พระพุทธศาสนากับบุคคลข้ามเพศ : โดย ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

พระพุทธศาสนากับบุคคลข้ามเพศ : โดย ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

พระพุทธศาสนากับบุคคลข้ามเพศ : โดย ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

สมัยหนึ่ง องค์พระศาสดาเสด็จสู่นครสาวัตถีพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ครั้งนั้นมาณพหนุ่มชื่อ วักกลิ เกิดในตระกูลพราหมณ์ เป็นผู้มีอุปนิสัยหนักไปในทางราคจริตรักสวยรักงาม พอได้เห็นพระรูปโฉมอันสง่างาม ผิวพรรณผ่องใส พระอิริยาบถเหมาะสมทุกท่วงท่า จึงเกิดศรัทธาเลื่อมใสและรักใคร่ไม่รู้จักเบื่อหน่ายในการติดตามดูพระวรกายของพระพุทธองค์ พยายามวนเวียนมาเฝ้าดูอยู่เป็นนิตย์

ต่อมา วักกลิเกิดความคิดจะขอบวชเพื่อให้ได้มีโอกาสติดตามเฝ้าดูพระวรกายอย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา จึงขออุปสมบท พระบรมศาสดาทรงประทานให้ แต่เมื่อบวชแล้ว พระวักกลิไม่ได้สนใจที่จะศึกษาพระธรรมวินัยแต่อย่างใด ทุกวันเวลามีแต่มัวเมาเฝ้าดูพระรูปโฉมขององค์พระศาสดามิได้ละเว้น

ในเบื้องต้นพระพุทธองค์มิได้รับสั่งว่ากล่าวแต่ประการใด ครั้นเวลาผ่านไป พระองค์ทรงเตือนพระวักกลิให้เลิกละการเที่ยวติดตามดูร่างกายอันมีแต่จะเน่าเปื่อยนั้นเสีย แม้จะทรงตรัสเตือนแล้ว แต่พระวักกลิยังปฏิบัติเช่นเดิม ยังคงติดตามเฝ้าดูพระพุทธองค์อยู่ตลอดเวลา

ในที่สุด องค์พระศาสดาทรงเรียกพระวักกลิเข้าเฝ้าและตรัสประณามขับไล่พระวักกลิออกไปเสียจากสำนักของพระองค์ด้วยพระดำรัสว่า “อัปเปหิ วกฺกลิ ดูก่อน วักกลิ เธอจงออกไปจากสำนักของเรา” พระวักกลิเกิดความน้อยใจจะไปกระโดดภูเขาเพื่อฆ่าตัวตาย

จากพุทธประวัติข้างต้น พระวักกลิมีจิตใจและอารมณ์แปรปรวนไปในทางราคจริต พฤติกรรมของพระวักกลิได้สร้างความรำคาญและขัดเคืองพระทัยแก่องค์พระศาสดาและแก่หมู่สงฆ์ที่ได้พบเห็น จนได้รับการตำหนิว่ากล่าวและขับไล่ออกไปจากสำนักของพระพุทธองค์ การเฝ้าติดตามดูพระพุทธองค์อยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้จักกาลเทศะ ไม่รู้จักความเหมาะสม ไม่รู้จักประพฤติตนให้สอดคล้องกับหมู่คณะและถูกต้องตามจารีตประเพณี เป็นการกระทำที่ก้าวล่วงและก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่องค์พระศาสดา

คนทุกคนย่อมเกิดมาผิดแผกแตกต่างกัน ความหลากหลายถือเป็นสิ่งสวยงาม และเป็นพัฒนาการของสรรพสิ่งให้เจริญงอกงาม ตราบเท่าที่ความแตกต่างนั้นไม่สร้างความขุ่นเคืองและความอึดอัดใจให้แก่ชุมชนและสังคมส่วนรวม หรือกระทบต่อจารีตประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามที่ถือปฏิบัติมาช้านาน เฉกเช่นพระวักกลิที่เฝ้าติดตามพระพุทธองค์ตลอดเวลา ในขณะที่ภิกษุสงฆ์อื่นมุ่งแต่การปฏิบัติธรรม

สังคมพร้อมรับความคิดใหม่ การทำใหม่หรือสิ่งแปลกใหม่ เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้เจริญก้าวหน้า เพื่อให้มีจารีตประเพณีอันงดงามและอบอุ่น ให้มีพระพุทธศาสนาเป็นหลักยึดและสืบทอดพระธรรมคำสอนต่อไปยาวนาน แต่หากการกระทำนั้นทำลายโครงสร้างวิถีชีวิตของชุมชน บิดเบือนวัฒนธรรมอันดีงามของสังคม หรือเป็นต้นเหตุอันนำไปสู่จุดจบและความล่มสลายของเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติและสายโลหิต หรือถึงกับการสิ้นสลายหายสูญไปของมวลมนุษยชาติทั้งปวง

การเฝ้าติดตามดูพระพุทธองค์ตลอดเวลามีเหตุปัจจัยที่มาจากราคจริตแปรปรวน อันเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลของพระวักกลิ แต่พฤติกรรมดังกล่าวกลับสร้างความขัดแย้งและเสียดแทงต่อคณะสงฆ์และต่อจารีตประเพณีของชุมชน ลำพังเพียงการดูพระรูปโฉมย่อมถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สังคมยอมรับได้ แต่การเฝ้าติดตามพระพุทธองค์ไปทุกหนแห่งและการทูลขอบวชอันเสแสร้งถือเป็นการเรียกร้องสิทธิที่เกินความเหมาะสม เกินเลยไปจากกรอบจารีตประเพณีที่สังคมและชุมชนจะยอมรับได้ การเรียกร้องสิทธิของพระวักกลิได้กระทบต่อสำนึกอันดีงามของชุมชนและเยาวชน สร้างความแปลกแยกและเสียดแทงแก่สายตาของสังคม ก่อให้เกิดความกระอักกระอ่วนใจแก่พ่อแม่ เครือญาติและผู้ปกครองอันเป็นที่รักทั้งปวง

พฤติกรรมของพระวักกลิเป็นเหตุทำให้การปฏิบัติธรรมของหมู่สงฆ์ได้รับความอึดอัดใจและเกิดความระส่ำระสายในหมู่คณะ ขณะที่สงฆ์อื่นทำวัตรปฏิบัติโดยพร้อมเพรียง แต่พระวักกลิผู้มีจิตใจแปรปรวนกลับทำสิ่งที่เสียดแทงตรงกันข้าม กล่าวคือ นำเอาราคจริตอันแปรปรวนของตนออกแสดงโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมเรียกร้องสิทธิการขอบวชที่มีต้นเหตุมาจากราคจริตแปรปรวนนั้น แท้ที่จริงแล้วพระวักกลิกำลังเรียกร้องในสิ่งที่พระวักกลิไม่สมควรได้รับ

ในท่ามกลางความสุขสงบของคณะสงฆ์อันเกิดจากการปฏิบัติธรรม พระวักกลิกลับนำราคจริตอันแปรปรวนนั้นเข้าไปเสียดแทงความดีงามของชุมชน เข้าไปทำลายจารีตประเพณีของสังคม เหมือนดั่งพิษงูที่แผ่ซ่านเข้าสู่กระแสเลือด การเฝ้าติดตามพระพุทธองค์ตลอดเวลาจึงเป็นการไม่เคารพต่อวัตรปฏิบัติของคณะสงฆ์ เป็นการเบียดเบียนและสั่นคลอนความเป็นปกติสุขของชุมชน ทำลายคุณค่าและวัฒนธรรมของการรวมเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติและการสืบทอดมรดกของมวลมนุษยชาติ

การแอบอ้างสิทธิขอบวชเพื่อเฝ้าติดตามพระพุทธองค์อันเกิดจากราคจริตจึงไม่มีน้ำหนักเหนือไปกว่าสิทธิของชุมชนที่จะช่วยกันพยุงรักษาไว้ซึ่งจารีตประเพณีอันดีงามและช่วยกันสืบทอดมรดกของเผ่าพันธุ์เชื้อชาติให้ยืนยาวตลอดไป

พฤติกรรมของพระวักกลิสร้างความกังวลและก่อความรำคาญแก่คณะสงฆ์ กระทบกระเทือนต่อวัตรปฏิบัติของหมู่คณะ พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลเสียต่อพระพุทธศาสนาและศีลธรรมอันดีงาม ชุมชนย่อมมีสิทธิที่จะคัดค้านพฤติกรรมที่เสียดแทงนั้นและเรียกร้องให้ยึดถือไว้ซึ่งจารีตประเพณีที่ดีงามที่มีมาแต่เดิมให้คงไว้คลอดไป ยิ่งกว่าสิทธิและเสรีภาพของพระวักกลิที่มีปัจจัยมาจากราคจริตเป็นสำคัญ

สิทธิเรียกร้องของพระวักกลิมีแต่จะรบกวนและเสียดแทงสำนึกของเยาวชนและคนหนุ่มสาวของสังคมและชุมชน และยังบั่นทอนให้เสื่อมลงซึ่งคุณค่าของสถาบันครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกและการสืบต่อทายาทสายโลหิตของวงศ์ตระกูล

การอยู่กินร่วมกันอย่างคนรักหรือคู่สมรสย่อมเป็นสิทธิที่ทุกคนจะพึงมีได้ เป็นความสุขทางโลกที่ทุกคนมีสิทธิแสวงหา เพียงแต่อย่าเรียกร้องขอสิทธิที่เกินไปกว่านี้ เหมือนอย่างสิทธิที่พระวักกลิทูลขอบวช เพราะการเรียกร้องสิทธิที่มาจากราคจริตแปรปรวนนั้นกระทบต่อจารีตประเพณีและวัฒนธรรมโดยรวมของสังคม หากเป็นเช่นนั้น สังคมจำเป็นต้องเลือกที่จะรักษาไว้ซึ่งมรดกอันงดงามของบรรพชน การรับเอาข้อเรียกร้องและวิถีชีวิตของคนส่วนน้อยที่เสียดแทงนั้นมาผสมปนเปกับจารีตประเพณีอันดีงามที่มีอยู่เดิม ย่อมเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ชุมชน เผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ วัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาต้องล่มสลาย เหมือนดั่งการประพฤติปฏิบัติของพระวักกลิที่ทำให้หมู่สงฆ์และสังคมต้องระส่ำระสายและเสื่อมเสียความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา

การเรียกร้องสิทธิที่ไม่ก่อประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมยังอาจทำให้สังคมทั้งสังคมต้องล้มคว่ำคะมำหงาย หากมีภิกษุอื่นเลียนแบบเอาอย่างพระวักกลิที่เอาแต่สนใจอารมณ์และราคจริตส่วนตัวของตนเป็นที่ตั้ง โดยไม่หันมามองจารีตประเพณีของชุมชน ไม่ตระหนักถึงการรักษาไว้ซึ่งการสืบสายโลหิตของวงศ์ตระกูลและการคงอยู่ของเผ่าพันธุ์เชื้อชาติของมวลมนุษยชาติ เหมือนอย่างที่พระวักกลิได้ประพฤติปฏิบัติมา

หากพระพุทธองค์ไม่ทรงว่ากล่าวตักเตือนพระวักกลิ พระวักกลิจะไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักปรับเปลี่ยนนิสัยไปสู่ความถูกต้อง การหักห้ามและการตำหนิติเตียนพฤติกรรมของพระวักกลิจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องกระทำ และสังคมจำเป็นต้องตระหนักรับรู้ถึงพฤติกรรมอันเสียดแทงนั้น การปล่อยปละละเลยหรือยอมตามการเรียกร้องสิทธิของพระวักกลิมีแต่จะทำให้สังคมและวัฒนธรรมถูกบิดเบือน แปรปรวนและไหลตกต่ำไปสู่สังคมแคระแกร็นและแห้งผากปราศจากซึ่งความสดใสร่าเริงของเยาวชนและคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตขึ้นมาดูแลสังคมและบ้านเมืองต่อไป

ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

บทความก่อนหน้านี้คมคำ : ประจำวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2562
บทความถัดไปอุบลฯ วิกฤต! น้ำท่วมรุนแรง เร่งอพยพราษฎร 21,652 คน เดือดร้อนกว่า 159,692 ครัวเรือน