ตลท.เผยธปท.ลดดอกเบี้ย เหตุกังวลศก.โลกทรุด เชื่อส่งผลดีต่อตลาดหุ้น

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นนโยบายทางการเงินที่หากส่งผ่านมาทางเศรษฐกิจ และสามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ ก็จะส่งผ่านมายังตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวขึ้น ตามปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น ในส่วนของค่าเงินบาทก็มีผลบ้าง แต่มองว่าค่อนข้างมีเสถียรภาพ ไม่ได้แกว่งตัวมากนัก จึงสามารถคาดการณ์และบริหารความเสี่ยงได้

“การที่ธปท.ออกมาปรับลดดอกเบี้ยลงในครั้งนี้ ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับธนาคารกลางของต่างประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นความกังวลในเรื่องของเศรษฐกิจโลก ทำให้ต้องมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น โดยคาดว่าอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลให้ลดอัตราดอกเบี้ยคือ ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งประเทศต่างๆ เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ความขัดแย้งในฮ่องกง และความขัดแย้งระหว่างเกาหลีกับญี่ปุ่น ในส่วนของการที่จีนปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลง และสหรัฐฯ ได้กล่าวหาจีนทำการปั่นค่าเงิน มองว่าจุดนี้ยังไม่ใช่สงครามค่าเงิน เนื่องจากยังมีการเจรจากันอยู่ และสหรัฐฯก็ยังไม่มีการโต้ตอบค่าเงิน แต่คาดว่าค่าเงินหยวนที่ปรับตัวอ่อนลงในครั้งนี้ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้การเจรจาเกิดความรวบรัดมากขึ้นได้”นายศรพลกล่าว

นายศรพล กล่าวว่า สำหรับตลาดหุ้นไทย ในสิ้นเดือนกรกฎาคม ดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 1,711.97 จุด ลดลง 1.1% จากสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้น 9.5% จากสิ้นปี 2561 มีน้ำหนักในการซื้อขายที่สูงมาก โดยพบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนี่ 4 แต่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม มีสัญญาณที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมบ้าง สำหรับตลาดทุนไทยมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพ เพราะเศรษฐกิจในภาพรวมยังดูดี หนี้ต่างประเทศและอัตราเงินเฟ้อต่ำ อย่างไรก็ตามอยากให้ติดตามปัจจัยการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และสงครามการค้าต่อไป เพราะน่าจะเป็นปัจจัยหลักที่มีผลกับปีนี้มากที่สุด

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากระดับ 1.75% เหลือ 1.5% ส่วนตัวมองว่าไม่ได้สร้างความแปลกใจให้ตลาด แต่อาจจะมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยที่ผ่านมาหากไม่ได้มีเหตุการณ์ที่รุนแรง ตลาดก็จะไม่คาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดดอกเบี้ย แต่จากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และปัญหาสงครามการค้าที่เกิดขึ้น คงทำให้ธปท.มองว่าการลดดอกเบี้ยน่าจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยได้

นายภากร กล่าวว่า สำหรับผลที่เกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทย อยากให้นักลงทุนติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะตอนนี้ผลกระทบแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นรายกลุ่มหรือรายบริษัท เพราะขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบริษัทจะมีความสามารถในการทำกำไรอย่างไร และขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมของแต่ละบริษัทด้วย ทำให้นักลงทุนต้องศึกษาให้ดี แต่หากมองภาพรวมตลาดหุ้นไทย มองว่าบริษัทจดทะเบียนไทย มีความแข็งแกร่งในหลายกลุ่มธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ซ่อนเงินใน “กล่องรองเท้า” เกือบไม่มีโอกาสใช้ !!!
บทความถัดไป‘ซัลบาดอร์’ ปลื้มฟอร์มช้างศึกยู15ดับ ‘อิเหนา’ 2-0 ทะลุชิงศึกอาเซียนชนแข้ง ‘เสือเหลือง’