“ออลล์ อินสไปร์” ตั้งเป้า 5 ปี ฟันยอดขาย 2.5 หมื่นลบ. พร้อมโกอินเตอร์

นายธนากร ธนวริทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่มแบบครบวงจร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการตอกย้ำการเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจร ทำให้บริษัทฯเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงวางกลยุทธ์การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ในการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนียม เพื่อเจาะตลาดเอเชีย ผ่านทีมผู้บริหาร 4 สัญชาติ ทั้ง จีน สิงคโปร์ ไต้หวัน และญี่ปุ่น ที่มีความเป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญการตลาด รวมถึงงานขายในต่างประเทศเข้ามาเสริมทัพ โดยดำเนินการผ่านบริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด (Thai D) ที่ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนและนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทฯถือหุ้น 100% พร้อมตั้งเป้าหมายในอีก ปีข้างหน้า จะมียอดขายรวมที่ 25,000 ล้านบาท

นายธนากร กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทฯได้เปิดสำนักงานในเซี่ยงไฮ้และไทเป ซึ่งถือเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องจากบริษัทฯได้เล็งเห็นว่าประเทศจีน เป็นประเทศที่มีนักลงทุนที่ให้ความสนใจ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยหากพิจารณาข้อมูลสถิติย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ในปี 2559 มีสัดส่วนลูกค้าจีนเพียง 6% ขณะที่ในปี 2560 มีสัดส่วนลูกค้าจีน เพิ่มเป็น 9% และในปี 2561 สัดส่วนลูกค้าจีนมีเพิ่มขึ้นเป็น 12% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มลูกค้าจาก สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ไต้หวัน อังกฤษ และ ญี่ปุ่น ทำให้บริษัทฯเชื่อว่าในปี 2562 สัดส่วนลูกค้าหลักคงยังเป็นจีน และฮ่องกง ที่มีแนวโน้มที่จะขยายสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายธนากร กล่าวว่า สำนักงานในเซี่ยงไฮ้บนอาคารฮ่องกง พลาซ่า ถนนซินเทียนตี้ ถือเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ในขณะที่สำนักงานในไทเปตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจ โดยสำนักงานมีการออกแบบตกแต่งให้มีการผสมผสานความอบอุ่นเรียบง่ายและทันสมัย และจัดพื้นที่ให้คำปรึกษาการลงทุน รวมถึงอธิบายรายละเอียดโครงการต่างๆ เนื่องจากบริษัทฯมีทีมขายท้องถิ่น ที่ดูแลสำนักงานขายในพื้นที่ และยังเป็นการทำงานร่วมกับผู้ขายท้องถิ่น ซึ่งรู้จักพฤติกรรมลูกค้าเป็นอย่างดี สำหรับวัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งออฟฟิศในต่างประเทศ ก็เพื่อให้บริการวางแผนการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์เต็มรูปแบบ พร้อมให้คำปรึกษาด้านโครงการแก่ลูกค้าอย่างละเอียดและการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทฯได้นำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การดูแลกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าหลังการขายที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศไทย อย่างการเป็นสมาชิก อินสไปร์ ฮับ ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ มามัดใจทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ และต่อยอดใช้กับกลุ่มลูกค้าในตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน

การที่บริษัทเลือกประเทศจีนเป็นที่ตั้งออฟฟิศแห่งแรกในต่างประเทศ เพราะบริษัทเห็นว่าเป็นประเทศที่มีนักลงทุนให้ความสนใจอสังหาริมทรัพย์ของไทยเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์เป็นหลัก ทั้งนี้ยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ผ่านมาบริษัทฯก็มียอดขายรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งมีลูกค้าจีนประมาณ 60% โดยกลุ่มดังกล่าวถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อจริง และมองหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า นอกจากนี้ มหานครเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญในด้านต่างๆ ของภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน การค้า ที่ต้อนรับบริษัทข้ามชาติให้เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศและการคมนาคมที่สำคัญการเดินทางที่สะดวกสบายครอบคลุมไปถึงมลฑลปักกิ่ง กวางโจว และเฉิงตู โดยวางเป้าหมาย 5 ปี จะมียอดขาย รวมที่ระดับ 25,000 ล้านบาท จากความสำเร็จในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัท ไทย ดี เรียลเอสเตท จำกัด    ได้ขายโครงการในตลาดต่างประเทศไปแล้วกว่า 5,000 ยูนิต สามารถสร้างยอดขายกว่า 18,000 ล้านบาทนายธนากรกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติได้ให้ความสนใจ และลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อบ้าน ประกอบกับประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ที่เป็นประเทศน่าอยู่ ส่งผลให้ความต้องการของกลุ่มผู้เล่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อเพื่ออยู่อาศัย กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อเชิงพาณิชย์ เพื่อการลงทุนในการสร้างผลตอบแทน

โดยจากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และศูนย์อสังหาริมทรัพย์ พบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559-2561) มีลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดมิเนียมในประเทศไทยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้มีการคาดการณ์ว่า แนวโน้มในปี 2562 ความต้องการจะยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมียอดลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดมิเนียมของประเทศไทยในปีนี้เกินกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากปี 2561 ที่มียอดลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดมิเนียมในเมืองไทยที่ระดับ 92,192 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2560 มียอดลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดที่ 70,758 ล้านบาท จากปี 2559 ที่มียอดลูกค้าต่างชาติซื้อโครงการคอนโดฯ ในประเทศเกือบ 60,000 ล้านบาท

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ก.ล.ต. ฟัน 2 ผู้ทำผิด ฐานใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้น ปรับหนัก 59.10 ลบ.
บทความถัดไปเพิ่มเงินรับซื้อโซลาร์ปชช. พลังงานอัดสินเชื่อ ชี้สนใจแค่4เมก-ยกเลิกคำขอเพียบ