‘อธิบดีสถ.’ มอบโล่-เกียรติบัตรศูนย์เรียนรู้โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน โรงแรมอเล็กซานเดอร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่และเกียรติบัตรศูนย์การเรียนรู้โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น โรงเรียนพอเพียงท้องถิ่นต้นแบบ และโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น โดยมีนายธวัชชัย เลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กว่า 600 คน เข้าร่วม

อธิบดีสถ.กล่าวว่า วันนี้นับเป็นวันที่น่าภาคภูมิใจอีกครั้งหนึ่งของวงการการศึกษาท้องถิ่น ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโรงเรียนท้องถิ่น ว่าเป็นสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ มีพัฒนาการ และมีความโดดเด่น ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ในการดำเนินงาน ทั้งด้านวิชาการ และด้านกิจกรรมการสร้างเสริมทักษะชีวิตแบบพอเพียง การพัฒนากำลังคนดังกล่าวนั้น สอดคล้องกับแนวหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชปณิธานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการสร้างคนดี มีทัศนคติที่ถูกต้อง มั่นคง และเข้มแข็ง มีอาชีพและมีงานทำ โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดทำโครงการโรงเรียนพอเพียงท้องถิ่น เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็น “พอเมืองท้องถิ่น” ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนใน 3 ประการ ได้แก่ 1. มีทักษะในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง 2. ตระหนักในความสำคัญ สืบสาน และสร้างสรรค์ความเป็นท้องถิ่นและความเป็นไทย และ 3. มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายในการจัดการศึกษาของท้องถิ่น ผมจะขออัญเชิญพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระกรุณาต้องการเห็นเด็กไทยต้องมีทั้งวุฒิปัญญา มีความสามารถทางร่างกาย และมีพละปัญญา ให้เด็กไทยสามารถช่วยเหลือตนเองได้ เช่น ต้องทำอาหารเป็น เพราะปลูกเป็น เลี้ยงสัตว์เป็นตามหักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้โรงเรียนไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ที่มานั่งเรียนเท่านั้น เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีอนาคตที่ดี ได้รับโอกาสที่ดีในชีวิต

นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้ตน และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้รับเชิญจาก Mr. Erkki Eerola นายกเทศมนตรีเมืองวิห์ติ (Vihti) เดินทางไปเยือนประเทศฟินแลนด์ ร่วมงานสัมมนาด้านการศึกษา และความร่วมมือด้านการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย กับเทศบาลเมืองวิห์ติ ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งได้มีโอกาสเห็นโรงเรียน สภาพแวดล้อมของโรงเรียน ห้องเรียน และบรรยากาศการจัดการเรียนการสอนของครูและนักเรียนฟินแลนด์ ที่ส่งเสริมให้เด็กๆได้อยู่ได้เล่นกับธรรมชาติ โดยทุกๆชั่วโมงเรียน เด็กๆจะได้ออกมาเล่นที่สนามเด็กเล่น 15 นาที จึงสอดคล้องกับโครงการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยด้วยสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาของ สถ.ด้วยนั่นเอง จึงเห็นได้ว่า ประเทศฟินแลนด์จัดการศึกษาได้ดีมาก สมกับที่ได้จัดลำดับเป็น 1 ใน 5 ของโลกที่มีระบบการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ บุคลากรทุกท่านก็มีใจที่อยากให้ลูกหลานได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ซึ่งนอกจากความกรุณาของท่านนายกเทศมนตรีเมืองวิห์ติ (Vihti) ที่ส่งคุณครูทั้ง 3 ท่าน มาช่วยแบ่งปันเทคนิคและวิธีการจัดการเรียนการสอนให้กับครูไทยแล้ว ยังมีโอกาสได้พบกับ Mr.Jukka Makela นายกเทศมนตรีเมืองเอสโป (Esspo) ซึ่งท่านเต็มใจที่จะช่วยสนับสนุนครูท้องถิ่นไทยให้ได้รับความรู้จากประสบการณ์ของครูเทศบาลเมือง Espoo เช่นเดียวกับที่เทศบาลเมืองวิห์ติ (Vihti) ได้ช่วยเหลือมาด้วยเช่นกัน ก็จะทำให้ต่อไปโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครูสู่การบูรณาการเรียนรู้ตามแนวทางของประเทศฟินแลนด์ ในสถานศึกษาสังกัด อปท. ของ สถ. จะได้มีคุณครูจากประเทศฟินแลนด์เพิ่มมากขึ้น ก็ถือเป็นความร่วมมือที่ส่งให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาของเด็กไทยเป็นอย่างมากด้วย

อธิบดีสถ. กล่าวต่อว่า พวกเราในที่นี้ ล้วนมีหัวใจเดียวกัน คืออยากเห็นลูกหลานของเราได้มีพัฒนาการที่ดี ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยบอกว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อย่างมั่นคง ยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่ท่านนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องบุคลากรด้านการศึกษาท้องถิ่นได้ร่วมกันทำทุกวันนี้ และอีกสิ่งหนึ่งที่จะเป็นอีกโอกาสสำหรับลูกหลานของเรา นั่นคือ การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เราจัดตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลของผู้ที่เดือดร้อน เช่น เด็กๆที่ยากจน ไม่มีทุนการศึกษา ก็จะโยงเข้ามาถึงโครงการสานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน เดิน-วิ่ง มินิฮาล์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่จะนำเงินรายได้จากค่าสมัครโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ไปจัดตั้งเป็นกองทุนการศึกษาบรมราชาภิเษก 4 พฤษภาคม 2562 ในมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ของแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ประพฤติดีมีฐานะยากจนจากท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้มีโอกาสรับการศึกษา

“ขอขอบคุณที่ทุกท่านช่วยดูแลเอาใจใส่เด็กๆลูกหลานเราตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนได้เป็นที่ยอมรับอย่างชัดเจนในวันนี้ และขอให้อดทนในการช่วยเหลือดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของท้องถิ่นให้สามารถเป็นหลักชัยให้กับผู้ปกครอง ให้ลูกหลานเราได้มีความความสุข ให้ได้เป็นผู้ที่จะเติมโตไปทำหน้าที่ของการสร้างชาติได้อย่างภาคภูมิใจ ให้มีการรักษาแนวทางที่ดีงามในการบริหารจัดการการศึกษา ร่วมมือ รวมพลัง ในการสร้างสรรค์และการพัฒนาผู้เรียนให้เป็น “พลเมืองท้องถิ่น” ที่มีความพอเพียง มีภูมิคุ้มกัน มีความรู้ความสามารถพื้นฐานที่เพียงพอ และมีพัฒนาการสมวัย สามารช่วยเหลือตนเองและครอบครัวได้ เพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติ ด้วยการเสริมความเข้มแข็งในระดับท้องถิ่นต่อไป”อธิบดี สถ. กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ปลัดสธ.สั่งดูแล ‘บุคลากร-จนท.’ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยเต็มที่ ส่งทีมฟื้นฟูสถานพยาบาลอ่วมน้ำ
บทความถัดไปแคนดิเดตผู้สมัครส.ส.นครปฐม ยื่นลาออก ‘อนาคตใหม่’ แค้น ถูกใส่ร้าย ตั้งคำถามดูถูก