมู่บินที่ 201 ที่มุ่งมั่นการโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ 1 ในนั้นคือเรือเซนต์โล (USS St. Lo) ซึ่งถูกโจมตีและจมลงในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง มีทหารอเมริกันเสียชีวิตราว 100 นาย

ยุทธวิธีกามิกาเซ คือ นักบินรบของญี่ปุ่นจะนำเครื่องบินขึ้นจากฐานบินพร้อมระเบิดเต็มพิกัด บินลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบทางทะเล เมื่อปรากฏเรือรบอเมริกันในท้องทะเล นักบินลมเทวะ จะต้องนำเครื่องบินฝ่าห่ากระสุน พุ่งเข้าชนเรือรบของสหรัฐให้ได้

ในขณะที่ปืนเรือจะหันมาสาดกระสุนใส่เครื่องบินยมบาล แบบใครดีใครอยู่ ห่ากระสุนจะวิ่งออกจากปืนเรือดุจกำแพงเหล็กมิให้เครื่องบินเข้าถึงตัวเรือ

มันจะมีอะไรที่สยดสยอง ทระนงองอาจกว่านี้อีกมั้ย?

เมื่อกองทัพญี่ปุ่นนำยุทธวิธีกามิกาเซมาใช้ในท้องทะเล ทำความเสียหายให้เรือรบสหรัฐไม่น้อย เรือรบอเมริกันในท้องทะเลเรียนรู้ยุทธวิธีฆ่าตัวตายของกองทัพซามูไร มีหลายปฏิบัติการที่ห่ากระสุนจากเรือสามารถสกัดพายุจากสวรรค์ให้ตกลงในทะเลก่อนถึงตัวเรือ

แต่ก็มีพระพายลูกพระจักรพรรดิบางลำ พุ่งเข้าชนเรือรบสหรัฐถึงขนาดจมลงท้องทะเลได้

สหรัฐยังมีทรัพยากรมหาศาล ในขณะที่ญี่ปุ่นอำนาจกำลังรบกำลังถดถอย…ร่อยหรอ…

ยุทธการโอกินาวา (Okinawa) เป็นการรบที่ดุเดือดตลอด 82 วัน มีทหารอเมริกันเข้าร่วมรบราว 287,000 นาย รบกับทหารญี่ปุ่น 130,000 นาย ถือว่าเป็นการรบนองเลือดครั้งสำคัญที่สุดในพื้นที่ย่านมหาสมุทรแปซิก

ทหารทั้งสองฝ่ายเสียชีวิตรวมกันกว่า 90,000 นาย รวมถึงพลเรือนเคราะห์ร้ายที่ต้องเสียชีวิตไปอีกเกือบ 100,000 คน

ยุทธภูมิโอกินาวา…กามิกาเซ ทำความเสียหายให้กับกองทัพเรือสหรัฐ ที่ทำให้มีคนตายเกือบ 5,000 คน ในการโจมตีครั้งเดียว

ลองมากะเทาะเปลือกมหากาพย์กามิกาเซครับ…

พ.ศ.2477 นักบินของกองทัพเรือญี่ปุ่น ฝึกบินอย่างเป็นระบบเพื่อสร้าง “ครูฝึก” ไปผลิตนักบิน ญี่ปุ่นเดินหน้าสร้างกองทัพเต็มพิกัดทางบก ทางเรือ ทางอากาศ เพื่อจะสร้างชาติให้เป็นมหาอำนาจอันดับ 1 ในเอเชีย
ญี่ปุ่นทุ่มเททรัพยากรสร้าง รถไฟ เครื่องบิน รถถัง เรือรบ ผลิตกระสุนวัตถุระเบิดมหาศาล…ญี่ปุ่นทำได้จริงและคุณภาพสูง

เด็กหนุ่มอายุ 20 ปี จากมหาวิทยาลัยแห่กันมาสมัครเป็นนักบินกันอย่างเอิกเกริกด้วยเลือดรักชาติ ทางราชการให้เลือกเหล่าตามความพอใจ จะเป็น นักบินทหารบก ทหารเรือ หรือ ทหารอากาศ

เมื่อญี่ปุ่นเปิดฉากสงคราม เด็กหนุ่มเลือดร้อนยิ่งแห่กันมาสมัครเป็นนักบิน ซึ่งยอดสูงสุด คือ 15,149 นาย

กองทัพญี่ปุ่นบันทึกวีรกรรมของกามิกาเซว่า…

“บรรดานักบินหนุ่มที่สมัครใจพลีชีพอย่างทระนงองอาจในฝูงบินกามิกาเซ ส่วนใหญ่มาจากนักเรียนนายเรืออากาศ นักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายร้อยทหารบกที่กำลังศึกษาอยู่ทั้งสิ้น และอีกส่วนหนึ่งมาจากบรรดานักศึกษามหาวิทยาลัย…ทั้งหมดคือ เด็กหนุ่ม”

