เปิดตัว คู่ชิง-คู่ชน เลือกซ่อมส.ส.กล้วยไข่

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์

กกต.ประกาศให้วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นวันกาบัตรเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กำแพงเพชร เขตเลือกตั้งที่ 2 โดยเปิดรับสมัคร 29 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ สปอตไลต์จับจองมายังผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเจ้าของพื้นที่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ที่ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา ออกหมายจับมารับโทษคดีล้มประชุมอาเซียน จนเป็นเหตุต้องหลุดจากเก้าอี้ ส.ส.

ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พ.ต.ท. ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ กวาดไป 34,271 คะแนน ทิ้ง อดุลรัตน์ แสงประทุม จากพรรคเพื่อไทย ได้ 18,626 คะแนน และ สุขวิชชาญ มุสิกุล จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 13,261 คะแนน

ดังนั้น ครอบครัว “อาภรณ์รัตน์” จึงหมายมั่นปั้นมือให้พรรคพลังประชารัฐส่งชื่อ เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ได้ลง ส.ส.แทนบิดา

เหตุเพราะการต่อสู้ในสนามกำแพงเพชรของ “กลุ่มชากังราว” ในพื้นที่กำแพงเพชรดุเดือด หนักหน่วงยิ่งกว่าศึกภายนอก

ก่อนหน้าที่จะได้รับความไว้วางใจจากพรรค “เพชรภูมิ” ต้องต่อสู้ในการเป็นตัวแทนกับ จุลพันธ์ ทับทิม อดีต ส.ว.กำแพงเพชร และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ที่มี ไผ่ ลิกค์ ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ให้การสนับสนุน

การเมืองทั้งในระดับชาติและท้องถิ่นของเมืองกล้วยควบคุมโดย “กลุ่มชากังราว” มี เรืองวิทย์ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร 8 สมัย บิดาของ ไผ่ ลิกค์ และ วราเทพ รัตนากร อดีต ส.ส.กำแพงเพชรหลายสมัย เป็นแกนนำ แผ่บารมีชนะเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาครบทั้ง 4 เขต

ชื่อของ “เพชรภูมิ” ลูกชายไวพจน์ กับ “จุลพันธ์” กลายเป็นแคนดิเดต ที่แกนนำกลุ่มจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเลือกชื่อไหน

เพราะ “ชากังราว” ที่ผ่านมาก็แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ “กลุ่มกำแพงเพชรพัฒนา” สายเรืองวิทย์ ลิกค์ ซึ่ง “ไวพจน์” ก็อยู่ในปีกนี้ ขณะที่ “กลุ่มกำแพงเพชรสามัคคี” สาย วราเทพ รัตนากร จับมือ สนั่น สบายเมือง อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ซึ่งก็คือพ่อตาของอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ

ในระดับท้องถิ่นก็แข่งขันกันเองอย่างดุเดือดโดยเฉพาะสนามเลือกตั้งนายก อบจ.กำแพงเพชร

ดังนั้น กระแสข่าว “พ.ต.ท.ไวพจน” ประกาศจะเข้ามอบตัวหลังเสร็จศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ย่อมเป็นการส่งสัญญาณเพื่อตั้งหลักและทำทุกวิถีทางเพื่อส่งลูกชายเป็นตัวแทนพรรคและชนะการเลือกตั้งเข้าสู่สภาให้ได้

ซึ่งสุดท้ายแล้วชื่อของ “เพชรภูมิ” ก็เข้าวิน ฝ่ามรสุมคว้าธงลงเลือกตั้งซ่อมแทนบิดาในครั้งนี้

“เพชรภูมิ” เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2535
อายุ 28 ปี เป็นบุตรชายคนเดียวของ พ.ต.ท. ไวพจน์ และนางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ มีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 3 คน พี่คนโตเป็นผู้หญิงและมีน้องสาวอีกคน โดยเป็นบุตรคนกลาง

การศึกษาจบนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกอบธุรกิจส่วนตัว และยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย, ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการศึกษาจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร

เพชรภูมิ เปิดใจในฐานะทายาททางการเมืองของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ว่า ในส่วนตัวมีความมั่นใจ หลังต้องต่อสู้การเป็นตัวแทนพรรคพลังประชารัฐมา ในการส่งรายชื่อในนามผู้สมัครครั้งนี้

“การมาสมัคร ส.ส.ครั้งแรกของผม หลังจากที่ได้เรียนรู้และเป็นผู้ช่วยของบิดามาโดยตลอด ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดียิ่ง ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ให้โอกาส ได้มีโอกาสเริ่มต้นในถนนการเมืองอย่างเต็มตัว ผมจะทำให้ดีที่สุด”

“เพชรภูมิ” บอกว่า ผลงานที่ผมได้ลงมือร่วมกับบิดาและผู้นำชุมชนสนับสนุนผลักดันโครงการเห็นเป็นรูปธรรมเด่นชัด คือ เรื่องระบบคลองชลประทาน ท่อทองแดง ในจังหวัดกำแพงเพชร โครงการแก้มลิง บ้านเขาแก้ว ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย โครงการอ่างเก็บน้ำเขาปูน อ.พรานกระต่าย แก้ปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก ต.เขาศีริส อ.พรานกระต่าย โครงการธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิด โดยวิธีธรรมชาติ ต.สระแก้ว อ.เมือง แก้ปัญหาพื้นที่ทำกินชาวบ้านท่าไม้ ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย โครงการสูบทรายกันตลิ่งพัง ต.ลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพีนคร โครงการขุดลอกคลองเส้นตาพระร่วง-เขาคีริส อ.พรานกระต่าย

“ทั้งหมดที่กล่าวคือแผนงานโครงการที่ดำเนินการตามความต้องการของประชาชน ที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิด เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตามแนวทางของพ่อที่ปูพื้นฐานให้ประชาชน และในความคิดส่วนตัว การเมืองคือการดูแลประชาชน เป็นผู้แทนประชาชนต้องดูปัญหาของประชาชน นำความรู้ที่มีอยู่ไปพัฒนา เพื่อให้ประชาชนมีความสุข” เพชรภูมิกล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” มีมติส่ง กัมพล ปัญกุล รองนายกองค์การบริหารจังหวัดกำแพงเพชร ทำงานในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรมากว่า 20 ปี มาสู้ศึกในครั้งนี้ โดย จิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ปูพรมว่า “การเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้ พรรคจะระดมสรรพกำลังในการลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียง เพื่อเรียกศักดิ์ศรีให้กับชาวกำแพงเพชร จึงขอเรียนไปยังพี่น้องเขต 2 จังหวัดกำแพงเพชร ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ร่วมกันเข้าคูหาเลือกนายกัมพล จากพรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน เพื่อประกาศให้ชาวกำแพงเพชรรู้ว่าจะไม่เอารัฐบาลประยุทธ์อีกต่อไปแล้ว”

แค่โหมโรงศึกเลือกตั้งซ่อมเมืองกล้วยไข่ เขต 2 ครั้งนี้ก็ดุเดือดตั้งแต่การคัดเลือกผู้สมัคร คงต้องจับตาดูว่า กลุ่มชากังราว จะรักษาฐานเสียงในพื้นที่ได้หรือไม่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ยอดตายไวรัสอู่ฮั่นพุ่ง 304 ราย ติดเชื้อ 14,380 คน
บทความถัดไปจับสึก 2 พระวัดทุ่งสว่าง ตรวจพบฉี่สีม่วง หลังได้เบาะแสจากเจ้าคณะตำบลทุ่งใหญ่ฯ สงสัยพระลูกวัดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด