รวบแล้ว! สาวพนักงานธนาคาร แอบถอนเงินลูกค้า กว่า 4 ล้าน อ้างนำไปลงทุนหมุนไม่ทัน

รวบแล้วสาวพนักงานธนาคารแอบยักยอกเงินลูกค้าหายจากบัญชีกว่า4ล้าน อ้างนำไปลงทุนหมุนเงินไม่ทัน พร้อมโอนเงินคืนลูกค้าให้ทั้งหมดแล้ว หลังถูกจับวางเงินประกันตัวเองกว่า 4 ล้าน หลังตรวจสอบพบมีผู้เสียหายอีกรวมนับหลายล้านล้าน ทางธนาคารแจงผู้เสียหายยันพร้อมติดตามเงินลูกค้าที่หายไปจากบัญชีคืนให้ทั้งหมดได้แล้วไม่เกินพรุ่งนี้( 26 ต.ค.64)

เมื่อวันที่  25 ต.ค.64  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีมีชาวบ้านบ้านในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ มาตั้งแต่ช่วงวันที่ 19 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ว่ามีการแอบโอนเงินลูกค้าหาย ไปจากบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารของตนเอง ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากเบื้องต้นรวมกว่า 1.8 ล้านบาท

หลังจากเมื่อวันที่ 19 ต.ค.64 ที่ผ่านมา จากกรณี น.ส.ฝ้าย นามหนองอ้อ อายุ 57 ปี มอบหมายให้ น.ส.นรินทร์ ดันชัยภูมิ อายุ 36 ปี อาศัยบ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 2 ตำบลชีบน อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.พัชรพล อาจกมล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ ให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวจนต่อมาล่าสุดเมื่องช่วงเช้าวันนี้ 25 ต.ค.64 ผู้เสียหายได้พยายามติดต่อขอความความคืบหน้าเพิ่มเติมจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางธนาคารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

โดย น.ส.นรินทร์ ดันชัยภูมิ เปิดเผยล่าสุดว่า ตนเองนั้นมีน้าสาวทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ ได้โอนเงินมาให้ตนเพื่อช่วยนำไปฝากฝากเงินและทำเอกสารเกี่ยวกับการฝาก พร้อมทำประกันในบัตรกับทางธนาคารแห่งนี้ โดยเจ้าตัวได้มอบหมายให้ตนนั้นเป็นธุระเกี่ยวกับการเงินมาโดยตลอด ซึ่งระยะหลังภายใน 8 เดือนที่ผ่านมา ตนนั้นไม่ได้ไปตรวจสอบทำการปรับสมุดบัญชีธนาคารเลย

เพราะคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรและอยู่ในช่วงเกิดน้ำท่วมหลายพื้นที่ไปก็ยากลำบาก กระทั้งเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ตนเองได้ไปทำการปรับสมุดดูยอดเงินในบัญชีให้กับน้าสาวที่อยู่ต่างประเทศ ก็พบว่าเงินในบัญชีหายไปเหลือเพียง 3,700 บาท (สามพันเจ็ดร้อยบาท) และมีการถอดเงินออกไปแล้วจำนวนกว่า 1,800,000 บาท ( หนึ่งล้านแปดแสนบาท) ในช่วงเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ตนจึงรีบโทรบอกพี่สาว ก่อนที่น้าสาวจะมอบอำนาจให้ตนนั้นเข้าไปแจ้งความ หลังจากที่ไปสอบถามทางธนาคาร ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนได้

จนกระทั้งเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้เข้าตรวจสอบที่ธนาคารแห่งนี้พบว่ามีหลักฐานว่ามีพนักงานของธนาคารรายหนึ่ง  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของธนาคารที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการแอบยักยอกเงินจำนวนนี้ของพี่สาวที่อยู่ต่างประเทศหายไป

ซึ่งยังพบมีพฤติกรรมว่ามีการแอบยักยอกโอนเงินออกจากบัญชีของลูกค้าธนาคารหายไป และมีการหมุนเวียนเงินโอนเข้าออกหมุนเวียนกันไปมาบ่อยครั้ง ก่อนที่ลูกค้ารายนี้จะมาตรวจสอบบัญชีพบมีการถูกแอบยักยอกเงินดังกล่าวกว่า 1.8 ล้านบาทหายไปอีก

ก่อนที่ทางด้าน ร.ต.ท.พัชร อาจกมล รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ ล่าสุดวันนี้ได้ติดตามไปจะเชิญตัวพนักงานธนาคารสาววัย 28 ปี รายนี้ ที่ทราบว่าประสบอุบัติเหตุกำลังไปรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ในตัวเมืองชัยภูมิ แห่งหนึ่ง ก่อนเชิญตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองชัยภูมิ และรับสารภาพว่าเป็นคนยักบอกเงินของลูกค้าธนาคารที่หายไปกว่า 1.8 ล้านบาท จริง

ซึ่งไม่มีเจตนาขโมยเพียงนำเงินไปลงทุนแต่หมุนเงินไม่ทันในช่วงนี้เท่านั้น ซึ่งพร้อมชดใช้เงินของลูกค้าคืนเข้าบัญชีทั้งหมดแล้ว รวมทั้งหลังตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกจำนวนมากกว่า 3 ราย ซึ่งมีการเดินทางเข้าแจ้งความร้องขอให้ตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งแต่ละรายมีเงินสูญหายไปจากบัญชีเงินฝากแล้วหลักรวมครั้งนี้อีกมากกว่า 4 ล้านบาท

ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี ซึ่งผู้ต้องหาสาวพนักงานธนาคารรายนี้ ก็ได้ขอยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวเองมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท ด้วยเช่นกันและพร้อมจะขอชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายทั้งหมด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้ให้ประกันตัวออกไป เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป รวมทั้งทางด้านทางธนาคารต้นสังกัดสาวพนักงานธนาคารรายนี้เองก็แจ้งต่อลูกค่าธนาคารที่ได้รับความเสียหายเงินจากบัญชีธนาคารหายไปว่า ความเสียหายที่ลูกค้ามีทั้งหมดในครั้งนี้ ทางธนาคารเองก็พร้อมติดตามดำเนินการการจะโอนเงินคืนเข้าสู่บัญชีลูกค้าที่หายไปในครั้งนี้ได้ทั้งหมดในไม่เกินวันพรุ่งนี้ต่อไปแล้วด้วยเช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon