ที่เห็นและเป็นไป : วิถีแห่งผู้เจริญ

ที่เห็นและเป็นไป : วิถีแห่งผู้เจริญ
(ภาพรอยเตอร์)

ใครจะคิดว่า “ผลการเลือกตั้ง” จะทำให้ประชาธิปไตย “อเมริกา” มีปัญหาถึงขนาดกองทัพต้องส่งกำลังทหารเข้ามาคุ้มครองรัฐสภา

ตลอดมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้งประเทศ ด้วยการประกาศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันหมายถึงหัวใจของระบบอยู่ที่ความเท่าเทียมกันของประชาชนทุกคน สหรัฐรักษาเกียรติภูมิความเป็นผู้นำในระบอบนี้มายาวนานจนถึงก่อนที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” จะพ่ายแพ้การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมา

ประเทศที่ประชาชนทั้งประเทศมีความเชื่อว่าทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียม ไว้วางใจกันและกันว่าทุกคนจะมีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม อันนำสู่การยอมรับกติกาการอยู่ร่วมกัน

อยู่อย่างศรัทธาในกันและกันว่าจะไม่คดโกงสิทธิเสรีภาพของกันและกัน

เป็นสำนึกพลเมืองที่ลงตัวที่สุดกับระบอบประชาธิปไตย ที่เชื่อว่าการปกครองที่ทุกคนมีอำนาจอย่างเท่าเทียมเป็นระบอบที่ดีที่สุดของการอยู่ร่วมกัน

ถึงอย่างไรก็ดีกว่าระบบเชิดชูอภิสิทธิ์ชน อันเป็นการปกครองที่ด้อยค่าความเท่าเทียมกันของความเป็นคน

ผลการเลือกตั้งตามกติกาที่กำหนดร่วมกันจึงได้รับการยอมรับเสมอมา อเมริกันชนไม่มีใครร้องตรวจสอบความสุจริตของใครเพราะสะท้อนความเป็นประชาชนที่มีจิตสำนึกดีงาม คือให้เกียรติและความไว้วางใจต่อเพื่อนร่วมชาติว่าจะไม่ทุจริตคดโกง ความคิดที่แตกต่างไม่ใช่ประเด็นที่ก่อให้เกิดอคติต่อกันจนต้องต่อต้าน

ด้วยศรัทธาเช่นนี้ทำให้อเมริกันได้รับการยกย่องว่าเป็นชนชาติสง่างามด้วยมีชีวิตที่เปี่ยมด้วยเสรีภาพ เคารพในสิทธิของกันและกันโดยไม่ระแวงสงสัย

ความสง่างามดังกล่าวถึงให้ภาพอเมริกาเป็นต้นแบบประชาธิปไตย

มาตรฐานอเมริกันเป็นต้นแบบของประชาธิปไตยสากล

ในโลกใบนี้ไม่ว่าประเทศใดก็ตาม หากมีเหตุการณ์ที่สะท้อนว่าไม่ยอมรับกติกาการอยู่ร่วมกัน ไม่เคารพในสิทธิเท่าเทียม สร้างระบบที่เอื้อต่ออำนาจของอภิสิทธิ์ชนขึ้นมา ประเทศนั้นจะถูกเพ่งเล็งจากนานาประเทศว่าไม่มีสำนึกประชาธิปไตย สมควรที่นานาชาติจะไม่ยอมรับ

หลายครั้งที่ประเทศไทยเรามี “นักการเมือง” และ “ผู้มีอำนาจ” ใช้อภิสิทธิ์เหนือประชาชนเข้ายึดอำนาจ หรือกระทั่งสร้างกติกาเอื้อต่อการสนับสนุนความไม่เท่าเทียม ท่าทีของสหรัฐจะแสดงออกชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นฝืนต่อการอยู่ร่วมกันแบบนานาชาติ จะเกิดการตัดการให้สิทธิพิเศษเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นผลเสีย

นักประชาธิปไตยทั้งหลายต่างหวังพึ่งแรงกดดันจากสหรัฐที่จะทำให้การใช้อำนาจเหนือความเท่าเทียมนั้นถูกมองด้วยความไม่ชอบธรรม ซึ่งอย่างน้อยส่งผลให้การใช้อำนาจเช่นนั้นต้องทำอย่างระมัดระวัง

นักการเมือง หรือมวลชนที่รับใช้กลุ่มอำนาจจะถูกตีตราให้เป็นผู้ที่ไม่มีสำนึก ที่ไม่เป็นสากล ซึ่งอย่างน้อยผู้แสดงท่าทีเช่นนั้นย่อมต้องระมัดระวัง

ทว่าหลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ปรากฏว่าประชาชนสหรัฐส่วนหนึ่งกลับละเมิดกติกาการอยู่ร่วมกัน ละเมิดศักดิ์ศรีเพื่อนร่วมชาติด้วยข้อกล่าวหาว่าทุจริต ไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมชาติเสียเอง

ไปไกลถึงขนาดบุกรัฐสภา เกิดการปะทะกันจนบาดเจ็บล้มตาย ด้วยเหตุไม่ยอมรับการพ่ายแพ้ของ “ทรัมป์” จนต้องใช้กำลังทหารออกมาควบคุมสถานการณ์

ความเป็นไปนี้เป็นที่สะใจของคนไทยกลุ่มหนึ่งที่เคยถูกสหรัฐแสดงท่าทีรังเกียจที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ และใช้ความรุนแรงในการชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐที่ชนะการเลือกตั้งเขามา

ทำนอง “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง”

และเลยเถิดไปชี้ให้เห็นทำนองว่า ระบบเผด็จการดีกว่าประชาธิปไตยที่มีแต่ทำให้เกิดความวุ่นวาย

เป็นทรรศนะที่เกิดจากความสะใจ สมน้ำหน้าสหรัฐที่ก่อนหน้านั้นมาทำตัวเป็นพี่ใหญ่ตำหนิติเตียนการใช้พลังมวลชนเปิดทางให้กองทัพเข้ามาทำรัฐประหาร

แน่นอนย่อมถือว่าเป็นความผิดพลาดของสหรัฐที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ทำลายความเป็นชนชาติที่พัฒนาจนประชาชนมีความสามารถที่จะยอมรับกติกาการอยู่ร่วมกัน เพราะรักษาการให้เกียรติและรักษาศักดิ์ศรีของเพื่อนร่วมชาติ ไม่ให้มัวหมองไปด้วยข้อกล่าวหาว่าทุจริตคดโกง

แต่ความผิดพลาดกับความถูกต้องดีงามเป็นคนละเรื่องกัน

การอยู่อย่างเท่าเทียม ต่างคำนึงถึงศักดิ์ศรีของกันและกัน มีสำนึกที่จะให้เกียรติและไว้วางใจกัน คือความดีงามของการอยู่ร่วมกัน

คนที่มีปัญญาย่อมแยกแยะได้ว่า ระหว่างอยู่อย่างมีข้ออ้างเพื่อปกป้องพฤติกรรมไม่เข้าเรื่องของตัวเอง กับการอยู่โดยรักษาความดีงามของประชาธิปไตยไว้

ผู้เจริญแล้วควรจะเลือกแบบไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มาร์กี้-ป๊อก ถึงกับช็อกหลัง น้องมีก้า ลูกชายเลือดไหลออกหู(คลิป)
บทความถัดไป‘เพื่อไทย’ จี้ ‘ประยุทธ์’ กำหนดมาตรการช่วย ปชช.ให้ครบกรอบ อย่าคิดครึ่งๆ กลางๆ