เป๊ปซี่โค ประกาศปรับกลยุทธ์ครบวงจร pep+ ทำธุรกิจเชิงบวกสู่ความยั่งยืน

เป๊ปซี่โค, อิงค์. (PepsiCo, Inc.) (ชื่อย่อในตลาด NASDAQ:PEP) ได้ประกาศโครงการ pep+ (pep Positive) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครบวงจรอย่างยั่งยืน โดยมีหัวใจสำคัญในการกำหนดวิธีการที่บริษัทจะสร้างความเติบโตและคุณค่าจากการดำเนินงานภายใต้ข้อจำกัดทรัพยากรโลก และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกแก่โลกและประชากร  ซึ่งโครงการ pep+ จะช่วยกำหนดแนวทางที่เป๊ปซี่โคจะเปลี่ยนแปลงการประกอบธุรกิจของตน จากการจัดหาวัตถุดิบต่างๆ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทในรูปแบบที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ไปสู่การใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคกว่าหนึ่งพันล้านรายต่อวัน เพื่อขับเคลื่อนไปสู่กระแสหลักเพื่อความยั่งยืน และส่งเสริมให้ประชากรเลือกสิ่งที่ดีกว่าสำหรับตนเองและโลกของเรา

“pep+ คืออนาคตของบริษัทเรา เป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในกิจกรรม และวิธีการที่บริษัทดำเนินการเพื่อสร้างความเติบโตและคุณค่าร่วมกัน โดยมีความยั่งยืนและทุนมนุษย์เป็นศูนย์กลาง สะท้อนความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงไปในทางธุรกิจที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นกับอนาคตของโลกและสังคม” รามอน ลากูอาร์ตา (Ramon Laguarta) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเป๊ปซี่โค กล่าวและว่า pep+ จะเปลี่ยนแปลงแบรนด์ของบริษัท และวิธีการที่แบรนด์เหล่านั้นจะครองตลาด เช่น มันฝรั่ง เลย์ เริ่มใช้มันฝรั่งที่ปลูกอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อผืนดิน ดำเนินการแปรรูปในห่วงโซ่อุปทานที่มีการปล่อยไอเสียสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) และมีการใช้น้ำสุทธิเป็นบวก (Net Water Positive) จำหน่ายในถุงที่สามารถย่อยสลายทางชีวภาพ (bio-compostable) และมีปริมาณโซเดียมต่ำที่สุดในท้องตลาด แต่ยังคงรสชาติที่ดีที่สุด เพื่อการเป็นมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบอันดับหนึ่งในอนาคต

โครงการ pep+ ขับเคลื่อนผ่านกิจกรรมและความคืบหน้าด้วยนโยบาย 3 ด้านหลักที่มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมภายในปี พ.ศ. 2573 ภายใต้กรอบการดำเนินงานครบวงจร ได้แก่

1.การเกษตรเชิงบวก (Positive Agriculture): เป๊ปซี่โคมีการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อผืนดิน เพื่อฟื้นฟูโลกของเราบนที่ดินอันเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของบริษัททั้งหมด (กว่า 7 ล้านเอเคอร์) จัดหาพืชผลและวัตถุดิบหลักอย่างยั่งยืน และปรับปรุงคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรกว่า 250,000 คนในห่วงโซ่อุปทานทางเกษตรกรรมของบริษัท

2.ห่วงโซ่คุณค่าเชิงบวก (Positive Value Chain): เป๊ปซี่โคจะช่วยสร้างห่วงโซ่คุณค่าแบบหมุนเวียนวัตถุดิบและการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อ

บรรลุเป้าหมายการปล่อยไอเสียสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero emissions) ภายในปี พ.ศ. 2583 มุ่งสู่เป้าหมายการใช้น้ำสุทธิเป็นบวก (Net Water Positive) ภายในปี พ.ศ. 2573 และใช้บรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนยิ่งขึ้นในห่วงโซ่คุณค่า

โดยเป๊ปซี่โคได้ประกาศเป้าหมายใหม่ในการลดการใช้พลาสติกใหม่ต่อหน่วยบริโภคให้ได้ร้อยละ 50 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มทั่วโลกของบริษัทภายในปี พ.ศ. 2573 โดยใช้วัสดุรีไซเคิลร้อยละ 50 ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกของบริษัท และขยายธุรกิจโซดาสตรีม (SodaStream) ไปทั่วโลก ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่จะช่วยลดความจำเป็นในการใช้บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มได้เกือบทั้งหมด นอกเหนือไปจากวิธีการอื่น นอกจากนี้ จะผลักดันการดำเนินงานมูลค่ากว่า 570 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม และได้เปิดตัวโครงการล่าสุดสำหรับทีมงานจิตอาสาทั่วโลก ที่เรียกว่า One Smile at a Time เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกาสให้พนักงานทั้ง 291,000 คนมีส่วนร่วมในการสร้างผลกระทบเชิงบวกในชุมชนท้องถิ่นของตน

และ3. ทางเลือกเชิงบวก (Positive Choices): เป๊ปซี่โคยังคงพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มของบริษัทให้ดียิ่งขึ้นสำหรับโลกและประชากร โดยนำวัตถุดิบหลากหลายชนิดมาใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารทั้งที่มีอยู่เดิมและคิดขึ้นใหม่เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นดียิ่งขึ้นสำหรับโลก และ/หรือส่งมอบคุณค่าทางโภชนาการ ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจำพวกถั่วลูกไก่ (chickpeas) โปรตีนจากพืช (plant-based proteins) และธัญพืชเต็มเมล็ด (whole grains), ขยายการวางตำแหน่งในตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์จำพวกถั่วและเมล็ดพืช (nuts & seeds), เร่งรัดการลดปริมาณน้ำตาลและโซเดียมในผลิตภัณฑ์ และยังคงขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ใช้บรรจุภัณฑ์น้อยลงหรือไม่มีการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มติคณะกก.โรคติดต่อฯเห็นชอบเปิดภูเก็ต ทุกช่องทาง แบบมีเงื่อนไขเริ่ม 1 ต.ค.นี้
บทความถัดไปครม. อนุมัติ ‘3 เหล่าทัพ’ ใช้งบกลาง 380 ล้าน เป็นค่าใช้จ่ายคุมโควิด-19