‘สนธิรัตน์’ วางศิลาฤกษ์คลังน้ำมันขอนแก่น เดินหน้าระบบขนส่งทางท่อภาคอีสาน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่สถานที่ก่อสร้างคลังน้ำมัน หมู่ 8 ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายกัมพล ตติยกวี ประธานกรรมการบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (ทีพีเอ็น – TPN) และหัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ แขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์คลังน้ำมัน บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งมีพิธีสงฆ์ พิธีบวงสรวงเทวดา บูชาฤกษ์ วางแผ่นอิฐทอง อิฐนาค อิฐเงิน ในหลุมศิลาฤกษ์ จากนั้นร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงการพัฒนาคลังน้ำมันขอนแก่นให้ระบบขนส่งน้ำมันทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า พิธีวางศิลาฤกษ์คลังน้ำมันของบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด วันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการดำเนินงานด้านพลังงานเพื่ออนาคต หลังจากบริษัทได้ขยายระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่ต้องการให้ทั้งภาครัฐหรือเอกชนขยายท่อส่งน้ำมันไปยังระดับภูมิภาคมากขึ้น เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ลดต้นทุนการขนส่ง ทำให้ราคาน้ำมันในภูมิภาคใกล้เคียงกับราคาน้ำมันในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาการจราจร รวมถึงลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนจากการขนส่งด้วยรถยนต์

พร้อมทั้งลดปริมาณการปล่อยฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติ กระทรวงพลังงานจึงส่งเสริมภาคธุรกิจดำเนินการขนส่งน้ำมันทางท่อในภูมิภาคสำคัญๆ เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์การกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ภูมิภาคและกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของประเทศอาเซียน ที่สำคัญ คลังน้ำมันแห่งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อชุมชนโดยรอบ และประชาชนในท้องถิ่นจากการสร้างให้พี่น้องที่อยู่ใกล้เคียง และสร้างงาน สร้างรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องอื่นๆ อีกมาก จึงเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยตรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากบริษัท TPN ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ให้ขยายท่อขนส่งน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในอนาคต โดยมีระยะทางทั้งสิ้น 342 กิโลเมตร ผ่าน 70 ตำบล 22 อำเภอ 5 จังหวัด เริ่มจาก อ.เสาไห้ จ.สระบุรี สิ้นสุดที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และมีการก่อสร้างคลังน้ำมันปลายทาง อ.บ้านไผ่ ขนาด 140 ล้านลิตร เมื่อระบบขนส่งแล้วเสร็จ จะสามารถลดปริมาณการขนส่งน้ำมันทางรถบรรทุกลงไป 200,000 เที่ยว/ปี หรือคิดเป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร/ปี ลดการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่ง 21 ล้านลิตร/ปี ซึ่งจะลดการเกิดฝุ่นละออง PM2.5 ลงได้มาก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พรุ่งนี้ ‘วีระ’ บุกสวนผึ้ง ชี้แนวเขตที่ดิน ทวี ไกรคุปต์ บิดา เอ๋-ปารีณา
บทความถัดไปหุ้นไทยไทยปิดเขียว บวก 14.76 จุด ได้แรงหนุนทั้งปัจจัยภายใน-ภายนอก