ญาติลอยอังคาร ‘น้องกวาง’ แล้ว หลานนายกฯ เล็กโร่เคลียร์ ตร.หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 มกราคม น.ร.อ.สุรกิต ทองทิพย์ พ่อและแม่พร้อมด้วยสามีของ น.ส.ธิดารัตน์ ทองทิพย์ ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ลพบุรี เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี

ทั้งนี้ น.ร.อ.สุรกิตกล่าวว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนและครอบครัว ได้ทำพิธีลอยอังคารกระดูกของ น.ส.ธิดารัฒน์ ทองทิพย์ ที่วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุทธยา และได้เดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ตร.สอบถามความคืบหน้าเรื่องติดตามจับกุมคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่ ตร.ได้บอกว่าผลสืบสวนงวดเข้ามาทุกขณะ คาดจะจับกุมได้เร็วๆ นี้ ขอให้ครอบครัวสบายใจได้ ส่วนที่กังวลใจคือ ข่าวหลายกระแสทางโซเชียล ซึ่งทำให้สับสน ขอร้องอย่าปล่อยข่าวให้ ตร.ไขว้เขว ซึ่งตนไม่ได้กดดันเจ้าหน้าที่ ตร.เพราะเชื่อในความสามารถของเจ้าหน้าที่ ตร.เมื่อจับกุมได้ ก็ขอให้ประหารสถานเดียว เพราะการกระทำของคนร้ายโหดเหี้ยมมาก ทั้งครอบครัวตน ครอบครัวผู้สูญเสียอีก 2 ครอบครัว ร่วมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ ถ้าหายจากอาการบาดเจ็บ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นปกติหรือไม่ เมื่อคนร้ายทำแบบนี้ ก็ไม่สมควรอยู่ร่วมกับคนในสังคม ขอให้ประหารสถานเดียว

ต่อมาเวลา 13.45 น.นายธนปพน เงินเมย อายุ 59 ปี นายกเทศมนตรีตำบลกกโก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดเหตุ ได้เดินทางเข้าพบกับ พล.ต.ต.ณัฐพล ศุกระศร ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้พานายชัยพงษ์ โพธิ์รัศมี อายุ 37 ปี หลานชาย แสดงความบริสุทธิ์ เพราะมีการเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่ ตร.ที่สืบสวน เนื่องจากหลานชาย มีอัตลักษณ์และมีอาวุธปืน ทำให้เกิดความสับสน ซึ่งบ้านตนและหลานชายก็อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุและเป็นเส้นทางที่คนร้ายผ่าน

โดยก่อนหน้า หลังนายธนปพน พาหลานชาย เข้าพบ เจ้าหน้าที่ ตร.แล้ว แต่เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า พาหลานมาด้วยหรือไม่ กลับตอบว่าไม่ จากนั้นผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่า นายชัยพงษ์ โพธิ์รัศมี หลานชายนายธนปพน ได้มาพบ ตร.ด้วยเช่นกัน และเจ้าหน้าที่ ตร.ได้เก็บดีเอ็นเอเป็นหลักฐาน ก่อนให้สวมเสื้อกั๊ก ตร. และนำตัวนายชัยพงษ์ ขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว เป็นการหลบผู้สื่อข่าว

ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อได้เดินทางไปยังบ้านนายชัยพงษ์ รัศมี เลขที่ 20/2 หมู่ 4 ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี บ้านของหลานชาย นายเทศมนตรีตำบลกกโก โดยพบกับนายธนปพน พร้อมด้วย ญาติ ซึ่งได้แสดงหลักฐานจากล้องวงจรปิด ว่าในขณะเกิดเหตุที่ห้างโรบินสันนั้น กำลังเดินทางกลับจากที่ทำงาน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อกลับมาถึงบ้าน แฟนได้โทรมาบอกว่ามีเหตุปล้นทองที่ห้างโรบินสัน ซึ่งตนไม่ได้สนใจ แต่ได้โทรหาแม่ และวันต่อมาก็ใช้ชีวิตตามปกติ จนเมื่อวานได้ข่าวว่า มี ตร.มาสอบถามหาตน ซึ่งทำให้ตนไม่สบายใจ จึงขอแสดงความบริสุทธิ์ ส่วนเรื่องการยิงปืนนั้นก็เคยยิง แต่เป็นปืนขนาด .38 ซึ่งเป็นของพ่อ และการแต่งกายก็ไม่เคยนุ่งกางเกงลายพราง และตนไม่เคยเป็นทหาร หรือยิงปืน ถึงแม้ว่าเพื่อนๆ ที่ทำงานจะล้อว่าขาเป๋ เหมือนคนร้าย ตนก็ไม่สนใจ จนกระทั่งมาทราบว่า ตร.สงสัยตนจึงเกิดความไม่สบายใจ จึงให้น้าชายคือนายกเทศมนตรีตำบลกกโก ช่วยพาไปแสดงความบริสุทธิ์กับเจ้าหน้าที่ ตร.

บทความก่อนหน้านี้‘แม่น้องพลอย’ ร่ำไห้ หวังประหารชีวิต ‘ส.อ.อุ้มฆ่านั่งยาง’ หลังฎีกายืนคุก 33 ปี 11 ด.
บทความถัดไปเปรูจับนักท่องเที่ยว 6 คน เข้าไปในเขตหวงห้าม “มาชูปิกชู” และ “อึ” ทิ้งไว้