หุ้นไทยปิดพุ่ง บวก 18.41 จุด รับข่าวดีสงครามการค้า-สหรัฐและอิหร่านคลายตัว

วันที่ 9 มกราคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ1,559.21 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,569.90 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,577.68 ปรับเพิ่มขึ้น 18.41 จุดหรือ 1.18% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,581.50 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,568.16 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่59,800.72 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 1,261.93 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิ 808.63 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 1,413.58 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ654.69 ล้านบาท

โดยนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ปิดปรับตัวขึ้นได้ประมาณ 1-3% สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ที่ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย1.2% โดยได้แรงสนับสนุนจากอานิสงค์เชิงบวกถอยแถลงประธานาธิบดีสหรัฐ ในช่วงคืนวานนี้ (8 มกราคม) ทำให้ความตึงเครียดของตะวันออกกลางอาจจะไม่ลุกลามมากกว่านี้ เนื่องจากประธานาธิบดี ดอนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ระบุถึงการใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้อิหร่าน โดยเชื่อว่าอาจจะยืดเยื้อต่ออีกเล็กน้อย แต่ถือว่าเป็นการปลดล็อคในการที่สหรัฐไม่ได้โจมตีเพื่อตอบโต้อิหร่านกลับไป ระยะถัดไปคงต้องดูในเรื่องการคว่ำบาตรทางด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติมเนื่องจากฝั่งของอิหร่านคงจะใช้ตอนสะสมขีปนาวุธต่างๆต่อเนื่องแต่ช่วงสั้นก็ยังถือว่าภาพนี้ถือเป็นการปลดล็อคแล้วความตึงเครียดของตะวันออกกลางเพิ่มเติมขึ้นมาทำให้ตลอดดูเหมือนมีความคนขายเกิดขึ้นจากภาพที่เชื่อว่าน่าจะไม่บานปลายจนถึงเกิดสงครามโลกขึ้น

จะเห็นว่าดัชนีหุ้นมีการดึงกลับได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นที่ปรับลดลงไปในช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะแรงบวกจากการเปิดสถานะขายด้วย เพราะจากภาพเมื่อวานสัญญาณดูจะหมดหวังไป ทำให้นักลงทุนที่เปิดสถานะขายน่าจะทยอยกลับคืนมา ทำให้ภาพรวมเช้าวันนี้ดัชนีเปิดกระโดดขึ้นมาได้ค่อนข้างแรง สาเหตุมาจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยจีนได้ยืนยันว่าจะมีการบินไปยังสหรัฐในสัปดาห์ถัดไป เพื่อทำข้อตกลงการค้าเฟสแรก ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถลงนามข้อตกลงร่วมกันได้ จึงกระตุกบรรยากาศการลงทุนในภาคใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เชื่อว่าโมเมนตัมน่าจะสดใสขึ้นในช่วงนี้นายวิจิตรกล่าว

นายวิจิตรกล่าวว่า สำหรับหุ้นที่ปรับขึ้นนำตลาด ได้แก่ ไอวีแอล ซีพีเอฟ และจีพีเอสซี ที่สนับสนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้นส่วนขาที่กดดันตลาดเกิดจากภาพความผ่อนคลายระยะสั้น ให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง จึงกระทบกับหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ได้แก่ ปตทสผ. แอดวานซ์ ที่เกิดจากความกังวลของการประมูล 5จี และกลุ่มแบงก์ นำโดยเคแบงก์ ภาพรวมแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (10 มกราคม) ประเมินว่ายังมีทิศทางดี เนื่องจากแรงดีดของดัชนีมาจากปัจจัยใหม่เป็นแรงส่งในภาคบ่าย คือ สัญญาณของสงครามการค้า ทำให้ตลาดน่าจะมีลุ้นในการแกว่งขึ้นมา จากระดับ 1,580 จุด โดยให้แนวต้านที่ระดับ 1,592 จุด แนวรับที่ระดับ 1,572 จุด ส่วนกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ หุ้นขนาดใหญ่ที่ปรับฐานลงจำนวนมาก และหุ้นที่ได้อิงกับเศรษฐกิจโลก ได้แก่ ไอวีแอล ปตทสผ. และหุ้นปันผลสูง ได้แก่เอพี ทิสโก้ ที่สามารถทยอยสะสมต่อได้

บทความก่อนหน้านี้จีนยันแล้ว! รองนายกฯนำทีมบินลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับสหรัฐในสัปดาห์หน้า
บทความถัดไปนิก คุณาธิป โพสต์แจงสาเหตุยกเลิกแถลงข่าวปมแตกหักผู้กำกับดัง เพราะถูกกลั่นแกล้ง?