ทนายดังประกาศเดินหน้าชน บิ๊ก ขรก.สุดเบ่ง ชิงตัวผู้ต้องหาคดีครอบครองสัตว์ป่า ล่องหน 3 วัน

ทนายอนันต์ชัยโพสต์ 3 คำพิพากษาศาลฎีกา จ่อเชือดบิ๊ก ขรก.ปกครองประจวบฯควงอัยการหิ้วผู้ต้องหาคดีครอบครองสัตว์ป่าที่หัวหินล่องหน 3 วัน

กรณีมีการคลิปพฤติกรรมข้าราชการระดับสูงรายหนึ่งที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พูดจาข่มขู่เจ้าหน้าที่ 4 หน่วยงาน ระหว่างทำการบันทึกจับกุมผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 ภายหลัง นายวันชัย สิงห์โต ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) จ.เพชรบุรี จับกุมนายจอมขวัญ ขอสงวนนามสกุล อายุ 41 ปี อ้างตัวเป็นน้องภรรยาของข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูง ชาว อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ข้อหาครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองประกอบด้วย นกสีชมพูสวน 12 ตัว นกหัวเขมา 1 ตัว หัวกระทิง 1 ซาก ระหว่างทำบันทึกจับกุมมีชายสวมเสื้อสีส้ม กางเกงขาสั้นสีเหลือง สวมโม่งผ้าสีดำปิดบังใบหน้าและศีรษะ สวมทับด้วยหมวกสีขาวที่ใช้ในสนามกอล์ฟ ไม่พอใจการทำบันทึกจับกุมที่ล่าช้าใช้เวลานานหลายชั่วโมงตามที่ปรากฏในคลิป

ความคืบหน้า วันที่ 18 กันยายน ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ใหญ่จริงนะ“ ผอ.สำนักฯสนธิกำลังร่วมกันจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า ที่มีการโพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โดยมีการโพสต์ขาย และแลกเปลี่ยนนกที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ “นกสีชมพูสวน” การจับกุมดังกล่าวได้ผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย จึงได้นำตัวผู้ต้องหามาที่สำนักบริหารพื้นที่ 3 สาขาเพชรบุรี เพื่อทำบันทึกจับกุมนาย จ. กับพวก ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. ได้มีชายไทย ชื่อนาย ก. อ้างว่าเป็นปลัดใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีชายไทยอ้างเป็นอัยการ เข้ามาส่งเสียงดังเอะอะโวยวายต่อว่าเจ้าหน้าที่ว่าทำบันทึกการจับกุมล่าช้า

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังทำรายละเอียดเกี่ยวกับบันทึกการจับกุม ชาวไทยที่ชื่อนาย ก. และที่อ้างว่าเป็นอัยการ ได้นำตัวนาย จ. ขึ้นรถตู้ไปโดยพลการ โดยปลัดคนดังกล่าวได้แจ้งว่าจะนำตัวนาย จ. ผู้ต้องหาไปส่งที่ สภ.หัวหิน ขณะนั้นเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างทำบันทึกการจับกุมซึ่งยังไม่เสร็จ เมื่อทำบันทึกการจับกุมเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้รีบตามไปที่ สภ.หัวหิน แต่เมื่อไปถึงไม่พบตัว ได้รอนาน 2 ชั่วโมง ไร้วี่แวว จึงไปดูที่ สภ.ชะอำ จนถึงเวลา 00.30 น. ก็ไร้วี่แววผู้ต้องหากับชายที่อ้างเป็นปลัดกับพวกอีกเช่นเคย ต่อมาปรากฏว่า วันที่ 14 กันยายน 2564 พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน แจ้งว่า นาย จ. ได้มาขอมอบตัวกับพนักงานสอบสวน

อยากถามจังว่า… ชายผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นปลัด ก. ชายที่อ้างตัวว่าเป็นอัยการ เอาอำนาจอะไรมาชิงตัวผู้ต้องหาไปโดยพลการ หรือว่าตั้งใจจะช่วยผู้ต้องหาไม่ให้ได้รับโทษจึงพาหนีไป ยิ่งทำแบบนี้นอกจากจะไม่ได้ช่วยแล้วยังทำให้โทษหนักขึ้นอีก หรือเพิ่งนึกขึ้นได้จึงบอกให้ผู้ต้องหามามอบตัวหลังเกิดเหตุนานถึง 3 วัน ความผิดมันสำเร็จแล้วนะครับ ใหญ่ๆ แบบนี้ ผมชอบครับ

ทนายอนันต์ชัยโพสต์อีกว่า การชิงตัวผู้ต้องหา มีความผิดอย่างไร ผู้ต้องหา และผู้ชิงตัวผู้ต้องหาไป จะมีความผิดอย่างไรนั้น ได้มีกฎหมายบัญญัติไว้แล้วคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มาตรา 190 และ มาตรา 191 นอกจากนี้ยังมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4922/2539 ฎีกา 391/2509 ฎีกา 772/2536 อนึ่ง ผู้ชิงตัวผู้ต้องหาที่กล่าวอ้างนั้นถ้าเป็นข้าราชการมีความผิดทางวินัยอาจถึงขั้นร้ายแรงด้วยครับ ดังนั้น ทั้งผู้ต้องหา และผู้ชิงตัวผู้ต้องหา โปรดเข้าใจตามนี้ด้วยครับ และขอให้โชคดีก็แล้วกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส.อ.ท.หวั่นบาทอ่อน ดันค่าไฟ-น้ำมันแพง วอนแบงก์ชาติดูแล
บทความถัดไป‘พท.’ เตือน บิ๊กตู่ เปิดปท.แบบไม่พร้อม ได้ไม่คุ้มเสีย แนะ 8 แนวทาง ฟื้นท่องเที่ยวไทยขึ้นอันดับหนึ่ง