‘ไอแบงก์’ ลั่นปีหน้าพลิกกลับมามีกำไรเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี-อ้อนรัฐวิสาหกิจมากู้เงิน

นายวิทัย รัตนากร กรรมการและรักษาการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์) เปิดเผยว่า เข้ามารับตำแหน่งรักษาการไอแบงก์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 โดยขอเวลาจากออมสินในตำแหน่งรองผู้อำนวยงานธนาคารออมสิน มาทำงานไอแบงก์เป็นเวลา 1 ปี ตั้งเป้าหมายการทำงานว่าในปี 2561 ไอแบงก์ต้องพลิกกลับมามีกำไรเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และสามารถทำให้ธนาคารเดินหน้าต่อไปได้ และมีข้อสรุปในเรื่องพันธมิตร

นายวิทัย กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารยังมีสถานะขาดทุน มีหนี้เสีย(เอ็นพีเอฟ) ยังเหลืออยู่ 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น16% โดยก่อนหน้านี้โอนหนี้ไปยังบริษัท บริหารสินทรัพย์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด(ไอแอม) จำนวน4- 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนดำเนินการธนาคารช่วง 1 ปีข้างหน้า เพื่อดูว่าการเพิ่มทุนกระทรวงการคลังเตรียมไว้ 18,000 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง(บีโอเอส) อยู่ที่ 0% จะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะเงินที่เตรียมไว้นั้นไม่รวมในส่วนหนี้เสียไหลมาอีก 7,000 ล้านบาท

“ขณะนี้กำลังดูตัวเลขทั้งหมดของธนาคารใหม่ เพื่อดูว่าแผนของธนาคารต่อไปเดินอย่างไร รวมถึงต้องดูแผนที่ทำให้ธนาคารมีกำไรเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี สิ่งสำคัญทำให้มีกำไรคือ เร่งปล่อยสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมีสินเชื่อคงค้าง 4.4 หมื่นล้านบาท แต่มีเงินฝากสูงถึง 9 หมื่นล้านบาท โดยจะพยายามลดต้นทุนเงินฝากลงต้นทุนเงินฝากธนาคารล่าสุดอยู่ที่ 1.84% ถ้าสามารถลดต้นทุนเงินฝากได้ 15-20 สตางค์ ลดต้นทุนไปได้ถึง 200-300 ล้านบาทต่อปี ”นายวิทัย กล่าว

นายวิทัย กล่าวว่า แผนงานทั้งหมดจะสรุปภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโบบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) โดยขณะนี้ไอแบงก์สามารถปล่อยสินเชื่อสูงขึ้นจากเดิมถูกกำหนดให้ปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 200 ล้านบาท แต่ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ผ่อนปรนให้สารถปล่อยสินเชื่อกลุ่มลูกค้ารายได้รายละไม่เกิน 1,000 ล้านบาท กลุ่มลูกค้ารายใหม่รายละไม่เกิน 500 ล้านบาท และกลุ่มลูกค้ารัฐวิสาหกิจรายละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยมีแผนจะเข้าไปหารือกับกับรัฐวิสาหกิจ และบริษัทเอกชนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขอให้มาใช้สินเชื่อจากไอแบงก์ ทำให้สินเชื่อธนาคารเพิ่มขึ้น เพราะที่ผ่านมาการปล่อยสินเชื่อธนาคารอยู่ในระดับที่ติดลบ

ด้านนายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการไอแบงก์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาผลการดำเนินงานในไอแบงก์ในช่วง 3 ปี ดีขึ้นเป็นลำดับ และมีความคืบหน้าตามโจทย์ที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจมอบหมายมา คือ พยายามทำให้ไม่ขาดทุน ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ แยกหนี้เสียออกมาโอนไปไอแอม ทำสำเร็จไปแล้ว และข้อสุดท้ายคือการหาพันธมิตรถือเป็นความท้าทายต้องทำให้สำเร็จ แต่คิดว่าไม่ง่าย โดยขณะนี้มีพันธมิตรอยู่ระหว่างการเจรจา 3 ราย

บทความก่อนหน้านี้“ไทยเบฟ”รับขึ้นภาษีสรรพสามิต-ภาษีเครื่องดื่มน้ำตาล กระทบธุรกิจ มั่นใจรับมือได้ ส่ง “รวงข้าว ซิลเวอร์” สุราขาวพรีเมียมตีตลาดเอเชีย
บทความถัดไปสุจิตต์ วงษ์เทศ : โซตัสในความเป็นไทย