ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด สปอร์ตพรีเมียมซีดาน : โดย นายพล

อุ่นเครื่องกันมานานข้ามปีกว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการและมีรถให้ลูกค้า ในที่สุด ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ก็เอาใจลูกค้าได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ส่งรุ่นไฮบริด รุ่นล่าสุดมาเป็นทางเลือกให้กับแฟนๆ หลังจากส่งรุ่น แอคคอร์ด เทอร์โบ 1.5 ลิตร มาบูมตลาด พร้อมนิยามความแรงและประหยัดไปในช่วงก่อนหน้านี้

สำหรับรุ่น ไฮบริด งานนี้แอคคอร์ดไม่มีอะไรจะต้องยั้งอีกแล้ว เรียกได้ว่ามีเท่าไหร่ใส่ให้หมด ทั้งในเรื่องของสมรรถนะ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ความสะดวกสบาย คงกะว่างานนี้จะมาซดกับ โตโยต้า คัมรี่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ อย่างไม่หวั่นเกรงกันเลยทีเดียว

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 เน้นความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน มาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมเชื่อมต่อกับไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED ไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) และเสาอากาศครีบฉลาม มีซันรูฟพร้อมระบบ วัน ทัช (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) พร้อมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ในรุ่นเทอร์โบ และขนาด 18 นิ้ว ในรุ่นไฮบริด

ดีไซน์ภายในบริเวณคอนโซลกลางโปร่งโล่ง มีพื้นที่ช่วงขามากขึ้น กว้างขวาง เบาะหนังและชุดตกแต่งภายในลายไม้ มีฟังก์ชั่น ได้แก่ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ (Memory Seat) พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ ปุ่มปรับเบาะไฟฟ้าข้างพนักพิงเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้า (รุ่น HYBRID และรุ่น HYBRID TECH) เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้

เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก ได้แก่ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบแอดวานซ์ ทัช รองรับการเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์ และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD) (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ (รุ่น HYBRID และ รุ่น HYBRID TECH) พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่ม รับ-วางสายโทรศัพท์ รองรับระบบ

สั่งการด้วยเสียง Siri (รุ่น TURBO EL) พร้อมปุ่มควบคุมระบบการทำงานที่อยู่ใน Honda SENSING ได้แก่ ACC with LSF และ LKAS (รุ่น HYBRID) หรือพร้อมปุ่มควบคุมระบบการทำงานที่อยู่ใน ฮอนด้า เซนซิ่ง (Honda SENSING) ได้แก่ ACC with LSF, LKAS และ HUD (รุ่น HYBRID TECH)

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) (รุ่น HYBRID และรุ่น HYBRID TECH) ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมต (Remote Engine Start)

การสั่งการแบบอัจฉริยะ ด้วยการสตาร์ตเครื่องยนต์และสั่งการเปิดเครื่องปรับอากาศได้จากระยะไกล ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) และระบบสตาร์ตเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง (ทุกรุ่น) และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (รุ่น HYBRID และรุ่น HYBRID TECH)

ระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2 ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215 แรงม้า

สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) มอเตอร์จะขับเคลื่อนล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และในขณะลดความเร็วจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดจากการลดความเร็วให้กลับเป็นพลังงานไฟฟ้า และชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ ซึ่งในระบบนี้จะให้ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และให้ความเงียบเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง แบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น ช่วยให้สามารถขับขี่ในโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) ได้อย่างต่อเนื่องและทำความเร็วได้สูงสุดถึง 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ผู้ขับขี่สามารถกดสวิตช์ควบคุมโหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Mode) เพื่อเข้าสู่โหมดการขับขี่ที่ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยจะมีสัญลักษณ์ EV สีเขียวปรากฏขึ้นบนแผงหน้าปัด ให้การขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันและเงียบสนิท ระบบจะทำงานและตัดเข้าสู่การทำงานในโหมดอื่นตามสภาพการขับขี่ที่เปลี่ยนไป

โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) เป็นระบบขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ผสานกำลังในการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้เกิดแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว และมีอัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และขณะลดความเร็ว เครื่องยนต์จะหยุดทำงานและชาร์จไฟกลับอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ในขณะเร่งความเร็วให้อัตราเร่งนุ่มนวลและทรงพลัง

โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) พลังขับเคลื่อนจะมาจากเครื่องยนต์ โดยชุดล็อกอัพคลัตช์ที่อยู่ในเกียร์ E-CVT จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์และส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ให้ประสิทธิภาพสูงและมีแรงเสียดทานต่ำ เป็นระบบที่เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่

ระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ ฟูล ไฮบริด ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 97 กรัม/กิโลเมตร

มาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต(Sport Drive Mode) และ อีคอน โหมด ECON Mode ระบบช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง

เทคโนโลยีความปลอดภัย ได้แก่ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยจะใช้กล้องในการจับภาพและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้ว (ทุกรุ่น)

กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน (เฉพาะรุ่น TURBO EL และรุ่น HYBRID)

ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) (ทุกรุ่น) ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System – MVCS) (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH)ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH)

ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Brake Hold อัตโนมัติ (Auto Brake Hold) โครงสร้างตัวถังนิรภัย (G-Force Control: G-CON) ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist – VSA) ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal – ESS) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor)

เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) (เฉพาะรุ่น HYBRID และ HYBRID TECH) ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น HYBRID TECH ราคา 1,799,000 บาท รุ่น HYBRID ราคา 1,639,000 บาท รุ่น TURBO EL ราคา 1,475,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอเวอรี่เบจ สีดำ และ สีน้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH) ขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก

ถือว่าเป็นซีดานแห่งยุคของฮอนด้า สะท้อนความเป็นตัวตนของค่ายรถยนต์ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเน้นอรรถประโยชน์ได้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

นายพล

บทความก่อนหน้านี้อว.มอบรางวัล”ครู – นักเรียน”ผลงานดี ด้านวิทยาศาสตร์ ประเทศไทย
บทความถัดไปตร.ออกหมายจับพ่อบุญธรรม-เจ้าของแคมป์ ร่วมก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิง 14 ปี