ราชกิจจาฯเผยแพร่กฎกระทรวงลดชั้นนักโทษ-วันจำคุก ทำผิดซ้ำซากให้เป็นนักโทษชั้นเลว

 

เมื่อวันที่ 14 มกราคม เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติพ.ศ. 2562 ที่ลงนามโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งในท้ายกฎกระทรวงระบุเหตุผลว่าการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ มาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 บัญญัติให้การดำเนินการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด การแต่งตั้งให้มีตำแหน่งหน้าที่ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานเรือนจำ การลดวันต้องโทษจำคุก การลดวันต้องโทษจำคุกลงอีกไม่เกินจำนวนวันที่ทำงานสาธารณะหรือทำงานอื่นใดเพื่อประโยชน์ของทางราชการนอกเรือนจำ การพักการลงโทษ และการฝึกวิชาชีพในสถานประกอบการหรือรับการศึกษาอบรมนอกเรือนจำ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการราชทัณฑ์ และมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติให้นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกตามมาตรา 52 (5) หรือ (6) หรือได้รับการพักการลงโทษตามมาตรา 52 (7) และได้รับการปล่อยตัวไปก่อนครบกำหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้น ต้องปฏิบัติตนโดยเคร่งครัดตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับรายละเอียดของกฎกระทรวง อาทิ หมวดที่ 1 บททั่วไป ข้อ 2 แบ่งชั้นนักโทษเด็ดขาดออกเป็น (1)ชั้นเยี่ยม (2)ชั้นดีมาก (3)ชั้นดี (4)ชั้นกลาง (5)ชั้นต้องปรับปรุง และ(6)ชั้นต้องปรับปรุงมาก
ข้อ 3 นักโทษเด็ดขาดเข้าใหม่ ให้จัดอยู่ในชั้นกลาง เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้(1) นักโทษเด็ดขาดสัญชาติไทยซึ่งถูกคุมขังนอกราชอาณาจักรมาแล้วไม่เกินสามปี เมื่อรับโอนตัวมาคุมขังในราชอาณาจักร ให้จัดอยู่ในชั้นกลาง หากถูกคุมขังมาแล้วมากกว่าสามปีให้จัดอยู่ในชั้นดี โดยให้จัดชั้นนักโทษเด็ดขาดตั้งแต่วันที่รับตัวเข้ามาคุมขังในเรือนจำ

(2)ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เพิ่มโทษฐานกระทำความผิดซ้ำตามมาตรา 92 หรือมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายอาญา หรือตามกฎหมายอื่น ให้จัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุง (3)กรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่านักโทษเด็ดขาดซึ่งเคยต้องโทษจำคุกและพ้นโทษแล้ว กลับมากระทำความผิดอีกภายในห้าปีนับแต่วันที่พ้นโทษจำคุกคราวก่อน โดยความผิดทั้งสองคราวนั้นไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ให้จัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุง

(4)กรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่านักโทษเด็ดขาดซึ่งเคยต้องโทษจำคุกและพ้นโทษแล้ว กลับมากระทำความผิดและต้องโทษจำคุกในคราวนี้อีกเป็นครั้งที่สามหรือมากกว่า โดยความผิดนั้นไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ให้จัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุงมาก

(5)นักโทษเด็ดขาดซึ่งกระทำความผิดในคดีอุกฉกรรจ์ คดีสะเทือนขวัญหรือคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ให้จัดอยู่ในชั้นต้องปรับปรุงมาก เป็นต้น

 

คลิกอ่านประกาศฉบับเต็มที่นี่

บทความก่อนหน้านี้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน รุกแก้ปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ
บทความถัดไป‘โยโควิช’ เผย ‘เอทีพี’ บริจาค 15 ล้านบาท สมทบกองทุนช่วยออสเตรเลียเหตุประสบไฟป่า