ปภ.เผยยังคงมีน้ำท่วมใน 9 จังหวัด ประสานดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 9 จังหวัด ประสานดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 26 พ.ย.64  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยในห้วงวันที่ 23-26 พ.ย. 64 พื้นที่ภาคใต้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ใน 4 จังหวัด (ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช) รวม 16 อำเภอ 50 ตำบล 174 หมู่บ้าน ขณะที่อิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ พายุไลออนร็อก พายุคมปาซุและร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. -26 พ.ย. 2564 ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด (อุบลราชธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม) รวม 15 อำเภอ 133 ตำบล 884 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 45,475 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเร่งระบายน้ำและให้การช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ส่งผลให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ในห้วงวันที่ 23- 26 พ.ย. 64 ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉบับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง รวม 19 อำเภอ 53 ตำบล 177 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,448 ครัวเรือน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด (พัทลุง และเพชรบุรี) ยังคงมีสถานการณ์ใน 4 จังหวัด 16 อำเภอ 50 ตำบล 174 หมู่บ้าน ดังนี้

1.ประจวบคีรีขันธ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอหัวหิน รวม 10 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 827 ครัวเรือน

2.ชุมพร น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหลังสวน รวม 13 ตำบล 84 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผกระทบ 2,112 ครัวเรือน

3.สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเกาะพะงัน อำเภอพระแสง อำเภอคียนซา อำเภอเวียงสระ และอำเภอท่าชนะ รวม 13 ตำบล 29 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 494 ครัวเรือน

4.นครศรีธรรมราช น้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสิชล อำเภอนบพิตำ อำเภอท่าศาลา อำเภอขนอม อำเภอพิปูน อำเภอฉวาง และอำเภอทุ่งสง รวม 14 ตำบล 26 หมู่บ้าน

ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ พายุไลออนร็อก พายุคมปาซุ และร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.-24 พ.ย. 2564 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม รวม 15 อำเภอ 133 ตำบล 884 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 45,475 ครัวเรือน โดยภาพรวมระดับน้ำลดลงต่อเนื่องแต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ดังนี้

1. อุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ รวม 4 ตำบล
23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 573 ครัวเรือน

2.สุพรรณบุรี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง และอำเภอบางปลาม้า รวม 28 ตำบล 267 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,053 ครัวเรือน

3.พระนครศรีอยุธยา ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล และอำเภอลาดบัวหลวง รวม 34 ตำบล 198 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,120 ครัวเรือน

4.ปทุมธานี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก รวม 21 ตำบล 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,301 ครัวเรือน

5.นครปฐม ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี อำเภอสามพราน อำเภอกำแพงแสน และอำเภอดอนตูม รวม 46 ตำบล 335 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,428 ครัวเรือน

สำหรับการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมสรรพกำลังในการระบายน้ำออกจากพื้นที่และดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon