หน้าแรก เกาะกระแสโซเชียล เปิดใจร้านกาแ...

เปิดใจร้านกาแฟหาดใหญ่ ได้โนติสเรียก 2 ล้าน ปมใช้ถ้วยเหมือน เคยโต้ ‘ปังชา’ ฟ้องร้านเล็กทำไม

1.09.23 | 09:33 น.

เปิดใจร้านกาแฟหาดใหญ่ ได้โนติสเรียก 2 ล้าน ปมใช้ถ้วยเหมือน เคยโต้ ‘ปังชา’ ทำไมไม่จับแหล่งผลิด มาฟ้องร้านเล็กทำไม

กระแสข่าวจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (Trademark) ของ ร้านลูกไก่ทอง เจ้าของตำรับ ปังชา ไม่เลือนหายไปจากหน้าสื่อง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อเกิดกรณีผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า 1 ราย ได้รับโนติสจากทนายความ ขอให้ยุติการกระทำอันเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า พร้อมเรียกค่าเสียหายหลักแสน รวมถึงหลักร้อยล้านบาท ตลอดจนให้ขอโทษหน้าสื่อด้วยนั้น

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ร้านตั้งใจชง (Tang Jai Chong) ตั้งอยู่ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก็ได้รับโนติส ลงวันที่ 28 เมษายน 2566 ให้ยุติการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับสิทธิบัตรของผู้อื่น (ถ้วยไอศกรีม) พร้อมเรียกค่าเสียหาย 2 ล้านบาท

ล่าสุดวันที่ 1 กันยายน น.ส.นุ๊ก เจ้าของร้านตั้งใจชง เปิดใจว่า ตนได้รับหนังสือโนติสเมื่อประมาณวันที่ 30 เม.ย.2566 โดยเอกสารระบุว่า “ขอให้ยุติการใช้ผลิตภัณฑ์ถ้วยไอศกรีม ที่ได้รับสิทธิบัตรของผู้อื่น เนื่องจากบริษัทผู้ร้องนั้นได้รับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

โดยทนายความผู้รับมอบอำนาจ ระบุขอให้ร้าน ตั้งใจชง ยุติการใช้ผลิตภัณฑ์ถ้วยไอศกรีมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผลิต ขาย ใช้ภายในร้าน หรือแม้แต่เป็นภาพถ่ายเพื่อการโฆษณา โดยขอให้ลบรูปภาพดังกล่าวออก นับตั้งแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หากท่านยังเพิกเฉย ไม่ยุติการใช้ผลิตภัณฑ์ถ้วยไอศกรีมดังกล่าว บริษัท ขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้ เป็นจำนวนเงิน 2,000,000 บาท และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement

น.ส.นุ๊กกล่าวว่า ร้านของตนได้ปิดร้านไปเมื่อช่วงโควิด-19 และเพิ่งกลับมารีโนเวตเปิดร้านเมื่อช่วงเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนคาดว่าทางร้านดังคงเห็นภาพถ้วยไอศกรีมของร้านตนจากตามเพจต่างๆ ที่ได้มีการรีวิวร้านตนไป เพราะร้านตั้งใจชงเป็นที่รู้จักในหาดใหญ่อยู่แล้ว

น.ส.นุ๊กกล่าวต่อว่า สำหรับถ้วยไอศกรีมที่ร้านดังจดสิทธิบัตรนั้น ทางร้านยืนยันว่าไม่เหมือนกันเลย โดยของร้านตนจะเป็น 3 หยัก แต่ของร้านดังจะเป็น 4 หยัก และตนไปซื้อถ้วยดังกล่าวมาจากจตุจักรเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ยังถามกับพนักงานในร้านเลยว่าตกลงเราผิดเหรอ เราไปเลียนแบบเขาจริงเหรอ และตนก็ได้โต้แย้งไปแล้วว่าหากจะจับจริงๆ คงต้องไปจับคนผลิตถ้วย ไม่ใช่มาฟ้องร้านเล็กๆ แบบนี้ อีกทั้งหากว่าจะจดลิขสิทธิ์จริงๆ ควรจะมีเอกลักษณ์ที่ยากต่อการเลียนแบบกว่านี้

น.ส.นุ๊กกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม หลังได้รับหนังสือโนติส ตนก็มองว่าร้านของตนเป็นร้านค้าเล็ก ๆ การเสีย 2 ล้านบาทไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และได้มีการพูดคุยกับทนายร้านดัง แล้วไม่อยากมีปัญหา จึงทำการเปลี่ยนถ้วย 3-4 วันหลังจากนั้น รวมถึงลบภาพทุกอย่างที่เห็นภาพถ้วยออก แต่ส่วนที่มีการรีวิวตามเพจต่างๆ ตนก็ไม่สามารถไปบอกให้เขาลบได้ อีกทั้ง ตนมองว่ามันเกิน 48 ชั่วโมงไปแล้ว

น.ส.นุ๊กกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ เพื่อนของตนที่เป็นนักธุรกิจก็เคยแนะนำแล้วว่าถ้วยของร้านดังกับร้านตั้งใจชงนั้นเหมือนกันอย่างไร พร้อมกับบอกตนว่าไม่เห็นจำเป็นต้องเปลี่ยนถ้วยเลย แล้วบังเอิญว่าวันนี้เพื่อนคนดังกล่าวมาที่ร้านจึงได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงเฟซบุ๊กไป และไม่ได้คิดว่าจะเป็นประเด็นขึ้นมา

น.ส.นุ๊กกล่าวว่า สำหรับเมนูของร้านตนที่เป็นเมนูปังเย็นราดชาไทยนั้นมีมานานแล้ว ตั้งแต่ร้านเปิดเมื่อปี 2016 โดยใช้ชื่อเมนูว่า “ปังหนาว” หรือ “ปังเย็นชาไทย”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง