สรุปทุกประเด็น คดี ‘แก๊งผู้กำกับโจ้’ ก่อนรวบตัวที่ชลบุรี โฟนอินแถลง ขอรับผิดคนเดียว

สรุปทุกประเด็น คดี ‘แก๊งผู้กำกับโจ้’ ก่อนรวบตัวที่ชลบุรี โฟนอินแถลง ขอรับผิดคนเดียว

จากกรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีต ผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ และ ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา อดีต รอง สว.(ป.) สภ.เมืองนครสวรรค์ รองหัวหน้าชุด ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา คดีร่วมกันฆ่าผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาจนเสียชีวิตอย่างทรมาน โดยทั้ง 2 ราย ได้หลบหนีอยู่นั้น

ในคดีดังกล่าว ได้สามารถคุมตัวลูกน้อง 5 นาย ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาทั้งหมด ได้แล้ว ได้แก่ พ.ต.ต.รวิโรจน์ ดิษทอง หรือ ดาบโบ้ ซึ่งจับตัวได้วานนี้ เป็นรายสุดท้าย , ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค, ด.ต.ศุภกร นิ่มชื่น, ส.ต.ต.ปวีกรณ์ คำมาเร็ว รวมถึง ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว

 

ไม่ให้ประกันตัว 5 ตำรวจ

โดยในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัว ตำรวจทั้ง 5 นาย ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ โดยมีญาติเตรียมหลักทรัพย์ 400,000 บาท มารอประกันตัว

ระหว่างนั้น ส.ต.ต.ปวีกรณ์ ที่มีใบหน้าเศร้าสลด ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า “โปรดให้ความเป็นธรรม และช่วยผมด้วย” ขณะที่ ดาบโบ้ ก็บอกว่า “เดี๋ยวความจริงจะปรากฏ”

โดย ศาลนครสวรรค์ ไม่ให้ประกันตัว 5 อดีตตำรจ และส่งตัวเข้าเรือนจำทันที

รถหรูอื้อ 42 คัน แฉเคยจับรถส่งประมูล 363 คัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพบบัญชีของอดีตผกก.โจ้ มีรถหรูมากกว่า 40 คัน สร้างคำถามให้แก่ประชาชน

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ออกมาเปิดเผยว่า เป็นเจ้าของสำนวนคดีนำจับรถหรูเพื่อนำส่งให้กับกรมศุลกากรทั้งสิ้น 368 คัน ซึ่งสามารถประมูลขายทอดตลาดไปแล้ว 363 คัน ยังเหลือค้างอยู่อีก 5 คันที่ขายไม่ได้

“รถดังกล่าว ได้นำออกประมูลขายทอดตลาด 363 คัน รวมเป็นเงิน 1,000 ล้านบาท จากราคากลางประมาณ 516 ล้านบาท ซึ่งกฎหมายเดิม มีการแบ่งเงินสินบนให้สายข่าว ตรา 30% และแบ่งให้ 25% เป็นเงินรางวัลนำจับที่จัดสรรให้กับผู้นำจับ โดยไม่มีขั้นต่ำ”

พบด้วยว่า รถ 13 คันที่มีชื่อเป็นเจ้าของนั้น มีการนำเข้าจากต่างประเทศ 5 คัน และประมูล 2 คัน โดย มีรถหรูที่มีชื่อทั้งหมด 42 คัน

ดีเอสไอ เผยโจ้ เลี่ยงภาษี 31 ล้าน

วันเดียวกัน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า แลมโบร์กินี ของผกก.โจ้ หมายเลขตัวรถ ZHWEC1Z06ELA รุ่น aventador มูลค่าประมาณ 48 ล้านบาท เป็นคดีพิเศษ โดยสำแดงราคานำเข้าต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง เพื่อเลี่ยงภาษี

“ทำให้รัฐเสียหายคิดเป็นราคาขาด 9,512,525.61 บาท อากรขาด 7,610,020.00 บาท ภาษีสรรพสามิตขาด 19,025,050.27 บาทภาษี เพื่อมหาดไทยขาด 1,902,505.33 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มขาด 2,663,507,48 บาท ทำให้ภาษีอากรรวมขาด 31,201,083.08 บาท”

ดาบโบ้ เบื้องหลังจุดเริ่มต้น คดีคลุมถุงรีดเงิน

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่สอบสวนกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า วันเกิดเหตุในการจับกุม คือวันที่ 5 สิงหาคม แต่ไม่พบในบันทึกประจำวัน ว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้า จำนวนกว่า 100,000 เม็ดแต่อย่างใด

โดยมีรายงานข่าวว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้ ดาบโบ้ ซึ่งถือเป็นพ่อบ้านของตำรวจทีมเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดชุด 05 มีประสบการณ์ในพื้นที่มาหลายปี ให้ข้อมูลกับทีมชุดจับว่า ผู้ตายเป็นพ่อค้ายารายสำคัญ และมีทรัพย์สินอยู่มาก จึงไปจับตัวมาจากถนนสายเลี่ยงเมืองนครสวรรค์

พบว่า ผู้ตายมียาไอซ์ติดอยู่ที่ตัว 3 กรัม และพบว่าข้อมูลในโทรศัพท์มือถือมีการบันทึกภาพถ่ายยาเสพติดไว้จำนวนมาก จึงนำตัวมาขยายผลที่บ้านกาแฟ และนำตัวผู้ตายไปค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.ตาคลี ในช่วงกลางดึก แต่ไม่พบยาเสพติด จึงได้นำมาสืบสวนต่อ

ทั้งนี้ ผู้ต้องหา ต่างให้การยืนยันว่า ผู้กำกับโจ้ เป็นผู้เข้ามาสอบสวนด้วยตัวเอง และไม่มีใครเคยพูดเรื่องรับเงิน 2 ล้านบาท เพื่อแลกกับอิสรภาพในการปล่อยตัวแต่อย่างใด

กระแสข่าว ติดต่อเข้ามอบตัว

โดยตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่ได้เข้มชายแดน ช่วงแม่สอด จ.ตาก เพื่อเร่งหาตัวของผู้กำกับโจ้ ซึ่งเบื้องต้นยังคาดว่า กบดานอยู่ในประเทศ ยังไม่ได้หนีออกนอกประเทศแต่อย่างใด

ช่วง 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสข่าว ว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว กับทีมสืบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง จ.นครสวรรค์

ต่อมา ได้มีรายงานข่าวว่า พ.ต.อ.ธิติสวรรค์ ได้แจ้งพิกัดให้ทราบว่าอยู่ที่ใด ชุดไล่ล่าจึงได้เข้าตรวจสอบ โดยเจ้าตัวได้หลบหนีไปที่ เมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่ง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าชุดสืบสวนติดต่อ จะบินจาก กทม.ไปทำการสอบปากคำเบื้องต้น

โดยยังมีกระแสข่าวว่า มีกองทัพกะเหรี่ยงจับได้ที่เมียวดี หนีซุกคาสิโน แต่ก็ไม่เป็นเพียงรายงานข่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

นำตัวผู้กำกับโจ้ เข้ากองปราบ

จากนั้น เวลา 18.00 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม ภายหลังจากยืนยันว่า ได้รวบตัว พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และ ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา อดีตรอง สว.(ป.) สภ.เมืองนครสวรรค์ รองหัวหน้าชุด ได้แล้วนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.ตร.จะมีแถลงข่าวการจับกุมกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ ได้มีการเปิดเผยภาพของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และ ร.ต.ท.ธรณินทร์ ที่ถูกจับตัวได้แล้วด้วย โดยมีรายงานข่าวว่า สามารถจับผู้การโจ้ได้ที่ จ.ชลบุรี ขณะที่ ร.ต.ท.ธรณินทร์นั้น จับได้ที่จ.เพชรบุรี พร้อมกันนี้ ผู้กำกับโจ้ ได้เปิดเผยเบื้องต้นว่า จากคลิปดังกล่าว ไม่ได้มีการรีดไถเงินแต่อย่างใด เสียใจที่ได้ทำให้ภาพลักษณ์ตำรวจเสีย และที่หนีไปนั้นต้องการไปตั้งหลักก่อน

โจ้ลั่น ขอรับผิดเพียงผู้เดียว

เวลา 21.35 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ร่วมแถลงข่าวกรณีดังกล่าว ซึ่งมี พ.ต.อ.ธิติสรรค์นั้น ได้โฟนอินตอบคำถามสื่อมวลชน พร้อมทนาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไว้ใจอยู่ด้วย โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากการรีดไถเงิน แต่ก่อนหน้านั้น ได้จับผู้ต้องหาได้ และมีการยึดของกลางจำนวนหนึ่ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเพียงเพื่อต้องการข้อมูลยาเสพติด เท่านั้น

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ยังกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าผู้ต้องหา ที่ใส่ถุงนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เห็นใบหน้าของตนเอง โดยมีการใช้ถุงถึง 6 ใบ ปกติแล้วไม่เคยได้ลงไปเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวน นี่เป็นครั้งแรก หลังจากนั้น คิดว่าผู้ต้องหาได้สลบไป เนื่องจากมีหัวใจเต้นอ่อน ก็ทำอะไรไม่ถูก จึงได้เรียกคนมาทำ ซีพีอาร์ และนำน้ำมาราดเพื่อให้ตื่น

สำหรับประเด็นที่มีการลบภาพในกล้องวิดีโอวงจรปิด หลังเกิดเหตุนั้น เนื่องจากประสบการณ์ยังน้อย เลยตกใจ โดยมีกล้องบางตัวเสีย ให้เปลี่ยนนานแล้ว ก็เลยให้ถอดออกไป

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ ย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ขอน้อมรับผิดเพียงคนเดียว เป็นนายสั่งให้ลูกน้องทำ เจตนาคือต้องการขยายผลยาเสพติด ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดในนครสวรรค์

พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวขอโทษ ประชาชนคนไทยทุกคน พ่อแม่ของน้อง ผบ.ตร. และ ตำรวจทุกคน ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และขอน้อมรับผิดคนเดียว ตนเป็นคนสั่งลูกน้องเอง ทุกคนทำตามคำสั่ง

เล่านาที ติดต่อขอมอบตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนี้ จะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไปสอบสวนในพื้นที่จ.นครสวรรค์ เนื่องจากอยู่ในอำนาจสอบสวน

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบช.ภ.6 กล่าวว่า เมื่อ 5 ทุ่ม วานนี้ มีโทรศัพท์เข้ามา โดยโจ้ บอกว่าไม่ไหวแล้ว อยากจะฆ่าตัวตาย ก็ได้บอกไปว่า ตายแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเหลืออะไร ถ้าเป็น ลูกผู้ชายพอ ให้กลับมารับผิดชอบกรณีดังกล่าว เป็นตำรวจต้องมีเกียรติ หนีไปไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น โจ้ ก็บอกว่า พรุ่งนี้ พี่มารับผมที่ชลบุรี ได้ไหม ก็ได้เรียนแจ้งผู้บังคับบัญชา ก็อนุมัติให้เดินทาง ออกจากพิษณุโลก ตอน 9 โมง เที่ยงโจ้ก็มีถามว่าจะมารับใช่ไหม ก็ถามอยู่ไหน

พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า โจ้ก็บอกว่า 4 โมงเย็น ให้มารับที่สภ.แสนสุข มาคนเดียว อย่ามีอาวุธ ก็ใส่เครื่องแบบไปยืนหน้าสภ.แสนสุข และเมื่อถึงก็มีคนลงมาบอก ผมโจ้นะ ใส่แมสก์มาจากรถเก๋งสีขาว แต่ไม่ได้มองเลขทะเบียน จากนั้นก็ทำบันทึก ที่สภ.แสนสุข และรายงานผู้บังคับบัญชา นำตัวมากองปราบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon