ดร.คิสซิงเจอร์เยือนจีน โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐในรัฐบาลของริชาร์ด นิกสันเยือนจีนเพื่อร่วมประชุม New Economy Forum ณ กรุงปักกิ่ง วันที่ 21-22 พฤศจิกายน

และได้เข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็น courtesy call ในฐานะกัลยาณมิตร

“คิสซิงเจอร์” กล่าวว่า “ในระยะเวลา 5 ทศวรรษที่ผ่านมา จีนและสหรัฐได้ประสบพบพานปัญหาและความผันผวนบ่อยครั้ง แต่ทิศทางการพัฒนาประเทศยังมุ่งหน้าตรงไป จึงแนะนำให้ทั้ง 2 ประเทศควรต้องปรับปรุงการสื่อสาร หาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้ง ตลอดจนขยายขอบเขตแห่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมีความร่วมมือในทุกด้าน”

ส่วน “สี จิ้นผิง” กล่าวว่า “ดร.คิสซิงเจอร์ ร่วมทำงานกับผู้นำสูงสุดของจีนโดยเดินไปในทิศทางเดียวกันถึง 5 ทศวรรษ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ เป็นคุณูปการที่ยังตราตรึงอยู่ในหัวใจทุกดวงของคนจีน เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของท่าน บนพื้นฐานแห่งผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศ จึงควรต้องเคารพซึ่งกัน แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความผาสุกร่มเย็นแก่อาณาประชาราษฎร์สืบไป”

“คิสซิงเจอร์” ซึ่งเป็นผู้สูงวัยที่ไม่อยู่ในวิสัยที่จะเดินทางไกล แต่ก็ไป ไปเพราะเป็นกัลยาณมิตรของจีน มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับผู้นำสูงสุดของจีนถึง 5 สมัย

ท่ามกลางอากาศที่ปักกิ่งเย็นยะเยือก ดร.คิสซิงเจอร์ในวัย 96 ถือไม้เท้าขึ้นเวที เป็นการแสดงความรักในเชิงสัญลักษณ์ต่อคนจีนทั่วประเทศ เป็นความรักที่ดำรงมาอย่างต่อเนื่อง มิเคยว่างเว้น อันเป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่สุด คนจีนก็มีความเคารพรักในฐานะผู้มีบุญคุณต่อจีน

ในระยะเวลา 50 ปี “คิสซิงเจอร์” เยือนจีนประมาณ 100 ครั้ง

“คิสซิงเจอร์” เป็นผู้เบิกทางแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับสหรัฐ

“คิสซิงเจอร์” มีความรู้เรื่องจีนดีสัมบูรณ์ อันเปี่ยมด้วยความรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีน เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับจีนหลายเรื่องเช่น The White House Years; Years of Upheaval; Years of Renewal; Diplomacy เป็นต้น

ล่าสุดเขียนเรื่อง “On China” เปิดตัววันที่ 17 พฤษภาคม 2011

วันที่ 27 พฤษภาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดของ “คิสซิงเจอร์” กรณีจึงละม้ายกับเป็น “ของขวัญ” เพื่อมอบให้แก่ตนเองในวาระวันคล้ายวันเกิด

หนังสือระบุว่า 50 ปีที่ผ่านมา ได้พบกับผู้นำสูงสุดของจีนถึง 5 คน วิเคราะห์เจาะลึกถึงจุดเด่นของยุทธศาสตร์จีนปัจจุบัน ตลอดจนความสำคัญแห่งความสมดุลในศตวรรษที่ 21 ด้วย

คนจีนแผ่นดินใหญ่ถือว่า ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์ คือ “เพื่อนเก่าของประชาชนจีน”

“คิสซิงเจอร์” เป็นทั้งทูตสื่อสารและผู้เบิกทางในการเจริญไมตรีระหว่างจีนและสหรัฐในทศวรรษที่ 70 ของศตวรรษที่ 20

ตั้งแต่ 1971-2019 รวม 48 ปี ขณะที่ “คิสซิงเจอร์” เดินทางไปจีน ได้รับการต้อนรับแบบ “ซุปเปอร์วีไอพี” ทุกครั้ง และก็ได้เข้าพบกับผู้นำสูงสุดของจีนทุกครั้ง

แม้ว่างเว้นจากตำแหน่งทางการเมืองไปนานแล้ว แต่รัฐบาลจีนก็ยังให้ความสำคัญ ให้เครดิต

เพราะ “คิสซิงเจอร์” ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศจีนอเนกอนันต์ สุดคณานับ

เนื่องจาก “คิสซิงเจอร์” ได้ทำงานเชื่อมสัมพันธไมตรีจีน-สหรัฐตั้งแต่ปี 1971 ถือเป็นงานสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดความสันติ จึงได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพในปี 1973

หนังสือ “On China” ได้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติเกี่ยวกับจีนโดยรวม โดยมองผู้นำสูงสุดของจีนไม่ธรรมดา ทั้งนี้ ได้ยกย่อง “เหมา เจ๋อ ตง” ว่าเป็น “ราชาแห่งปรัชญา” และเห็นว่า “โจว เอิน หลาย” มีบุคลิกสุขุมคัมภีรภาพแต่ต้องตกอยู่ในสภาพ “ขึ้นล่องลำบาก” ส่วน “เติ้ง เสี่ยว ผิง” มีความเข้มแข็ง มีสายตายาวไกล ต้องเผชิญกับปัญหานานัปการ แต่ก็สามารถใช้ทัศนคติแบบนักวิชาการไปทำความเข้าใจกับคำว่า “Great Harmony”

จุดเด่นของหนังสือคืออธิบายเกี่ยวกับเรื่อง “เหมา เจ๋อ ตง” “โจว เอิน หลาย” “เติ้ง เสี่ยว ผิง” ได้ร่วมกันแก้ไขและสร้างประเทศจีนได้อย่างไร

“คิสซิงเจอร์” ระบุว่า ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐมีความสำคัญต่อเสถียรภาพและสันติภาพของโลกมาก ถ้าทั้งสองประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามเย็น ความก้าวหน้าของคนทั้งสองฝั่งทวีปแปซิฟิกก็จะต้องยุติลงโดยพลัน

ทั้งนี้ ได้ให้ความเห็นว่า ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ไม่ใช่ “Zero Sum Game”

อัน “Zero Sum Game” เป็นชื่อของทฤษฎีในการ “เล่นเกม” เสมอเล่น “หมากรุก” มีฝ่ายหนึ่งชนะก็ต้องมีฝ่ายหนึ่งแพ้ การที่จะให้ทั้งสองฝ่ายชนะหรือทั้งสองฝ่ายแพ้นั้น

ไม่อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้

สมมุติว่าให้ฝ่ายที่ชนะได้ 1 คะแนน ฝ่ายที่แพ้ก็ต้องเสีย 1 คะแนน บวกลบกันแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ “0”

ทำนองเดียวกัน ถ้าสหรัฐและจีนเข้าสู่ภาวะสงครามเย็น ก็ย่อมต้องมีฝ่ายหนึ่งแพ้และอีกฝ่ายหนึ่งชนะ ผลลัพธ์คือ “ศูนย์” เช่นกัน สังคมโลกนอกจากไม่ได้อะไร ยังต้องได้ผลกระทบ

ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์ เป็นปูชนียบุคคลที่จีนและสหรัฐลืมไม่ได้ ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้สองประเทศเปลี่ยนจากศัตรูมาเป็นมิตร โดยใช้เวลาถึงหลายปีจึงได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต

วันที่ 9-11 กรกฎาคม 1971 “คิสซิงเจอร์” ไปเยือนจีนไม่เป็นทางการและลับที่สุด

ไปในฐานะทูตพิเศษและที่ปรึกษาความมั่นคงของประธานาธิบดีนิกสันสมัยนั้น

นับเป็นการเปิดศักราชแห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ เป็นงานฝีมือสัมบูรณ์

“คิสซิงเจอร์” และคณะเดินทางไปประเทศปากีสถาน พลันที่ได้เดินทางถึงจุดหมาย ได้มีแถลงการณ์ของรัฐบาลปากีสถานว่า เนื่องจากไม่ชินกับสภาพอากาศ กอปรกับความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง “คิสซิงเจอร์” เกิดอาการโรคกระเพาะกำเริบ ดังนั้น งานเลี้ยงต้อนรับจึงจำต้องเลื่อนออกไป รัฐบาลปากีสถานได้จัดให้ ฯพณฯ ไปพักผ่อนที่ทางเหนือของประเทศ 3 วัน

“การเมืองคือศิลปะที่เป็นไปได้” คืออมตะวลี

รัฐบาลปากีสถานได้จัดขบวนรถให้แก่คณะของคิสซิงเจอร์ ทั้งนี้ โดยแล่นผ่านสถานที่สำคัญในเมืองหลวง เพื่อมุ่งหน้าไปยังทางเหนือของประเทศ รถหลักของขบวน ได้ติดธงชาติของสหรัฐและปากีสถาน แต่คนที่นั่งในรถมิใช่ “ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์”

ในโอกาสนั้นเอง “คิสซิงเจอร์” และคนสนิทได้นั่งเครื่องบินที่ประธานาธิบดีปากีสถานจัดให้บินตรงไปยังปักกิ่งอย่างลึกลับที่สุด

ระหว่างที่พำนักอยู่ในปักกิ่ง 48 ชั่วโมง “คิสซิงเจอร์”ได้เจรจากับ “โจว เอิน หลาย” เป็นเวลาประมาณ 18 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ “โจว เอิน หลาย” ไปพบ “คิสซิงเจอร์” ณ ที่พัก ส่วน “คิสซิงเจอร์” ไม่ค่อยได้ออกไปไหน ถ้ามีความจำเป็นต้องออกไป ขบวนรถก็ต้องวิ่งลอดอุโมงค์ และต้องรูดม่านในรถอีกด้วย เพื่อหลบสายตาคน ทั้งนี้ เพราะเหตุผลทางการเมือง

จึงไม่แปลกที่ “คิสซิงเจอร์” กล่าวว่า การเยือนจีนครั้งแรก ภาพของประเทศจีนเป็นอย่างไร ทิวทัศน์ของประเทศจีนเป็นอย่างไร ไม่ทราบได้

ตำแหน่งทางการเมืองของ “คิสซิงเจอร์” ในอดีตคือ

ปี 1969-1974 ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของประธานาธิบดีนิกสัน

ปี 1973-1977 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ

การเปิดศักราชใหม่แห่งความสัมพันธไมตรีจีน-สหรัฐเป็นงานชิ้น “โบแดง”

เดือนกุมภาพันธ์ 1972 ดร.คิสซิงเจอร์ร่วมเดินทางไปเยือนจีนพร้อมกับประธานาธิบดีนิกสัน

“คิสซิงเจอร์” ใช้เวลาในการทำงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์จีนและสหรัฐถึง 8 ปี จึงมีการสถาปนาทางการทูตเมื่อวันที่ 1 มกราคม 1979

5 ทศวรรษเต็ม ไม่เกินไม่ขาดที่ “ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์” ได้ทำงานและให้การสนับสนุนเกี่ยวกับความสัมพันธไมตรีระหว่างจีนและสหรัฐ โดยต้องเทียวไปเทียวมาถึงประมาณ 100 ครั้ง

แม้ได้ย่างเข้าปัจฉิมวัยนานแล้ว แต่ ฯพณฯ ก็มิเคยแสดงอาการเบื่อหน่ายแต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่เคารพรักของผู้นำจีนและประชาชนจีน “บิ๊กเนม” ของท่านจึงเป็นที่รู้จักของคนจีนทั่วไป ล้วนมีแต่คำสรรเสริญชื่นชม มีแต่คำอวยพร

“ขอให้สุขภาพแข็งแรงอายุยืนยาว”

เป็นคำอวยพรของ “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง” ที่มีต่อ “ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์”

The Man The Legend !

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

บทความก่อนหน้านี้ชุด ป.ป.ส. 2 จังหวัดร่วมจับ 4 ผู้ต้องหาลักลอบขน ยาไอซ์-อิริมินไฟว์
บทความถัดไปนิวส์โน้ต : เฟคนิวส์