กลุ่มแคร์ จี้ รัฐ เลิกผูกขาดเสียที ถึงเวลา “วัคซีนเสรี” ให้เอกชนนำวัคซีนดังเข้าไทยได้

กลุ่มแคร์ จี้ รัฐ เลิกผูกขาดเสียที ถึงเวลา “วัคซีนเสรี” ให้เอกชนวัคซีนดังเข้าไทยได้

เมื่อวันที่ 7เมษายน กลุ่ม CARE คิด เคลื่อน ไทย เผยแพร่ข้อความ วิจารณ์การบริหารสถานการณ์โควิดของรัฐบาล โดย ระบุว่า เลิกผูกขาดวัคซีน ไทย(จะได้) ชนะสักที

สิ่งที่รัฐทำกับเรามาตลอดเวลาในช่วงที่มีการระบาดของโควิด19 คือ “การสร้างแต่ความกลัว” การสร้างความกลัวของรัฐเกิดขึ้นในหลายรูปแบบไม่ว่าจะการใช้จำนวนตัวเลขของผู้ติดเชื้อในการสร้างสภาวะความน่าเกลียดน่ากลัวให้กับเชื้อโรค หรือ การสร้างวาทกรรม “เราชนะ หมอชนะ เราต้องชนะไปพร้อมกัน” อะไรก็ว่าไปตามสิ่งที่รัฐสร้าง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว กลับยังไม่เห็นทิศทางหรือเป้าหมายใดๆ ที่เป็นชิ้นเป็นอัน ว่าเราจะชนะเชื้อโรคมันอย่างไร ชนะมันด้วยวิธีไหน นอกจากการห้าม ห้าม ห้าม และ ห้าม แต่ไม่ได้แก้ปัญหาได้อย่าง “ตรงจุด”

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวาทกรรมที่ทำให้ “ผู้ป่วยโควิด” เปรียบเสมือนเป็นคนน่ารังเกียจและตัวเชื้อโรค ไม่ได้มีเพียงแค่คนสองสามคน หรือ เพียงแค่ผู้ที่ติดเชื้อโควิดเท่านั้น แต่พวกเราทุกคนต่างหากที่กำลังตกเป็นทั้งจำเลยและเป็นผู้ถูกกระทำจากรัฐ วาทกรรมความเกลียดกลัวเชื้อโรคของรัฐ นอกจากจะทำลายระบบเศรษฐกิจเพราะต้อง “หยุดเชื้อเพื่อชาติ” (แบบจำกัดการนำเข้าวัคซีน) แล้ว วาทกรรมที่รัฐสร้างยังทำให้พวกเราเกลียดกลัวกันเองด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ความกลัวที่รัฐสร้างขึ้นยังมีผลทำให้เศรษฐกิจของชาติพัง หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกมันว่า “ชิบหาย” ไม่เป็นชิ้นดี โดยเมื่อปีที่แล้ว International Monetary Fund (IMF) ได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2020 ที่ผ่านมาจะหดตัวกว่า 7.1% ซึ่งเป็นอัตราการหดตัวมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน รองจากจากประเทศฟิลิปปินส์ และถ้าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นในปี 2021 เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวได้เพียง 4.0% ซึ่งต่ำกว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนทุกประเทศแต่เดี๋ยวก่อน! ตัวเลขนี้ คือผลกระทบการระบาดใน “ระลอกแรก” เท่านั้น

ดังนั้น เราสามารถพูดได้อย่างตรงไปตรงมาได้เลยว่า ไม่ใช่เชื้อโรคที่จะทำให้ประชาชนตาย แต่วาทกรรม “การ์ดอย่าตก” ที่รัฐสร้างต่างหากที่จะทำให้ประชาชนตายได้มากกว่า “เชื้อโควิด”

ทางออก ณ เวลานี้ คือ เราทุกคนต้องลดความเกลียดกลัวเชื้อโรค ลดความเกลียดกลัวกันเอง “…สร้างความตระหนัก แต่ไม่ตื่นตระหนก…” ตระหนักว่ามีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจริง แต่อย่าไปตื่นตระหนกกับวาทกรรมความเกลียดกลัวที่รัฐสร้างขึ้น เราทุกคนคือผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดในทุกๆครั้ง

สำหรับทางออกที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ ซึ่งเคยมีคนๆหนึ่งเคยเสนอไว้แล้ว นั่นคือ “วัคซีนเสรี”

สิ่งนี้สามารถทำได้ทันที ด้วยการเปิดทางให้เอกชน สามารถนำเข้าวัคซีนที่ผ่านการยอมรับในระดับนานาชาติได้ หยุดผูกขาดเพียงไม่กี่บริษัท เพื่อให้ประชาชนที่พอมีกำลัง ได้รับ “วัคซีน” กันอย่างรวดเร็วและทั่วถึง รวมถึงภาครัฐ ก็ต้องเร่งนำเข้าวัคซีน “ทุกยี่ห้อ” (ที่ไม่ใช่แค่บริษัทที่ตนเองและพวกพ้องได้ประโยชน์) ซึ่งขณะนี้ หลายยี่ห้อมีคุณภาพและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เพื่อนำมาแจกจ่ายประชาชนที่ไม่มีกำลังได้รับวัคซีนได้โดยเร็ว รวมถึงถ้าเรานำเข้ามาในปริมาณที่ “มากพอ” เรายังสามารถเปิดประเทศ ให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนและท่องเที่ยวระยะยาว มารับ “วัคซีน” กับประเทศไทย และจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นกลับคืนมาได้อีกด้วย

ดังนั้น เลิกได้แล้ว! สำหรับการการคิดแค่ ปิด ปิด ปิด ส่งผลให้ต้องเอาภาษีประชาชนมาแจกแบบะสเปะสะปะ ไร้ทิศไร้ทางในการเยียวยา ประหนึ่งว่าประชาชนต้องมานั่งลงทะเบียน “ชิงโชค” กันเองในภายหลัง เพราะการแก้ปัญหาแบบนี้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซ้ำร้าย มันจะกลายเป็น “วงจรอุบาทว์”
และหากมีการระบาดครั้งที่ 4 5 6 ก็ต้องทำแบบนี้กันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งประเทศล้มละลายในอนาคต

แล้วสุดท้าย จะไม่มีใครเหลือให้ชนะ เพราะเราจะ “ตาย” กันทั้งแผ่นดิน!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon