พณ.ขึ้นเหนือ จูงใจผู้ปลูกกาแฟ-กล้วยหอม ใช้ประโยชน์ลดภาษีเอฟทีเอ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 1-3 เมษายน กรมลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำวิทยากรทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมกาแฟไทย เพื่อพบผู้ประกอบการกาแฟ Acaba Coffee อำเภอแม่ออน ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยมีกระบวนการผลิตแบบผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับมาตรฐานสากล ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ การนำเมล็ดกาแฟมาผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น ตาก หมัก คั่ว จนได้เป็นกาแฟพร้อมส่งถึงมือผู้บริโภค ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อพัฒนาเพิ่มศักยภาพกาแฟไทยรองรับการแข่งขันในยุคการค้าเสรี

ทั้งนี้ ในปี 2563 ไทยส่งออกสินค้ากาแฟสำเร็จรูป มูลค่าสูงถึง 99.62 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ 1. ลาว มูลค่า 24.33 ล้านเหรียญสหรัฐ 2. กัมพูชา มูลค่า 22.08 ล้านเหรียญสหรัฐ 3. เมียนมา มูลค่า 21.12 ล้านเหรียญสหรัฐ 4. ฟิลิปปินส์ มูลค่า 10.23 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5.สหราชอาณาจักร มูลค่า 8.58 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเห็นได้ว่าสินค้าเมล็ดกาแฟดิบ เมล็ดกาแฟคั่ว มีการส่งออกเพียง 3.02 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นปริมาณไม่มากนัก เนื่องจากมีความต้องการบริโภคในประเทศสูง

นางอรมน กล่าวต่อว่า กรมยังเตรียมพบหารือกับวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่กล้วยหอมเมืองแกน อำเภอแม่แตง เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จและเหมาะกับการเป็นแม่แบบที่ดีในการขับเคลื่อนนโยบายตลาดนำการผลิต เป็นเรื่องที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญและมอบให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมขับเคลื่อนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สินค้ากล้วยหอม จัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย

โดยปี 2563 มีมูลค่าส่งออก 3.45 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน กัมพูชา และเกาหลีใต้ เป็นต้น กรมฯ จึงจะใช้โอกาสนี้ให้ข้อมูลกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในเรื่องการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) สร้างแต้มต่อทางการค้าและขยายการส่งออกให้กับสินค้าเกษตรของไทย

“การลงพื้นที่จะเน้นเสริมสร้างความรู้เตรียมความพร้อมให้ภาคเกษตรไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ของไทยได้ลดหรือยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่ส่งออกจากไทยแล้ว ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการและหันมาให้ความสำคัญกับสินค้าอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ซึ่งสินค้าอาหารของไทยสามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ โดยจะเห็นได้จากสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยปี 2563 แม้จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ไทยสามารถขยายการส่งออกสินค้าเกษตรไปยัง 18 ประเทศที่ไทยมีเอฟทีเอด้วย มูลค่า 14,876 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.28%” นางอรมน กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้กองคนใหม่! ‘นฤบดินทร์’ ได้รับประดับยศตำรวจ ‘ร้อยตำรวจเอก’
บทความถัดไป‘อัยยวัฒน์’ มอบสนามฟุตบอล ให้โรงเรียนในพิปูน เมืองคอน ดวลแข้งทีมก้าวคนละก้าว