อัยการยื่นฟ้อง ‘วิรัช’ กับพวก 87 คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอล ลุ้น! 20 ธ.ค. ศาลฎีกาสั่งหยุดหน้าที่ ส.ส.

อัยการยื่นฟ้อง ‘วิรัช รัตนเศรษฐ’ กับพวก 87 คน คดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลโคราช มีผู้ต้องหารายงานตัว 81 คน เจ้าตัวกับเมียไม่มาอ้างติดสมัยประชุมสภา ลุ้นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตั้งองค์คณะสั่งประทับฟ้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 กันยายน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายสายัน จันทะรัง พนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามทุจริต 2 และคณะทำงาน นัดส่งตัวยื่นฟ้องในคดีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับพวก รวม 87 คน เป็นจำเลยในคดีทุจริตสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

คดีนี้ทาง ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมชี้มูลความผิดนายวิรัชสมัยเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมกันกับพวก รวม 87 คน ทุจริตเงินจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ.2555 จัดสร้างสนามฟุตซอลให้กับโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา 18 จังหวัด มูลค่า 4,459 ล้านบาท รวมทั้งโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา เขต 2 จ.นครราชสีมาด้วย แต่ปรากฏว่าการสร้างสนามฟุตซอลใน จ.นครราชสีมา กลับสร้างไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถใช้งานได้

โดยช่วงเช้าวันนี้กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาในคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมาทยอยเดินทางเข้ามารายงานตัวตามนัดของพนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต 2 จำนวน 81 คน ไม่มารายงานตัวและขอเลื่อนอ้างเหตุผลว่าอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 6 คน

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ภายหลัง ป.ป.ช.ส่งสำนวนมาให้แล้ว อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานอัยการปราบปรามทุจริต 2 เป็นคณะทำงานขึ้นมารับผิดชอบสำนวนคดีนี้ ซึ่งพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่งฟ้องนายวิรัช รัตนเศรษฐ ผู้ต้องหาที่ 1 และมีจำนวนผู้ต้องหาทั้งหมด 87 คน โดยแต่ละคนจะข้อหาไม่เหมือนกัน แต่ในภาพรวม 14 ข้อหาด้วยกัน ประกอบด้วย เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐทุจริตในการร่วมกันออกแบบ กำหนดเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยรัฐ หรือกระทำการใดๆ โดยมิได้มุ่งหมายแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม, เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองร่วมกระทำความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐมีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติพิจารณาหรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์แจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยรัฐ เพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับเสนอราคาในครั้งนั้น, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ, เป็นเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ทำเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสารในการปฏิบัติการตามหน้าที่รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้น หรือว่ากระการอย่างใดต่อหน้าที่ของตนอันเป็นเท็จ, ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำการโดยวิธีอื่นใดเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสได้เสนอราคาอย่างเป็นธรรม, ตกลงร่วมกันเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์เพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด เป็นผู้มีสิทธิในการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันปลอมเอกสาร, ร่วมกันใช้เอกสารปลอม, สนับสนุนเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าพนักงานของรัฐในการทำหน้าที่โดยทุจริต, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10, 11, 12, 13, พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162, 264, 265, 268, 83, 86, 91

นายประยุทธกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ขอเลื่อน จำนวน 6 คนนั้น แบ่งเป็น บุคคล 5 คน และนิติบุคคล 1 แห่งด้วย ส่วนใหญ่อ้างประเด็นสถานการณ์โควิด-19 แต่ไม่ได้ป่วยหรือติดเชื้อโควิด-19 โดยนายวิรัชและนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยา ผู้ต้องหาที่ 1-2 ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอ้างว่าอยู่ในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร อัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้เป็นข้อห้ามในการยื่นฟ้องต่อศาล จึงแจ้งกลับไปว่าไม่อนุญาตให้เลื่อน ส่วนกระบวนพิจารณาของศาลจะดำเนินไปได้เพียงใดนั้นเป็นขั้นตอนที่ทางศาลฎีกาจะได้เป็นผู้พิจารณา

“เมื่อถึงกำหนดนัดหมายแล้วผู้ต้องหาทั้ง 77 คน มารายงานตัวกับพนักงานอัยการแล้ว พนักงานอัยการจะนำคำฟ้อง สำเนาคำฟ้องพร้อมกับสำนวนไต่สวนของ ป.ป.ช.ไปยื่นต่อศาล และขั้นตอนของกฎหมายบัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 กำหนดไว้ในมาตรา 26 ว่าการฟ้องโดยหลักต้องฟ้องส่งตัว แต่กรณีถ้าหากไม่สามารถฟ้องส่งตัวได้จะเป็นกรณีเข้าข้อยกเว้นที่ไม่มีการส่งตัว ตามมาตรา 21 ซึ่งเป็นกรณีหลบหนี หรือประวิงคดี หรืออ้างเหตุขอเลื่อนโดยไม่มีเหตุอันสมควรทางอัยการก็จะยื่นฟ้องทั้งหมด เมื่ออัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาก็จะมีขั้นตอนตามมาตรา 11 ของ ป วิ.อม.ที่จะกำหนดวันนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อเลือกองค์คณะทั้ง 9 คน ซึ่งแต่ละคนจะต้องเป็นผู้พิพากษาระดับชั้นศาลฎีกาเพื่อรับผิดชอบสำนวนคดี และออกหมายเรียกให้จำเลยมาตามกำหนดนัดพิจารณา โดยจะนำผู้ต้องหาทั้งหมดไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาในช่วงเช้าวันนี้” รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดกล่าว

เมื่อถามว่าคดีจำเลยเป็นนักการเมือง พนักงานอัยการมีความรู้สึกหนักใจหรือไม่ นายประยุทธกล่าวยืนยันว่า อัยการทำสำนวนคดีตามพยานหลักฐาน ไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด เรื่องนี้ไม่มีประเด็นนอกสำนวน หรือการเมือง ทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังยื่นฟ้องวันนี้ ทางศาลฎีกานักการเมืองจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อส่งเข้าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาดำเนินการคัดเลือกองค์คณะประจำคดีทั้ง 9 คน และเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน โดยองค์คณะในคดีดังกล่าวจะเป็นผู้มีคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาหรือไม่ รวมถึงคำสั่งเกี่ยวกับการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกนำตัวไปยื่นฟ้องวันนี้ก็จะต้องยื่นประกันตัวต่อศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าสำหรับขั้นตอนภายหลังยื่นฟ้อง จากคดีที่ผ่านมาในอดีตจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ก็จะมีคำสั่งประทับฟ้อง ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ไวเเค่ไหน ซึ่งเป็นอำนาจของประธานศาลฎีกาจะกำหนดวันนัดประชุม

ภายหลังอัยการยื่นฟ้อง ศาลฎีกาฯนักการเมืองนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอลหรือไม่วันที่ 20 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กรมอนามัย’ เผยผลสำรวจ ประชาชนอยากให้ ‘สถานศึกษา-โรงเรียน’ เปิดเทอมมากที่สุด
บทความถัดไปSMEs อาหารเกาะกระแสโลกคึกคัก พาณิชย์ช่วย “จับคู่” จ่อวางตลาดผ่านบิ๊กค้าปลีกไทย-ผู้แทนการค้าจีน