‘ดีเอสไอ’ แจ้งเตือนภัยพบบริษัทเชิญชวนปชช.ลงทุน ได้ตอบแทนสูง เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

เมื่อวันที่ 22 กันยายน รายงานข่าวแจ้งว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับข้อมูลว่า พบบริษัทแห่งหนึ่งมีการแสดงเอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคลเป็นบริษัทมหาชน ซึ่งมีทุนจดทะเบียนสูงกว่า 300 ล้านบาท เชิญชวนประชาชนทั่วไป ให้สมัครแพ็คเกจลงทุนกับบริษัทซึ่งอ้างว่าให้ผลตอบแทนสูง เพื่อรับเงินปันผลสูงสุดกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งเงินปันผลดังกล่าว เรียกว่า เงินปันผล ROI. คือ การแบ่งผลประโยชน์จากการร่วมกันลงทุน โดยจะจ่ายเงินปันผล ROI. ให้สมาชิกทุกวันศุกร์ จำนวน 95 งวด ซึ่งหลังจากครบ 95 งวด จะมอบหุ้นให้ถือครองตามแพ็คเกจที่จองไว้ และสามารถเลือกที่จะรับปันผลต่อไปหรือขายหุ้นก็ได้ตามความสมัครใจของผู้ลงทุน โดยการลงทุนแพ็คเกจต่าง ๆ มีตั้งแต่แพ็คเกจลงทุน 1,000 บาท จนถึง 1 ล้านบาท เช่น แพ็คเกจลงทุน 1,000 บาท รับปันผลสัปดาห์ละ 50 บาท ทุกสัปดาห์ จำนวน 95 ครั้ง รวมรับเงินปันผลสูงสุด 4,750 บาท และรับหุ้นสามัญบริษัท 10 หุ้น, แพ็คเกจลงทุน 1 ล้านบาท รับปันผลสัปดาห์ละ 50,000 บาท ทุกสัปดาห์ จำนวน 95 ครั้ง รวมรับเงินปันผลสูงสุด 4,750,000 บาท และรับหุ้นสามัญบริษัท 10,000 หุ้น เป็นต้น

รายงานข่าวระบุด้วยว่า บริษัทดังกล่าว ยังสร้างความเชื่อมั่นกับสมาชิกว่า เงินปันผล ROI. ซึ่งจ่ายให้กับสมาชิกรายสัปดาห์ในทุกวันศุกร์ ไม่ใช่ดอกเบี้ย จึงไม่ถือว่าเป็นการจ่ายดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด ดีเอสไอ ขอแจ้งเตือนว่า ตามมาตรา 3 ในพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 กำหนดว่า
“กู้ยืมเงิน” หมายความว่า รับเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าในลักษณะของการรับฝาก การกู้ การยืม การจำหน่ายบัตรหรือสิ่งอื่นใด การรับเข้าเป็นสมาชิก การรับเข้าร่วมลงทุน การรับเข้าร่วมกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือในลักษณะอื่นใด โดยผู้กู้ยืมเงินหรือบุคคลอื่นจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน หรือตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ให้กู้ยืมเงิน

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการรับเพื่อตนเองหรือรับในฐานะตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้กู้ยืมเงินหรือของผู้ให้กู้ยืมเงิน หรือในฐานะอื่นใด และไม่ว่าการรับหรือจ่ายเงิน ทรัพย์สิน ผลประโยชน์อื่นใด หรือผลประโยชน์ตอบแทนนั้น จะกระทำด้วยวิธีการใด ๆ
“ผลประโยชน์ตอบแทน” หมายความว่า เงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดที่ผู้กู้ยืมเงินหรือบุคคลอื่นจ่ายหรือจะจ่ายให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินเพื่อการกู้ยืมเงิน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจ่ายในลักษณะดอกเบี้ย เงินปันผล หรือลักษณะอื่นใด

ดังนั้น การประกอบธุรกิจตามที่บริษัทดังกล่าวอ้างข้างต้น อันเข้าข่ายเป็นการกู้ยืมเงินตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งจะต้องไปตรวจสอบรายละเอียดในการประกอบธุรกิจว่า จะมีลักษณะเป็นความผิดตามกฎหมายดังกล่าวหรือไม่

กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนทั่วไปให้พึงระมัดระวังการลงทุนในรูปแบบดังกล่าว และแจ้งเตือนให้ทราบว่าแชร์ลูกโซ่มักจะมาในรูปแบบของธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่น่าสนใจ และโฆษณาชักชวนให้ร่วมลงทุนในระยะสั้นโดยอ้างว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราที่สูง โดยใช้วิธีการนำเงินจากผู้ที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่จ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกเก่าเพื่อให้เห็นว่าธุรกิจสามารถดำเนินการได้จริง ภายหลังที่ระดมทุนได้มากแล้ว จะหยุดดำเนินการและหลบหนีไปพร้อมเงินของผู้เสียหาย ซึ่งจะเกิดความเสียหายลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงขอให้ประชาชนพึงระมัดระวังในการเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ โดยควรศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจก่อนเข้าร่วมลงทุน และหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 (โทรฟรีทั่วประเทศ)

บทความก่อนหน้านี้รื่นร่ม รมเยศ : ศาลผีตาแฮก โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
บทความถัดไป‘สนธิรัตน์’ ลงพื้นที่น้ำท่วมอุบลฯ บอกท่านทุกข์ยาก เราเจ็บปวด แขวะฝ่ายค้าน รัฐบาลทำงาน ไม่มีเวลาถ่ายรูปออกสื่อ(ชมคลิป)