กลุ่มมิตรผลยกระดับปลอดภัยสูงสุด 7 โรงงานน้ำตาลคว้าใบรับรอง IPHA มั่นใจปลอดภัย โควิด-19

นายวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับมาตรฐานการผลิตและคุณภาพของสินค้า รวมถึงความปลอดภัยของลูกค้า คู่ค้า ผู้บริโภค ชุมชน และพนักงานในองค์กรทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงมีมาตรการที่เข้มงวดเพื่อยกระดับความปลอดภัยสูงสุด เพื่อควบคุมและป้องกันการปนเปื้อน ทั้งในสถานประกอบการ กระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีมาตรฐานและปลอดภัยจากโควิด-19 จนล่าสุดได้รับการรับรองมาตรฐาน IPHA (Industrial and Production Hygiene Administration) ครบทั้ง 7 โรงงานน้ำตาล

นายวีระเจตน์กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ ขององค์กรสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันมิให้เกิดผลกระทบต่อคู่ค้า ลูกค้า และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน

“ที่ผ่านมา กลุ่มมิตรผลมีมาตรการในการจัดการที่สอดคล้องกับมาตรฐาน IPHA 3 หมวด ดังนี้ 1.การบริหารจัดการสุขอนามัยในสถานประกอบการ-มีมาตรการควบคุมและป้องกันในการจัดสถานประกอบการออกเป็นส่วนๆ เพื่อลดความแออัด และทำความสะอาดอุปกรณ์การใช้งานให้สะอาดอยู่เสมอ 2.การบริหารจัดการสุขอนามัยในกระบวนการและอาคารผลิต-กระบวนการผลิตน้ำตาลและน้ำเชื่อมของกลุ่มมิตรผลเป็นระบบปิดที่ใช้เครื่องจักรอัตโนมัติตลอดทั้งกระบวนการ ภายใต้อุณหภูมิความร้อนสูง 65-100 C และในกระบวนการผลิตน้ำเชื่อมยังมีระบบฆ่าเชื้อแบบ UV Light System นอกจากนี้ กระบวนการผลิตและบรรจุสินค้ายังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล GMP&HACCP และ FSSC 22000 จึงมั่นใจได้ว่ามีความสะอาด ปราศจากการปนเปื้อนตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต และมีการควบคุม ตรวจสอบการขนส่ง เคลื่อนย้าย การจัดเก็บอย่างถูกสุขลักษณะ ด้วยการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามระยะความถี่ที่เหมาะสม และ 3.การบริหารจัดการสุขอนามัยของบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมด-มีการควบคุมมาตรฐานการทำงานของพนักงานอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การตรวจคัดกรองสุขภาพ การสวมชุดยูนิฟอร์มที่กำหนด พ่นมือด้วยสเปรย์แอลกอฮอล์ ในระหว่างปฏิบัติงานต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และเว้นระยะห่างในการปฏิบัติงานในแต่ละจุด 1.5 เมตร รวมถึงมีการคัดกรองความเสี่ยงบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เข้าพื้นที่ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ที่จัดเตรียมไว้ให้ และอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด”

นายวีระเจตน์กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยที่ปัจจุบันยังคงมีความรุนแรง กลุ่มมิตรผลได้ร่วมกับบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จัดตั้งกองทุน ‘มิตรผล-บ้านปู รวมใจ ช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมแพทย์และพยาบาล รวมถึงบุคลากรทัพหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเข้มแข็งและเสียสละเพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งปัจจุบันได้ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 270 ล้านบาท โดยกระจายกำลังกันไปช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัดและท้องถิ่น รวมถึงชุมชนและเกษตรกรชาวไร่ที่เราดูแลอยู่ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 215 หน่วยงาน ครอบคลุม 35 จังหวัด เพื่อเป็นหนึ่งในกำลังใจที่จะช่วยให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างเร็วที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตร.สตูลเร่งสอบพยานแวดล้อม หลังทูตยูเครน เสียชีวิตที่เกาะหลีเป๊ะ
บทความถัดไปฮ่องกงจับ”อเล็กซานดรา หว่อง”อาม่านักเคลื่อนไหวประท้วงเดี่ยว