ประกาศแล้ว! คำสั่งม.44 ปลดล็อคข้อจำกัดลงทุนอีอีซี-ร่นระยะเวลาขั้นตอนEIA

ภาพกราฟิกลิขสิทธิ์

วันนี้ (๒๖ พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๘/๒๕๖๐ เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เพื่อให้การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับข้อ ๑๓ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยข้อเสนอแนะของนายกรัฐมนตรี จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๒/๑ ข้อ ๑๒/๒ และข้อ ๑๒/๓ ของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

“ข้อ ๑๒/๑ การดําเนินโครงการหรือกิจการใดภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกบรรดาที่ต้องดําเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ชํานาญการเพื่อพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการหรือกิจการนั้นเป็นการเฉพาะ กับให้มีอํานาจกําหนดหลักเกณฑ์การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษเพิ่มเติมจาก สกรศ. หรือผู้ขออนุญาต แล้วแต่กรณี เพื่อนําไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนพิเศษแก่คณะกรรมการผู้ชํานาญการตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกําหนดในการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันทีได้รับรายงานที่ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาในกรณีที่ไม่มีผู้ชํานาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมสําหรับโครงการหรือกิจกรรมใด หรือมีแต่น้อยกว่าสามราย ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีหน้าที่อนุญาตให้มีผู้ชํานาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นโดยเร็ว โดยมิให้นําความในมาตรา ๕๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาใช้บังคับ และในโครงการหรือกิจกรรมที่มีวงเงินดําเนินการเกินหนึ่งพันล้านบาท คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจะอนุญาตให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยที่มีประสบการณ์และผลงานด้านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะทํานองเดียวกับโครงการหรือกิจกรรมนั้นในต่างประเทศ เป็นผู้ชํานาญการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ได้

ข้อ ๑๒/๒ เพื่อให้การพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพให้คณะกรรมการนโยบายประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการ
ร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน โดยครอบคลุมการเสนอโครงการ การดําเนินโครงการการกํากับดูแลและติดตามผลการดําเนินการ การแก้ไขหรือยกเลิกสัญญา การทําสัญญาใหม่การกําหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ การสนับสนุนเอกชน การใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุรวมทั้งที่ดินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของหน่วยงานของรัฐในเขตส่งเสริม และการอื่นใดอันจําเป็นบรรดาที่เกี่ยวกับการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงหลักการความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐกับเอกชน หลักการเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรการป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้กําหนดด้วยว่าจะให้ใช้กับโครงการใด หรือโครงการประเภทหรือลักษณะใดและเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้การร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนตามประกาศที่ออกตามความในข้อนี้ให้ถือว่าการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือการให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนนั้นได้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐแล้ว

ข้อ ๑๒/๓ มิให้นํามาตรา ๔๑/๒๓ มาตรา ๔๑/๓๓ และมาตรา ๔๑/๙๕ แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑มาใช้บังคับแก่ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยาน ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสําคัญของอากาศยานและผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อม ซึ่งประกอบกิจการในเขตส่งเสริม แต่ผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตอากาศยานผู้ขอรับใบอนุญาตผลิตส่วนประกอบสําคัญของอากาศยาน และผู้ขอรับใบรับรองหน่วยซ่อม ซึ่งประกอบกิจการในเขตส่งเสริมต้องมีคุณสมบัติตามที่เลขาธิการกําหนดโดยความเห็นชอบของผู้อํานวยการสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย”

ข้อ ๒ ในกรณีที่เห็นสมควร นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้
ข้อ ๓ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon