ทหารไทยเตือนระวังทุนนอกทะลักทำบาทผันผวน หากเฟดปรับลดดอกเบี้ยปีนี้

รายงานข่าวจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบีอนาไลติกส์) รายงานว่า ภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าไม่ว่าจะเป็นจีนเม็กซิโกยุโรปและญี่ปุ่นส่งผลให้ตลาดมีความกังวลว่าหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายโอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่สภาวะถดถอยภายในช่วงหลังของปี2562 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญซึ่งหากพิจารณาดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อการผลิต(พีเอ็มไอ) ของหลายๆประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าจะเห็นว่าพีเอ็มไอของสหรัฐที่อยู่ในระดับต่ำสุดในรอบเกือบ3 ปีในขณะที่พีเอ็มไอของจีนเยอรมนีญี่ปุ่นสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียเริ่มชะลอหรือหดตัวลงแล้ว อีกทั้ง ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับจีนปะทุขึ้นอีกครั้งมีการตอบโต้ทางภาษีกันไปมาและลุกลามไปถึงสงครามเย็นทางด้านเทคโนโลยีทั้งนี้นอกจากจีนสหรัฐยังประกาศขึ้นภาษีประเทศคู่ค้าอันดับสองอย่างเม็กซิโก5% และจะเพิ่มเป็น25% ในเดือนตุลาคมหากรัฐบาลเม็กซิโกไม่สามารถจัดการผู้อพยพที่ผิดกฎหมายจากเม็กซิโกได้นอกจากนี้ยังมีสงครามการค้ากับยุโรปและญี่ปุ่นโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เพิ่งถูกเลื่อนการขึ้นภาษีออกไปที่ต้องจับตาดูต่อ

 รายงานข่าว ระบุว่า ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลกรวมถึงของเศรษฐกิจสหรัฐสะท้อนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร(บอนด์ยีลด์) สหรัฐที่อัตราผลตอบแทนระยะยาวลดลงจนต่ำกว่าระยะสั้นหรือที่เรียกว่าเส้นอัตราผลตอบแทนกลับด้าน(Inverted yield curve) ที่ในอดีตเป็นตัวบ่งชี้ที่ค่อนข้างแม่นยำของภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก1-2 ปีข้างหน้าจากข้อมูลตั้งแต่ปี1976 เหตุการณ์เส้นอัตราผลตอบแทนกลับด้านคืออัตราผลตอบแทนระยะ10 ปีต่ำกว่าระยะ3 เดือนสามารถทายภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ถูกต้องกว่า83% หรือทายถูก5 ครั้งจาก6 ครั้งและหากสงครามการค้ารุนแรงกว่านี้ก็จะทำให้ผลต่างอัตราผลตอบแทนติดลบหนักขึ้นสะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนที่แย่ลงนอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐยังต่ำกว่าเป้าหมายที่2% ของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ต่อเนื่องตั้งแต่ตุลาคมปี2561 ซึ่งเฟดอธิบายว่ามาจากปัจจัยชั่วคราวสวนทางกับตลาดที่มองว่าเงินเฟ้อจะไม่กลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะเวลาอันใกล้นี้

เฟดอาจมีความจำเป็นต้องลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย1 ครั้งในปี2562 นี้สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายเจมส์บูลลาร์ดประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐชุดปัจจุบันที่บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้านี้ซึ่งหากเฟดลดดอกเบี้ยจริงอาจทำให้มีฟันด์โฟลว์จากต่างประเทศไหลเข้ามาในตลาดเกิดใหม่รวมทั้งตลาดเงินตลาดทุนในประเทศไทยมากขึ้นแต่จะมีความผันผวนสูงขึ้นนักลงทุนจึงควรติดตามท่าทีของเฟดอย่างใกล้ชิดและมีความเตรียมพร้อมอยู่เสมอรายงานข่าวระบุ

 

เกาะกระแสเศรษฐกิจใกล้ตัว กับมติชน คลิ๊ก!

เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘รองอธิบดี กกจ.’ เยี่ยม ‘กลุ่มพัดสานบ้านแพรก’ สร้างอาชีพ-เพิ่มรายได้ชุมชน
บทความถัดไป‘ช้างศึก’พลาดท้ายเกม โดน ‘เวียดนาม’ ยิงชัยทดเจ็บพ่าย 0-1 ชวดเข้าชิง ‘คิงส์คัพ’