กระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยกับมาตรการห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย

กระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยกับมาตรการห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย

 

 

ดร.ชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ในงานเสวนาวิชาการ การจัดการปัจจัยเสี่ยงปัญหาบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน จัดโดย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 แสดงจุดยืนของกระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยกับมาตรการห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายเข้มงวดเรื่องการควบคุมการบริโภคยาสูบในสถานศึกษาที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ที่กำหนด 7 มาตรการที่ทุกสถานศึกษาต้องยึดปฏิบัติ ได้แก่ 1. ให้สถานศึกษาดำเนินการตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 2. ให้สถานศึกษาทุกระดับเป็นสถานที่ปลอดจากการสูบบุหรี่ 3. ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ต้องปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างแก่นักเรียน ไม่สูบบุหรี่ในสถานศึกษา 4. ห้ามนักเรียน นักศึกษาสูบบุหรี่ขณะที่สวมเครื่องแบบของสถานศึกษา 5. สถานศึกษาต้องสอดแทรกและเน้นย้ำเรื่องพิษภัยของการสูบบุหรี่ในการเรียนการสอนทุกระดับ

 

 

6. สถานศึกษาทุกแห่งต้องมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างวัฒนธรรมเพื่อการเรียนรู้ด้านพิษภัยจากบุหรี่ ติดป้ายห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณสถานศึกษาทุกระดับและ 7. ให้สถานศึกษาสนับสนุนการผลิตสื่อนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ด้านพิษภัยของบุหรี่ รวมถึงการวิจัยกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ ตลอดจนโครงการสถานศึกษาสีขาวที่เป็นนโยบายที่มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ที่มุ่งเน้น การสร้างสถานศึกษาให้ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ซึ่งก็มีกิจกรรมที่รวมถึงการควบคุมการสูบบุหรี่ในสถานศึกษาด้วยเช่นกัน เมื่อมีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ตนเองในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ ที่มีภารกิจในการปกป้อง คุ้มครองความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเองจากภัยอันตรายต่างๆ ได้ดำเนินการเข้มงวดกวดขันเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า โดยเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยแก่ทั้งนักเรียน ครู อาจารย์ รวมถึงผู้ปกครอง และให้ร่วมกันเฝ้าระวังพฤติกรรมการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียน ทั้งนี้เพราะบุหรี่ไฟฟ้ามีผลกระทบต่อพัฒนาการของสมองเด็กและเยาวชน และจะส่งผลต่อการเรียน เกิดปัญหาด้านจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า นอกจากนี้ยังพบว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นต้นทางสู่การสูบบุหรี่ธรรมดาและสารเสพติดชนิดอื่น ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสังคมที่ร้ายแรงตามมาในอนาคต

ดร.ชนะ สุ่มมาตย์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า ในนามกระทรวงศึกษาธิการในฐานะกระทรวงที่ดูแลการศึกษาของเด็กและเยาวชนไทย ให้ความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่เป็นลูกหลานที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ กระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยในพิษภัยของยาเสพติดและขอร่วมแสดงจุดยืนเป็นส่วนหนึ่งของการต้านภัยจากการเสพติด อาทิ บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภัยร้ายต่อสุขภาพและมีผลต่อร่างกายและจิตใจในระยะยาวที่จะสร้างผลกระทบอย่างยิ่งต่อเด็กและเยาวชนของประเทศ ในนามของกระทรวงศึกษาธิการ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการคงไว้ซึ่งมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทย

 

 

 

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพสำคัญที่เกิดขึ้นขณะเป็นวัยรุ่น แต่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยเมื่อเป็นผู้ใหญ่ การเสพติดนิโคตินในบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า เกือบทั้งหมดเกิดขณะเป็นวัยรุ่น นิโคตินมีอำนาจเสพติดรุนแรง โดย 7 ใน 10 ของวัยรุ่นไทยที่ติดนิโคตินในบุหรี่จะเลิกไม่ได้ไปตลอดชีวิต ใน 3 คนที่เลิกได้ต้องใช้เวลาเฉลี่ย 21 ปี การป้องกันไม่ให้เยาวชนเสพติดนิโคติน จึงเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่ายในสังคม โดยเฉพาะครอบครัวและโรงเรียน

ศ.นพ.ประกิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การสำรวจโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2564 พบว่า เกิดนักสูบหน้าใหม่ หนึ่งแสนห้าหมื่นคน 60% ติดเมื่ออายุ 15-19 ปี 30% ติดอายุ 20-24 ปี โรงเรียนจึงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ พร้อมขอให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุมาตรการโรงเรียนปลอดบุหรี่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง พิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไว้ในหลักสูตรของโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการตามมาตรการโรงเรียนปลอดบุหรี่ และเป็นโจทย์ให้กับโครงการหน่วยวิชาการบ่มเพาะเครือข่ายนักจัดการปัจจัยเสี่ยง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อทำวิจัยให้โรงเรียนที่เหลือ เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินมาตรการโรงเรียนปลอดบุหรี่

“เราพิสูจน์แล้วว่าหากทุกโรงเรียนสามารถดำเนินการทั้ง 7 มาตรการนี้ จะทำให้โรงเรียนปลอดบุหรี่ได้อย่างแท้จริง” ศ.นพ.ประกิต กล่าวทิ้งท้าย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon