นิวส์รูมวิเคราะห์ : ทร.งัดแผน 2 ‘เรือฟริเกตหมีขาว’ ‘ทัพฟ้า’เสริมทัพตระกูล F (F-15J)

นิวส์รูมวิเคราะห์ : ทร.งัดแผน 2 ‘เรือฟริเกตหมีขาว’ ‘ทัพฟ้า’เสริมทัพตระกูล F (F-15J)

งบประมาณและแผนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ปี’63 ต่อจากเมื่อวาน (อ่าน นิวส์รูมวิเคราะห์ : งบปี’63 ‘กองทัพ’ เลือกช็อบปิ้งอาวุธค่ายสหรัฐฯ) ที่ กระทรวงกลาโหม(กห.) ได้งบฯ 2.33 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่สูงเป็นอันดับต้นๆของรัฐบาล ต้องรอดูว่าคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ จะตัดงบฯไปเท่าไร โดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเลขนี้ และถามถึงความจำเป็นในการจัดซื้อรถถัง รถยานเกราะ เครื่องบิน เรือดำน้ำ ในสภาวะเศรษฐกิจที่คนไทยกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้

แต่หากมองด้วยมุมความมั่นคง มันก็คงไปค้านหัวชนฝาแบบนั้นคงไม่ได้ เพื่อความมั่นคงของประเทศและในภูมิภาค เพิ่มอำนาจต่อรอง และความเกรงใจของเพื่อนบ้าน เพราะหากเกิดสงครามแบบฉับพลัน ถึงมีเงินก็ไม่สามารถซื้ออาวุธทันด่วนตามที่อยากใช้ ยกตัวอย่างเช่น คูเวต ที่ไร้อาวุธและถูกกองทัพอิรักบุกยึดประเทศแค่ไม่กี่ชั่วโมง หรือ เหตุการณ์ซีเรีย ดังนั้นคงปฏิเสธได้ไม่เต็มปากว่า ต้องหยุดจัดซื้ออาวุธ เพียงแต่เลือกซื้อตามความเหมาะสมในห้วงนั้น

สำหรับแผนจัดซื้อของ กองทัพเรือ(ทร.) ปี’63 ‘บิ๊กลือ’พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.) เตรียมเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ ทร. จัดซื้อเรือดำน้ำ ล็อต 2 จำนวน 2 ลำ ตามงบประมาณที่ตั้งไว้ 2.25 หมื่นล้านบาท รวมถึงตั้งงบก่อสร้างที่จอดเรือไว้อีก 900 ล้านบาท ด้วยงบประมาณผูกพันปี 2563-2569 เพื่อให้เรือดำน้ำครบ 3 ลำตามแผนหมุนเวียนการปฏิบัติงาน แต่อาจต้องชะลอเรือดำน้ำล็อต 2 ไว้ก่อน เนื่องจากเมื่อช่วงกันยายนที่ผ่านมา ทร.ได้จัดซื้อเรื่องยกพลขึ้นบก (Landing Platform Dock :LPD) จากจีน ที่ใช้งบประมาณกว่า 6.1 พันล้านบาท งบฯผูกพัน 7 ปี โดยปี’63 ทำให้ต้องเริ่มทยอยจ่ายเงินเพิ่ม เมื่อไปรวมกับโครงการก่อนหน้านี้ ดังนั้น หากตัวเลขไม่ลงตัวก็เป็นไปได้ที่ต้องชะลอซื้อเรือดำน้ำล็อต 2 ไปอีกช็อต

ขณะเดียวกัน ทร.ก็ต้องหา อาจปัดฝุ่นซื้อ ‘เรือฟริเกต’ ลำที่ 2 ขึ้นมาใหม่ ต่อจาก ‘เรือฟริเกตสัญชาติเกาหลี’ หรือ รล.ภูมิพล

ตามแผนเดิมที่ให้ครบ 2 ลำ ที่ได้หยุดโครงการ เพราะจัดหาเรือดำน้ำ แต่คราวนี้ ทร.อาจมีเซอร์ไพรส์ เลือกซื้อ ‘เรือฟริเกตรัสเซีย’ ทดแทน ว่ากันว่า เหตุผลที่ต้องเลือก ‘เรือฟริเกตสัญชาติหมีขาว’ เพราะ รล.ภูมิพลอดุลยเดช จัดอยู่ในประเภทตั้งรับ มีระบบป้องกันที่ทันสมัยและปราบเรือดำน้ำ ขณะที่’เรือฟริเกตรัสเซีย’ อยู่ในประเภทสำหรับรบ หรือ ‘เรือประจัญบาน’ ติดตั้งขีปนาวุธ ยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยไม่ด้อยไปกว่าสหรัฐฯ ดังนั้น หากได้ ‘เรือฟริเกตรัสเซีย’ อยู่ใน ทร.ไทยจริงก็เรียกได้ว่า เป็นการเสริมเขี้ยวเล็บที่น่าเกรงขามเลยทีเดียว

ส่วนกองทัพอากาศ(ทอ.)’บิ๊กนัต’ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) ได้ตั้งงบประมาณไว้ 3.7 พันล้านบาท ในการพัฒนาปรับปรุงขีดความสามารถ ‘กริพเพน’ พร้อมทั้งการส่งกำลังบำรุง และปรับสมรรถนะในเรื่องเทคโนโลยี และอุปกรณ์การฝึก โดยเป็นงบประมาณผูกพัน 3 ปี นอกจากนี้ ทอ.ยังตั้งงบประมาณไว้ 2.4 พันล้านบาท ตามโครงการล็อตที่ 4 เพื่อจัดซื้อเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นแบบ T-50TH เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่/ฝึกแบบที่ 1 หรือ L-39 อีกจำนวน 4 เครื่องเพื่อให้ครบ 1 ฝูงบิน หรือ 16 เครื่อง

แต่สำหรับไฮไลต์ ทอ.ได้ตั้งแผนจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ เพื่อทดแทน F – 16 หากต้องปลดประจำการ รวมทั้งเสริมฝูงบิน ตามโครงการระยะที่ 1 วงเงิน 5 พันล้านบาท โดยเป็นงบผูกพัน 3 ปี คือตั้งแต่ 2563-2566 ว่ากันว่า งวดนี้คงจัดซื้อจากสหรัฐฯ ตามนโยบายสานสัมพันธ์กลับคืน มีโอกาสเป็นเครื่องบินขับไล่สองเครื่องยนต์ F-15J มือสอง ที่สหรัฐฯต้องการขาย และเป็นไปได้ที่ทอ.ตั้งเรื่องโครงการนี้ขึ้น เพราะได้ซื้อแบบวิธีพิเศษ เช่นเดียวกรณี รถเกราะสไตรเกอร์มือสอง ทบ. ที่ซื้อ 30 แถมฟรี 20 ขณะเดียวกันสภาคองเกรสสหรัฐฯยังมีแนวคิดอยากขาย F-22 แร็ปเตอร์ (F-22 Raptor) และ F-35 ไลท์นิ่ง 2 ( F-35 Lightning II) เนื่องจากสิ้นเปลืองงบประมาณซ่อมบำรุง รวมทั้ง F/A-18 ฮอร์เน็ท (F-18 Horne) อย่างไรก็ดี ท้ายที่สุด ต้องรอดูว่า ทอ.จะได้เครื่องบินขับไล่แบบใด หรือ ลอยหายไป …

 

บทความก่อนหน้านี้น้ำโขงเชียงแสนขยับขึ้นแต่ยังต่ำกว่า2เมตรเรือติดระนาว
บทความถัดไป‘ณัฏฐพล’ เร่ง สกสค. สางปัญหาหลังธนาคารเรียกเก็บเบี้ยหนี้ครูเพิ่ม