“ทักษิณ” สไกป์ ให้คนไทยในเมกาอวยพรวัดเกิดครบ 70 ปี ตอบชัดเรื่องกลับประเทศไทย

แฟ้มภาพ

 

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้สไกป์มาพูดคุย และให้คนไทยในอเมริกาอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครอบรอบ 70 ปี โดยนายทักษิณใช้เวลาสไกป์พูดคยประมาณ 30 นาที ให้คนที่มาร่วมอวยพรร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ และเป้าเทียนวันเกิดให้

โดยนายทักษิณ กล่าวว่าตอนหนึ่งว่า ขอบคุณที่มาอวยพรตนในวันนี้ น่าประทับใจมากกับคำอวยพรที่ให้ตน สิ่งเหล่านี้มีคุณค่าต่อตนมาก แม้ตนจะออกจากประเทศมานานแล้วแต่ทุกคนก็ยังไม่ลืม และเป็นห่วงตน ทำให้ตนมีกำลังใจและรักสาสุขภาพให้แข็งแรง เลข 70 มันน่าใจหาย แต่เมื่อดูจากสภาพเราแล้วอายุก็เป็นเพียงตัวเลข เพราะสุขภาพดีไม่มีขายอยากได้ต้องหาเอาเอง ส่วนสุขภาพจิต มีคนให้กำลังใจตลอดเวลา เราก็ต้องเอาตรงนั้นมาเป็นกำลังใจ ไม่อย่างนั้นอยู่ยาก มีอาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกว่า ชีวิตของเราเหมือนเม็ดฉ่ำฉา ถ้าเอาเม็ดที่ส่งมาบ่มใจเราก็จะพองโต แต่ถ้าเอาเม็ดที่เป็นทุกข์มาบ่มจิตใจก็จะห่อเหี่ยว ชีวิตก็จะแย่ลงทุกวัน ดังนั้น ต้องบ่มสุขให้มากๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่รับรู้เรื่องทุกข์ ก็ต้องรับรู้ทั้งทุกข์ และสุข แต่อย่าให้ทุกข์มาบั่นทอนเราจนไม่สามารถมีความสุขได้ เราต้องอยู่ให้เป็น อยู่ให้มีคุณค่า วันนี้อายุ 70 ยังแข็งแรง มีจิตใจที่ยังเข้มแข็ง คิดถึงพี่น้องทุกคน ทุกวันนี้ตนก็คิดอย่างเดียวว่า ตนเป็นหนี้บุญคุณประชาชน กำลังใจเหล่านี้ทำให้ตนอยู่ได้ วันนี้ตนซึ้งใจที่พวกท่านอวยพรให้ตน ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง และมีความรุ่งเรื่องในชีวิตตลอดไป แล้วเจอกันที่แอลเอนะ

อย่างไรก็ตาม มีตัวแทนถามว่า ตอนนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่ที่ไหน คิดถึง นายทักษิณ กล่าวว่า อยู่ด้วยกัน แต่คนละบ้านครับ

เมื่อนายจอม ถามถึงกระแสข่าวว่าจะวางมือทางการเมือง นายทักษิณ กล่าวว่า มือก็ต้องวางตลอด เวลาจะกินข้าวกินอะไรก็ต้องวางมือ นั่งก็ต้องวางมือที่หน้าขาตัวเอง ไม่งั้นหนัก ทั้งนี้ ตนไม่ได้มีบทบาทอะไรมากอยู่แล้ว ได้เพียงแต่ให้กำลังใจ เพราะสิบว่าปีที่ผ่านมาก็ต้องทำมาหากิน หาเลี้ยงชีพ การเมืองไทยมีคนทำหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค เราก็คงไม่ต้องไปกังวล พรรคก็ไปได้ดี พี่น้องก็เข้าใจว่าพรรคนี้เป็นดีเอ็นเอ เป็นสายเลือดที่ตนก่อตั้งมา คนที่ออกไปอยู่ที่อื่นประชาชนก็ไม่ได้มองว่าเป็นไทยรักไทย เลือกตั้งทีไรก็แพ้ รอบนี้ใช้ยุทธวิธีทุกรูปแบบก็ยังได้เท่านี้ แปลว่าดีเอ็นเอของเราก็ยังแข็งแรงดี ประชาชนยังสนับสนุน เพราะเราเป็นพรรคที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และทำทุกอย่างเพื่อประชาชน รวมถึงรักษาระบอบประชาธิปไตยที่มีประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ไม่ว่าจะออกกฎหมาย หรือกติกามากลั่นแกล้งอย่างไร ซึ่งตนก็ไม่เคยเห็นทหารยุคไหนที่ขาดความเป็นลูกผู้ชายเท่ายุคนี้ มันไม่เท่ ชนะแบบที่ประชาชนเลือกอย่างแท้จริงเท่กว่า การชนะแบบที่ให้กรรมการช่วยนั้น ไม่เท่เลย

เมื่อนายจอม ถามว่า ท่านมีโอกาสที่จะได้กลับประเทศไทยไหม นายทักษิณ กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบ ตนต้องจุดธูป

เมื่อถามว่า ได้ดูการอภิปรายในสภาเป็นอย่างไรบ้าง และการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านท่านให้คะแนนแค่ไหน นายทักษิณ กล่าวว่า เราต้องถามว่า เราจะเป็นประชาธิปไตย หรือจะเป็นเผด็จการ วันนี้ถึงเวลาที่เราต้องเป็นมนุษย์ที่แข็งแรง คือต้องเป็นคนที่มีสิ่งที่สะอาดอยู่ในตัว มากกว่าสิ่งสกปรก ไม่มีอะไรดีที่สุดในโลกนี้ ประชาธิปไตยก็เช่นกันที่ไม่ได้ดีที่สุด แต่ประชาธิปไตยสามารถทำให้ได้เรียนรู้ความหลากหลาย และความคิดที่แตกต่างของมนุษย์ ดังนั้น จึงควรให้คนพูด และแสดงออกเยอะๆ มันเป็นประโยชน์

นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า “ผมยังเป็นคนไทย ถึงแม้จะโดนยึดพาสปอร์ตก็ตาม ผมยังมีหัวใจเป็นคนไทย ผมยังคิดตลอดเวลาว่า ผมจะต้องทำหน้าที่ช่วยประเทศไทย และคนไทย แต่ผมจะไม่ปกป้องคนที่เข้ามาบริหารประเทศที่ไม่ดี ทั้งนี้ วันเกิดปีนี้ผมอยากให้ประเทศไทยมีความสามัคคี อยากเห็นคนไทยมีความสุข สามารถทำมาหากินได้อย่างมีเสรีภาพ คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์จะสามารถเปลี่ยนสไตล์ได้ และจะบอกอย่างหนึ่งว่า สูตรเศราฐกิจที่ผมใช้สมัยไทยรักไทย เอามาใช้วันนี้ไม่ได้หรอกครับ เหมือนยารักษาโรค ช่วงเวลาไม่เหมือนกัน สมมาติฐานไม่เหมือนกัน ไวรัสก็กลายพันธุ์ จะใช้ยาเม็ดเดิมมารักษาไม่หาย แล้วถ้าอยากได้ยาเม็ดใหม่ถามผมได้ ผมยินดี ผมำไม่เคยหวงเลย แต่การที่มาด่ามาว่ากันมันไม่ดีหรอก ยินดีหากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ จะโทรมาปรึกษาปัญหาเศรษฐกิจ เพราะก็รู้จักกันดีตั้งสมัยที่เป็นนายกฯ มีอะไรก็โทรมาถามได้ ยินดีครับ” นายทักษิณ กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รมว.ทรัพย์ลั่นไม่ยอมแน่ แม้เจ้าของ 88 การ์มองเต้ มีชื่อเป็นนายทุนพลังประชารัฐ
บทความถัดไปมร.นม.จัดเสวนา ชำระปวศ.นครราชสีมา พบเมืองโคราชอายุ 551 ปี ไม่ใช่ 360 ปีอย่างที่เข้าใจ