สนธิรัตน์ เขียนถึง ‘ฟุตบอลทีมชาติไทย’ เชื่อเจ็บครั้งนี้จะแกร่งกว่าเดิม หวังเห็นไทยไปบอลโลก

สนธิรัตน์ เขียนถึง ‘ฟุตบอลทีมชาติไทย’ เชื่อเจ็บครั้งนี้จะแกร่งกว่าเดิม หวังเห็นไทยในบอลโลก

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ไว้เราไปเมื่อเราพร้อมจริง ๆ

นี่คือสิ่งที่ผมคิดก่อนเข้านอนหลังจากชมฟุตบอลทีมชาติไทยรอบคัดเลือกบอลโลกเมื่อคืน ทีมชาติไทยของเราพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้งในการพบกับเจ้าเสือเหลืองมาเลเซีย 0 – 1 กลายเป็นว่ารอบแบ่งกลุ่มครั้งนี้เรา เก็บได้เพียง 9 แต้ม ไม่ได้ลุ้นเข้ารอบต่อไป

ผลอาจจะไม่เป็นแบบที่เราหวัง แต่เราต้องเดินต่อไป และแปรเปลี่ยนความผิดหวังครั้งนี้ให้เป็นแรงในการสู้ครั้งต่อไป

หลายต่อหลายท่านในโลกออนไลน์มักจะพูดถึงว่า เวียดนาม คู่แข่งตัวฉกาจของเรานำเราไปไกลแล้ว ในอดีตอาเซียนเราคือเบอร์หนึ่ง แม้แต่ในเอเชียเราก็สามารถต่อกรกับทั้ง ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ได้อย่างสนุก แต่ต้องยอมรับครับว่า ปัจจุบันเราอยู่ในจุดที่ “เชียร์ไม่สมหวัง”

รอบคัดเลือกที่เราจอดไว้เท่านี้ หลายต่อหลายแมทช์เห็นได้ถึงจุดอ่อนของทีมเรา มีหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงแก้ไข โลกฟุตบอลในปัจจุบันพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีการนำเอาวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือแม้กระทั่ง AI เข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพ ทั้งสภาพร่างกายนักเตะ วิเคราะห์แผนการเล่น เหล่านี้คืออนาคตที่เราต้องส่งเสริมให้เกิดขึ้นยั่งยืนและเป็นระบบ ยิ่งการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ ระบบการจัดการ การเตรียมความพร้อมที่ดี เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก นักเตะของเรา โค้ชของเรา ล้วนต่างมีทักษะชั้นเยี่ยม เชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายที่จะพาทีมไปให้ไกลที่สุด แต่ระดับฟุตบอลโลกไม่มีอะไรง่ายแน่นอน ทุกนาที ทุกแมทช์ต้องโฟกัสในรายละเอียดอย่างแท้จริง ซึ่งผมมองว่าวันนี้เรายังไม่พร้อมจริงๆ ครับ

ทั้งหมดที่กล่าวมา ผมก็ย้ำอีกครั้งว่าผมภูมิใจกับทีมชาติของเรามากครับ ไม่ว่าจะผลเป็นอย่างไร เราก็จะตามเชียร์ให้กำลังใจเสมอๆ

และผมก็อยากจะย้ำเช่นเดียวกันว่า เราคงต้องเอาเทคนิคระดับโลกในการจัดการบนข้อจำกัดของเรา ถ้ามันเกิดขึ้นจริงได้ ทีมชาติไทยของเราจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน เจ็บครั้งนี้เพื่อเริ่มใหม่อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิมครับ

ผมเชื่อว่าเราจะได้เห็นฟุตบอลไทยในทัวร์นาเมนต์อย่างฟุตบอลโลกครับ
แต่เราจะไปเมื่อเราพร้อมจริง ๆ เพื่อที่คนไทยจะได้เชียร์กันอย่างเต็มภาคภูมิ”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ขนส่ง แจง ปมแท็กซี่ ชี้ ปชช.เรียกรถผ่านแอพพ์ 97% ผู้บริโภคชี้ ช่วยเพิ่มทางเลือกผู้โดยสาร
บทความถัดไป‘ซาบิตเซอร์’ ไม่หวั่นต้องเจอ ‘เนเธอร์แลนด์’ ยันพร้อมทำเต็มที่เพื่อผลที่ต้องการ