นิวส์รูมวิเคราะห์ : งบปี’63 ‘กองทัพ’ เลือกช็อบปิ้งอาวุธค่ายสหรัฐฯ

งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท อยู่ในขั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ เชิญแต่ละกระทรวงมาชี้แจงโครงการที่ตั้งไว้ว่ามีตัวเลขเหมาะสมแค่ไหน สำหรับ’งบกองทัพ’ กระทรวงกลาโหม(กห.) 2.33 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากงบฯ62 จำนวนกว่า 6.2 พันล้านบาท คาดว่ามีคิวพบ กมธ.งบฯ ช่วงวันที่ 28-29 พฤศจิกายนนี้ โดยงบฯแบ่งเป็น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 1 หมื่นล้านบาท , กองทัพบก กว่า 1.13 แสนล้านบาท , กองทัพเรือ กว่า 4.7 หมื่นล้านบาท , กองทัพอากาศ ประมาณกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท ,กองบัญชาการกองทัพไทย ประมาณกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท และ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้รับจำนวนกว่า 1.2 พันล้านบาท

ซึ่งงบฯ 70 % เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเงินเดือน ค่าเบี้ย หรือค่าสวัสดิการให้กับกำลังพล ส่วนอีก 30 % จะเป็นงบฯเพื่อสำหรับใช้จ่ายในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ซ่อมบำรุง และการปรับปรุงพัฒนาขีดความสามารถของอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อให้มีคุณภาพสูงสุด ตามแผนจัดซื้ออาวุทธยุทโธปกรณ์และยุทธศาสตร์ของแต่ละกองทัพในงบฯปี’63

เริ่มตั้งแต่ รถถัง เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินรบ หรือเรือดำน้ำจากประเทศจีน อยู่ในแผนการเสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพไทยที่รอชงเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อขออนุมัติ แต่หากดูสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศแล้วก็มีหลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยเท่าไรที่จะซื้อยุทโธปกรณ์ตามที่อยู่ในลิสต์ โดยเฉพาะ กมธ.งบฯ และฝ่ายค้าน ที่เตรียมตัดเพื่อนำเงินไปใช้ในด้านอื่นในช่วงภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ขณะเดียวกันช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมาที่กองทัพจะเลือกจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ค่ายจีนเป็นส่วนใหญ่นั้น ตั้งแต่ รถถัง V, รถยานเกราะล้อยาง VN1 , เรือดำน้ำหยวนคลาส , เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ฯลฯ

โดยประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ กองทัพบก(ทบ.) เตรียมอ้าแขนรับ รถยานเกราะล้อยาง VN1 จากจีนล็อตแรกที่ถูกลำเลียงขนส่งมาทางเรือ พร้อมรถถัง VT4 อีก 10 คัน โดยเฉพาะรถเกราะ VN1 ถือเป็นยุทโธปกรณ์ใหม่ป้ายแดง ที่ทบ.จะได้ยลโฉมและบรรจุเข้าประจำการ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ประเทศในปัจจุบัน ส่งผลให้งบฯ63 ‘กองทัพ’ เริ่มหันมาช็อบอาวุธจากค่ายสหรัฐอเมริกาบ้างเพื่อความสัมพันธ์ของประเทศ ที่ประเดิมไปแล้วด้วย รถเกราะสไตร์เกอร์ และยิ่งเมื่อสหรัฐฯตัดจีเอสพี ไทยด้วยแล้วทำให้ยิ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องหันมาทางสหรัฐฯ เพื่อสานความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงไม่เทไปทางจีนมากจนมากเกินไป ทบ.

ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จัดซื้อยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ล็อตแรกไว้ที่ 37 คัน วงเงิน 2,9 พันล้านบาท ซึ่งสหรัฐฯให้แถมเพิ่มอีก 23 คันสำหรับปี63 เตรียมจัดซื้อสไตรเกอร์ล็อต 2 สหรัฐฯ เพื่อใหเครบตามแผนจัดตั้งกรมยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์ ที่มียานเกราะบรรจุในอัตรา ประมาณ 100 คัน นอกจากนี้ มีแผนจัดซื้อปืนใหญ่ขนาด 155 มม. เพื่อทดแทนจของเก่า ตั้งงบฯไวที่ 2 พันล้านบาท ,จัดซื้อปืนใหญ่ขนาด 105 มม. วงเงิน 900 ล้านบาท และซื้อเครื่องบินแบบใช้งานทั่วไป งบฯ 1.35 พันล้านบาท ซึ่งโครงการทั้งหมดนั้นมีนโยบายซื้อจากค่ายสหรัฐฯเป็นหลัก …

ส่วนแผนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ กองทัพเรือ(ทร.) และ กองทัพอากาศ(ทอ.) มีต่อพรุ่งนี้

(คลิกอ่านบทความต่อเนื่อง)

บทความก่อนหน้านี้“ปารีณา” เต็มใจนั่ง กมธ.ปปช. ลั่น อดทนได้ พร้อมทำงานกับคนเจ้าอารมณ์
บทความถัดไปคอลัมน์ โลกสองวัย : ปีหน้า 2020 ไทยจะก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจได้อย่างไร