ครอบครัว ‘น้องเมย’ เผย 3 ปีสูญเสียลูกชาย ชีวิตลำบาก ขายขนมไทยสู้คดี ไม่ยอมแพ้

ครอบครัว 'น้องเมย' เผย 3 ปีสูญเสียลูกชาย ชีวิตลำบาก ขายขนมไทยสู้คดี ไม่ยอมแพ้

ครอบครัว ‘น้องเมย’ เผย 3 ปีสูญเสียลูกชาย ชีวิตลำบาก ขายขนมไทยสู้คดี ไม่ยอมแพ้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี ครอบครัว “ตัญกาญจน์” นายพิเชษฐ์ นางสุกัญญา น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พ่อแม่และพี่สาวของนายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ซึ่งเสียชีวิตปริศนาเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 หลังได้กลับเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้ เพียงแค่ 1 วัน ด้านทางครอบครัวได้พยายามเก็บศพพิสูจน์ เนื่องจากมีปัญหาค้างคาใจ หลังแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ชันสูตรพลิกศพ พร้อมระบุในใบรับรองการเสียชีวิตว่า เกิดจากหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังพบว่าอวัยวะภายในหายไปทั้งหมด แต่คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

นอกจากนี้ทางสัสดีอำเภอเมืองชลบุรี ยังได้มีจดหมายเรื่องทหารกองเกินไม่มาแสดงตน เพื่อรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร ประจำปี 2563 ถึง นายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2563 พร้อมทั้งระบุว่า “ท่านเป็นบุคคลหนึ่งที่ไม่ไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พุทธศักราช 2497 จึงให้ไปแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอเมืองชลบุรี ณ ที่ทำการสัสดีอำเภอเมืองชลบุรี ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เพื่อชี้แจงเหตุผลที่ท่านไม่ปฏิบัติตามหน้าที่กฎหมายกำหนดไว้ และเมื่อพ้นเวลาดังกล่าวแล้ว ท่านจะถูกดำเนินคดีอาญาตามความผิดฐานหลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาแสดงตน เพื่อรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร ตามมาตรา 44 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 300 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

น.ส.สุพิชา พี่สาวน้องเมยกล่าวว่า ช่วงเช้าของวันนี้ทางด้านสัสดีอำเภอเมืองชลบุรี และสัสดีจังหวัดชลบุรี ได้เดินทางมาขอโทษครอบครัวของตนเองแล้ว พร้อมทั้งอ้างว่าระบบข้อมูลทหารกับพลเรือนยังไม่ประสานงานกัน ซึ่งในเรื่องนี้น้องชายตายไปแล้ว 3 ปี ยังไม่มีการรายงานจากโรงเรียนเตรียมทหารไปยังมหาดไทยว่าเสียชีวิต ถือว่าข้อมูลสารสนเทศของกองทัพยังไม่มีการพัฒนา อย่างนี้ควรนำงบประมาณไปพัฒนาทางด้านสารสนเทศดีกว่าไปซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ถือว่าเป็นเรื่องตลกร้ายจริงๆ อย่างไรก็ตาม ทางด้านสัสดียืนยันว่าไม่มีเจตนา ในการทำร้ายจิตใจครอบครัวของตนเองแต่อย่างใด

ครอบครัวตัญกาญจน์ แถลงข่าว

น.ส.สุพิชากล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าของคดีน้องเมยนั้นจากการที่มีการตั้งข้อหาทั้งหมด 3 คดี ได้มีการยกฟ้องไปแล้ว 1 คดี ส่วนอีก 2 คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ส่วนตนเองนั้นยังไม่ยอมแพ้ได้มีการแจ้งความไว้ที่ สน.พญาไท เกี่ยวกับน้องเมยทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดี หลังจากรวบรวมข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะนำไปร้องเรียนกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอความเป็นธรรมอีกครั้งหนึ่ง

“ยอมรับว่าทุกวันนี้ครอบครัวของตนเอง ก็ลำบากเหมือนกัน ต้องทำขนมไทยขาย เพื่อหารายได้ไปจ้างทนายช่วยดำเนินคดีฟ้องร้อง เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับน้องเมยอีกทางหนึ่ง ส่วนตนเองภายหลังจากว้างเว้นจากการว่าความในคดีต่างๆ แล้ว ก็จะไปช่วยเหลือพ่อแม่ทำขนมขายอีกแรงหนึ่งเหมือนกัน” น.ส.สุพิชากล่าวและว่า ส่วนการช่วยเหลือของกองทัพนั้น ได้มีการนำเงินมาช่วยเหลืองานศพ 1 แสนบาทเท่านั้น และยังเก็บไว้ไม่ได้นำไปใช้จ่ายแต่อย่างใด ส่วนที่มีกระแสข่าวออกไปว่าครอบครัวได้เงิน 1 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ทางด้าน นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ตนเองได้รับหนังสือจากสัสดีอำเภอเมืองชลบุรีแล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องตลก หน่วยงานราชการทำงานไม่ประสานงานกันหรืออย่างไร ส่วนลูกชายที่จากไปแล้ว 3 ปี ยังมีความรู้สึกว่าเจ็บลึกๆ ในใจอยู่ทุกวันนี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– ‘น้องเมย’นร.เตรียมทหาร ถูกซ่อมจนตาย ได้รับหมายเรียกไปเกณฑ์ทหาร พร้อมขู่ฟ้องอาญา

– ทบ.ขอโทษครอบครัว ‘น้องเมย’ ส่ง จม.เรียกเกณฑ์ทหาร กระทบความรู้สึก รับระบบยังไม่เชื่อมทะเบียนราษฎร

– “น้องเมย” นักเรียนเตรียมทหาร โพสต์ครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิต ฝากถึงพี่สาว

– พ่อน้องเมย เผยครอบครัวยังคงเสียใจ ตาย 3 ปีคดีไม่คืบ! สุดช้ำใจ ถูกขู่หนีเกณฑ์ทหาร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon