นครนายกสั่งห้ามดื่มสุราในร้านอาหาร 2 อำเภอ ‘องครักษ์-บ้านนา’ เผยรอบสาม ติดแล้วกว่า 500 คน

นครนายกสั่งห้ามดื่มสุราในร้านอาหาร 2 อำเภอ ‘องครักษ์-บ้านนา’ เผยรอบสาม ติดแล้วกว่า 500 คน ทั้งที่รอบแรก-รอบสอง ติดแค่ 16 คน

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของ จ.นครนายก มีแนวโน้มของจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น กรณีของอดีตท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกและครอบครัวติดเชื้อนั้น สันนิษฐานว่ารับเชื้อมาจาก กทม.และเป็นสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) ประกอบกับท่านและภรรยา เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว จึงทำให้มีอาการรุนแรงกว่าคนวัยหนุ่มสาว นอกจากนี้ เข้าใจว่าทั้งสองท่านยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เนื่องจากจังหวัดนครนายก จะเริ่มฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ท่านมีอาการป่วยและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมก่อนกำหนดการฉีดวัคซีนของจังหวัด ซึ่งก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของท่านด้วย

นายอำพลกล่าวว่า ตราบใดที่เรายังเคลื่อนย้ายคนได้อย่างเสรี ก็เป็นการยากที่จะป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค จังหวัดนครนายกเอง อยู่ใกล้ กทม. และมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดปทุมธานีซึ่งมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเป็นหลักร้อยคนเกือบทุกวัน บางวัน 200-300 คน จังหวัดฉะเชิงเทราก็มาก สระบุรีก็ไม่ใช่น้อย ดังนั้น จึงเป็นสภาพการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะเรามีคนเดินทางข้ามไปมากับจังหวัดดังกล่าวตลอดเวลาด้วยเหตุผลต่างๆ นานา สุดท้ายก็รับเชื้อมาแล้วก็มาติดคนในครอบครัว เพราะเขาเองก็ไม่รู้ตัวตัวเนื่องจากไม่มีอาการแสดง สภาพที่เกิดขึ้นในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากภายนอกแล้วนำไปแพร่กันในครอบครัว โดยเฉพาะการติดเชื้อจากที่ทำงาน

นายอำพลกล่าวอีกว่า ศบค.กำหนดให้ จ.นครนายก เป็นพื้นที่สีเหลือง คือพื้นที่เฝ้าระวังสูง ซึ่งหมายความว่า ร้านอาหารสามารถเปิดร้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง และยังสามารถขายและนั่งดื่มสุราในร้านได้ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเรื่องนี้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้พิจารณาแล้วเห็นว่า พื้นที่ของอำเภอองครักษ์และอำเภอบ้านนา มีเขตติดต่อกับจังหวัดที่มีการพบผู้ติดเชื้อสูง ดังนั้น หากให้มีการนั่งดื่มสุราในร้านอาหารได้ ก็อาจทำให้คนในจังหวัดที่มีการติดเชื้อสูง เช่น ที่ปทุมธานี สามารถเดินทางมาดื่มในเขตจังหวัดของเราได้อย่างง่ายดาย เพราะเขตแดนต่อเนื่องกันเพียงเดินข้ามถนนหรือข้ามคลองก็เข้าเขตจังหวัดนครนายกแล้ว ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการฯ จึงมีมติห้ามการจำหน่ายและนั่งดื่มสุราในร้านอาหารที่อยู่ในเขตอำเภอองครักษ์ และอำเภอบ้านนา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้สั่งห้ามไว้ 10 วัน เพื่อรอดูสถานการณ์ แต่เมื่อสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่ดีขึ้น จึงขยายเวลาออกไปอีก 14 วันจนวันที่ 14 กรกฎาคม 64 ส่วนอำเภอเมืองนครนายกและอำเภอปากพลี ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดเสี่ยงสูง คณะกรรมการฯ จึงเห็นสมควรให้จำหน่ายสุราในร้านอาหารได้

นายอำพลกล่าวว่า มีประชาชนบางส่วนเรียกร้องให้ปิดเมืองปิดจังหวัด เพราะเกรงการแพร่ระบาดของเชื้อโรค เรื่องนี้ขอเรียนทำความเข้าใจว่า ทุกวันนี้ในประเทศไทยไม่มีเมืองไหนจังหวัดไหนปิดเมืองเลย รัฐยังให้ผู้คนเดินทางไปมาได้ เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการปัองกันโรค เช่นที่เรารู้กันคือ สวมหน้ากาก หมั่นล้างมือ รักษาระยะห่าง เป็นต้น รวมทั้งต้องปฏิบัติตามคำสั่ง หรือประกาศของแต่ละจังหวัดด้วย เช่น หากมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่แล้วให้แจ้งหรือรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่และให้ทำการกักตัวเอง 14 วัน ของจังหวัดนครนายกเราก็มีมาตรการเช่นว่านี้เช่นกัน รวมทั้งยังขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยดูแลคนที่มาจากพื้นที่สีแดง และจำเป็นต้องกลับมาบ้านเราที่นครนายก ก็ให้พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยเน้นไปที่กลุ่มคนเปราะบาง คนด้อยโอกาส หรือคนที่สมควรได้รับการช่วยเหลือ เช่น ครอบครัวที่โดนกักตัวทั้งบ้าน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม นครนายกนอกจากเป็นเมืองเกษตรแล้ว เรายังเป็นเมืองที่เน้นด้านการท่องเที่ยวด้วย ดังนั้นหากปิดเมืองย่อมกระทบต่อการทำมาหากินของคนในหลายภาคส่วนที่มีความเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว ไล่กันไปตั้งแต่ผู้ประกอบการ พนักงานลูกจ้าง พ่อค้าแม่ขายทั้งรายเล็กรายใหญ่ ดังนั้นเรื่องนี้ตนเห็นว่าเราต้องอยู่กับมันให้ได้ ผู้ประกอบการและประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวต้องให้ความร่วมมือถือปฏิบัติตามมาตรการที่ราชการกำหนด ลำพังจะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปเฝ้าระวังให้ในสถานที่ทุกแห่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon