ปริญญาใจ กลายเป็น ปริญญาเจ็บ ‘ศิริพร อำไพพงษ์’ เคลียร์ทุกประเด็นร้อน

กรณีมีกระแสข่าวว่าเกิดความไม่ลงรอยกันระหว่าง ศิริพร อำไพพงษ์  นักร้องลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง เจ้าของเพลงดัง “ปริญญาใจ” กับ “โบว์รักสีดํา” กับลูกบุญธรรม จนนำมาสู่การปิดคลินิกที่ ศิริพร เปิดให้ลูกบุญธรรมดูแล และนำมาสู่ลูกบุญธรรม โอดครวญผ่านเพจ “อรนภา ดวงดี” นั้น

อ่าน : เกิดอะไรขึ้น “ศิริพร อำไพพงษ์ ” ประกาศปิดตัวคลิกนิก วอนหยุดเอาชื่อไปแอบอ้าง ลูกบุญธรรม โอด

อ่าน : ฟังอีกด้าน! ลูกบุญธรรม แจงเหตุผล ‘ศิริพร’ ปิดคลินิก

อ่าน : เปิดประวัติ ‘ลูกบุญธรรม’ ศิริพร อำไพพงษ์

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ศิริพร ให้สัมภาษณ์ “มติชนออนไลน์” ว่า ต้องบอกก่อนว่าเขาออกมาโพสต์เอง  พี่ไม่เคยโพสต์ เพราะพี่เล่นเฟซ/ไลน์ ไม่เป็น และพี่ก็ออกจากบ้านมานานหลายเดือนแล้ว ส่วนกรณีที่เขาบอกว่าพี่ปิดคลินิกนั้น คลินิกเป็นของพี่ซึ่งพี่ใช้เงินส่วนตัวเปิดเอง 10 ล้านบาท ไม่ได้หุ้นกับใคร เป็นเงินของพี่ล้วนๆ เพราะฉะนั้นถ้าพี่จะปิดก็เป็นสิทธิของพี่ และที่พี่ต้องปิดก็เพราะว่าไม่มีหมอที่มาดูคลินิกแล้ว พี่ตั้งใจขายคลินิกและบ้านเพื่อไปอยู่ที่ต่างประเทศ

ส่วนที่ถามว่า ก็จะไปตรงกับที่อีกฝ่ายระบุว่า ขายคลินิกขายบ้านเพื่อไปอยู่ต่างประเทศนั้น ก็แล้วแต่จะคิด นานาจิตตัง พี่ไม่คิดอะไรแล้ว ทั้งนี้พี่คิดว่าจะไปอยู่ต่างประเทศเร็วๆ นี้แต่ช่วงแรกก็คงจะไปเที่ยวรอบโลกก่อน จากนั้นก็ไปอยู่ต่างประเทศราวๆ 5-6 เดือนแล้วก็จะบินมาเมืองไทย ก็จะเป็นลักษณะไปๆ มาๆ กับประเทศไทย ยังไงพี่ก็ต้องกลับมาเมืองไทยอยู่แล้วเพราะพี่สร้างวัดที่บ้านเกิดคืออุดรฯ ก็จะต้องกลับมาดูแลวัด พี่เป็นคนไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว ก็ไม่รู้เอาเงินไปทำอะไร ก็ต้องเอามาทำบุญด้วยการสร้างวัดดีกว่า เพราะฉะนั้นยังไงพี่ก็ต้องกลับมาดูแลวัดที่สร้าง

เมื่อถามว่าจะตั้งใจจะไปตั้งรกรากที่ต่างประเทศหรือไม่นั้น ศิริพร กล่าวว่า พี่อายุขนาดนี้แล้วพี่คงไม่ต้องตั้งรกรากแล้วมั้ง แล้วพี่ก็มีเงินมากแล้ว มีคนจ้างพี่ไปร้องเพลงจนบางงานพี่ก็ไม่สามารถรับได้แล้ว

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าเขาเป็นลูกบุญธรรมนั้น ชี้แจงว่า พี่ไม่เคยรับใครเป็นลูกบุญธรรม คือคนในวงหมอลำ เรียกพี่ว่าแม่นางกัน เขาก็เป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปินคิดฮอตที่พี่ตั้งขึ้นซึ่งคนอื่นๆ ในกลุ่มนี้ก็เรียกพี่ว่าแม่กันทั้งนั้น แต่ส่วนใหญ่จะเรียกว่าพี่นางกันมากกว่า ยืนยันว่าไม่เคยรับใครมาเป็นลูกบุญธรรมเลย ทั้งนี้กับคนนี้ที่เป็นข่าว พี่ส่งเสียให้เรียนด้านหมอความงามจนจบในไทย แล้วก็ให้มาดูแลคลินิกที่พี่เปิด

ส่วนที่ถามว่าออกจากบ้านมาหลายเดือนแล้วเพราะได้ข่าวระแคะระคายมาก่อนหรือไม่นั้น พี่ไม่อยากพูดเรื่องนี้ พูดตรงๆ นะ มันเป็นเรื่องที่น่าอายมากที่ไม่ควรออกจากปากพี่ แต่ถึงพี่ไม่พูด แต่ก็คิดว่าคงรู้กันแล้ว

“อย่าให้พี่พูดเรื่องนี้เลยนะ มันเป็นเรื่องน่าอาย แล้วแต่ตอนรักกันก็ไม่เห็นพูดแบบนี้ เพราะฉะนั้นพี่ไม่อยากพูดอะไร ที่ผ่านมาพี่ก็ไม่เคยออกมาพูดเลย เรื่องนี้พี่จะไม่โทษใคร คิดเสียว่าเป็นเรื่องของโชคชะตา เรื่องของเวรกรรมต่อกัน พี่อาจจะบ้าบุญก็ได้ แต่บุญก็ช่วยพี่ได้มาก”

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาพี่ไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ แต่การที่พี่ปิดคลินิกอาจทำให้เขาเดือดร้อน ศิริพร กล่าวว่า เขาจะเดือดร้อนอะไรอีก ในเมื่อพี่ให้บ้านให้รถผู้ชายไปแล้ว คือพี่มีบ้านหลายหลัง ประมาณ 5 หลังทั้งที่กรุงเทพฯ และอุดรฯ และมีรถหลายคัน โดยบ้านที่กรุงเทพฯ และรถส่วนหนึ่งพี่ขายไปแล้ว แต่ในส่วนของผู้ชาย พี่ก็ยกบ้านกับรถให้ผู้ชายด้วย  คือ ยกบ้าน 1 หลังและรถให้เป็นชื่อผู้ชาย

เมื่อถามว่า พี่ใจเย็นมาก ไม่ออกมาโต้ตอบ ได้ใช้คติธรรมหรือธรรมะอะไรในการจัดการปัญหานี้ ศิริพร กล่าวว่า พี่ยึดคติว่าถ้าพูดความจริง ต่อให้พูด 100 ครั้ง ความจริงก็จะเป็นความจริง แต่ถ้าพูดโกหก พูด 100 ครั้ง ทั้ง 100 ครั้งก็จะไม่ตรงสักครั้ง

เมื่อบอกว่าชื่นชอบเพลงปริญญาใจมาก ศิริพร ตอบด้วยเสียงหัวเราะอย่างขำๆ ว่า ตอนนี้อาจจะกลายเป็นปริญญาเจ็บแล้วก็ได้

บทความก่อนหน้านี้ก๊งเหล้าเมาเสร็จ ทะเลาะกันฟันเพื่อนหัวแบะ
บทความถัดไปสรุปโผ ครม.ใครได้ตำแหน่งใดมาดูกัน!!