ต่อมา…สงครามดุเดือด ญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนทรัพยากร นักบินกามิกาเซตายหมด ผลิตไม่ทัน จึงต้องใช้เด็กหนุ่มจากมหาวิทยาลัย มาผลิตเป็นนายทหารชั้นประทวน (นายสิบ) ที่ทำการฝึกบินเบื้องต้นเท่านั้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า ไม่ต้องฝึกนักบินมากนัก เพราะแค่เอาเครื่องบินขึ้นไปได้ หาเป้าให้เจอ บังคับให้เครื่องบินที่บรรทุกระเบิดเต็มพิกัด แหวกอากาศพุ่งไปชนเรือรบอเมริกันแล้วตายพร้อมกันก็จบภารกิจ…ไม่ต้องฝึกเอาเครื่องบินลงพื้นให้สิ้นเปลือง…

ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจารึก ยกย่องนักบินชั้นประทวนลูกพระพายจากสวรรค์ที่มาจากกองทัพบกว่า เสียชีวิตไปทั้งสิ้นรวม 708 นาย

เป็นนายทหารของกองทัพอากาศ 621 นาย

นายทหารประทวนกองทัพเรือเสียชีวิต 1,732 นาย และนายทหารสัญญาบัตร 782 นาย

เมื่อสงครามยุติลงกองทัพญี่ปุ่นตรวจสอบ สืบค้น ความเป็นมา ความคิด ความสำนึกของ “ยอดทหาร” เหล่านี้ โดยการรวบรวมจดหมายที่นักบินเขียนถึงพ่อ-แม่ ตรวจสอบพินัยกรรม ไดอารี่ เอกสารของผู้ตาย พบว่า…วีรบุรุษกามิกาเซเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย

นักบินทหารเรือ เป็นเหล่ายอดนิยม ด้วยเหตุผลคือ จะได้สังกัดฝูงกามิ
กาเซตามความฝันและการเป็นนักบินพลีชีพในสงครามยังต้องแย่งกันมาเป็น

ในช่วงปี พ.ศ.2477-2485 นักบินทหารอากาศที่ไม่มีโอกาสได้บินพลีชีพ ยังขอโอนย้ายมาเป็นนักบินทหารเรืออีก 507 นาย เพราะมันคือ โอกาสที่จะได้เป็น “นักบินกามิกาเซ”

ตลอดศึกสงครามนักบินเสียชีวิต 2,485 นาย กามิกาเซจมเรือรบไป 34 ลำ และอีกนับร้อยลำได้รับความเสียหาย

 

ฮิซาโอะ โฮริยามา (Hisao Horiyama) นักบินกามิกาเซที่รอดชีวิต ในเวลานั้นเขาอายุ 21 ปี เล่าว่า “เราไม่รู้เรื่องต้องตายสักเท่าไหร่หรอก เราถูกฝึกให้ข่มอารมณ์… ถึงจะต้องตายก็คุ้มค่า การตายเป็นทำภารกิจให้สมบูรณ์ เราถูกสั่งไม่ให้หันหลังกลับ …พอจบจากการฝึก สมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ (สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต) ทรงม้าสีขาวเสด็จมาทรงเยี่ยมหน่วยของเรา ผมคิดว่าพระองค์ทรงขอร้องเป็นการส่วนพระองค์ให้เราทำหน้าที่ ผมรู้ว่าไม่มีทางเลือกแต่พร้อมตายเพื่อพระองค์”

เมื่อถามว่าทำไมเขาถึงอาสาทำงานนี้ เขาตอบว่า “ในเวลานั้นเราเชื่อว่าสมเด็จพระจักรพรรดิและชาติญี่ปุ่นคือสิ่งเดียวกัน”

นักบินกามิกาเซ มิได้ถูก “ล้างสมอง” ให้เกลียดชังต้องฆ่าศัตรู แต่นักบินกามิกาเซ คือ “คนที่กล้าหาญ” ที่ต้องสู้ด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่าง “ความจงรักภักดี” กับ “ความกลัวตาย”

 

ข้อมูลจาก Japan’s Kamikaze Pilots and Contemporary Suicide Bombers: War and Terror By Yuki TANAKA http://listverse.com/2017/02/05/10-facts-about-the-kamikaze-you-probably-didnt-know/

 

เรียบเรียงโดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

บทความก่อนหน้านี้คุมเหล้า ‘วันสงกรานต์’ คนดื่ม-ขายระวังติดคุก
บทความถัดไปพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เดินเครื่อง‘ระบบนิเวศ 5G’