‘สมคิด’ลั่นใช้แบงก์รัฐเปลี่ยนแปลงมโหฬารระดับท้องถิ่น สั่งรสก.ทำงานประกบยุทธศาสตร์ชาติ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมสัมมนาผู้บริหารสูงสุดรัฐวิสาหกิจ (SOE CEO Forum) ทั้ง 55 แห่ง ครั้งที่ 2 ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (แม่เมาะ) อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ว่า ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ระบุว่าปีที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ (รสก.) สามารถทำให้การเบิกจ่ายก้าวกระโดดและเป็นหนึ่งตัวสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ รสก.สามารถจะทำได้มากกว่านี้ หน้าที่ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยเร่งการใช้จ่ายงบ ซึ่งเป็นหน้าที่อยู่แล้ว ยกตัวอย่าง ประเทศจีน รสก.จีนขณะนี้กลายเป็นโมเดลเข้าไปในยุทธศาสตร์ประเทศ ขณะที่เอกชนจีน รัฐบาลก็สนับสนุนเชิงทำธุรกิจคู่ขนานกันไป จากหลายปีที่ผ่านมา ต่างชาติมองว่า รสก.จะเจ๊ง ดังนั้น สำหรับ รสก.ไทยมี 2 เรื่องที่ฝากไว้

เรื่องแรก อยากให้ รสก.สามารถตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติได้ในอนาคตข้างหน้า เช่น ผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรืออีแกต (EGAT) เราจะพัฒนาท้องถิ่นอย่างไร จ.ลำปางอยู่ใกล้เชียงใหม่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 8-10 ล้านคน ต้องคิดใหม่ทำอย่างไรให้ดึงนักท่องเที่ยวมา จ.ลำปาง โดยร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ทำให้ชาวบ้านมีโอกาสทำมาหากิน น่าดึงดูดการลงทุน ไม่จำเป็นต้องมีสนามบินใหญ่โต แต่สามารถดึงนักท่องเที่ยวมาสักครึ่งหนึ่งของ จ.เชียงใหม่ให้ได้ คิดดูว่า จ.ลำปาง จ.ลำพูนจะเติบโตแค่ไหน

โดย รสก.ช่วยสร้างสตาร์ตอัพขึ้นมาได้ นโยบายรัฐบาลไม่ได้แค่อาศัยมหาวิทยาลัย แต่สามารถผลิตช่างเทคนิค ช่างอาชีวะ ในความดูแลของอีแกตได้ ในอนาคตสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะให้สิทธิประโยชน์เพิ่ม หากบริษัทไหนมาตั้งผลิตบุคลากร หรือเชิญต่างประเทศมาผลิตบุคลากร เพราะเราผลิตกันเองไม่ทัน และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) การบินไทย และ รสก.อื่นๆ ก็ทำได้ ขณะเดียวกันในอนาคตแบงก์ก็ให้สินเชื่อทำอาชีพตนเองได้

เรื่องที่สอง ทำให้องค์กร รสก.แข็งแรง แข็งแกร่ง ยิ่งใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าต้องมีขนาดใหญ่ ต้องมีประสิทธิภาพที่สูง มีผลกระทบที่แรง ดิจิทัลมาแน่นอน รสก.ต้องเป็นผู้นำกว่าหน่วยราชการ และเป็นตัวอย่างในการทำบิ๊กดาต้า เพราะ รสก.สามารถขยับได้เร็ว เชื่อพลังของ รสก.ทุกแห่ง ขอให้ร่วมมือกัน สร้างการท่องเที่ยวชุมชน นำข้อมูลมาทำบิ๊กดาต้า ทำอะไรได้บ้างกับดิจิทัล บิ๊กดาต้า และเอาตัวอย่างขยายให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารระดับสูงไม่ใช่แค่ซีอีโอ แต่คือคนสร้างความเปลี่ยนแปลง เราต้องการผู้นำความเปลี่ยนแปลง สร้างสิ่งใหม่ๆ ออกมา มาเสริมธุรกิจ สังคมด้วย นั่นแหละคือซีอีโอที่แท้จริง

“ผมจะใช้แบงก์รัฐสร้างความเปลี่ยนแปลงมโหฬาร โดยจะต้องลงสู่ท้องถิ่น อย่าบอกว่าจะทำให้หนี้เสียที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้พุ่ง คนจนท้องถิ่นมีหนี้เยอะ เงินไม่มี หากไม่ให้โอกาสตั้งตัวจะเอาเงินมาจากไหน หากเขาไม่มีโอกาสจะยิ่งจนๆ กลายเป็นจนดักดาน ดังนั้น ในหนึ่งปีนี้แบงก์รัฐจะรวมกันให้ล้วงข้อมูลทั้งหมด เชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด เอสเอ็มอีแบงก์ ออมสิน เอ็กซิมแบงก์ กรุงไทย แต่ละแบงก์ก็รับแต่ละกลุ่มเอสเอ็มอีไป ขาดเหลืออะไรก็บอกมา โดยเอ็กซิมแบงก์เป็นที่พึ่งเอสเอ็มอีไปต่างประเทศ อย่าจำกัดแค่ในประเทศ มองกรอบใหม่ จะเห็นมิติใหม่สร้างงาน ให้คนมีรายได้ สร้างเศรษฐกิจชุมชน และนำธุรกิจไปสู่ต่างประเทศ”

นายสมคิดกล่าวอีกว่า ส่วน สคร.ดูตัวชี้วัดการทำงาน (เคพีไอ) สิ่งที่สามารถสนองนโยบายประเทศคืออะไร เคพีไอแท้จริง คือ พัฒนาท้องถิ่นได้ แม้ รสก.จะส่งรายได้เข้ารัฐลดลงไม่เป็นไร แต่จะเป็นการช่วยลดรายจ่ายรัฐที่ต้องลงทุนเพิ่มใหม่ เรื่องนี้อยู่ที่มุมมองซีอีโอ หลายองค์กรที่เคยบอกเรื่องนี้แล้วเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ขอทำให้เกิดขึ้นในปีหน้า สิ่งดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นการขอร้อง

“ประเทศหรือองค์กร เหมือนคนเรา ต้องรู้ตัวว่าทำอะไร ทิศทางไหน ต้องมียุทธศาสตร์ ข้อมูลข่าวสารรู้เขาเรา รู้มากยิ่งดี ไม่ใช่เอาข้อมูลขยะกองใหญ่มารวมกัน ไม่มีประโยชน์ ต้องเอาข้อมูลออกมาแล้วรู้ว่าจะทำ ถ้าจำเป็นให้ สคร.จัดหางบประมาณ จ้างผู้เชี่ยวชาญทำเรื่องบิ๊กดาต้า หากไม่มีงบ ก็เก็บจาก รสก.ก็ได้ ขอเรี่ยไรจาก รสก.ทำขึ้นมา ปีหน้าต้องเห็นผลออกมาว่าแต่ละองค์กรทำอะไร คลัสเตอร์ไหน อะไรทำก่อน นี่คือ เคพีไอสำคัญ โดยต้องการให้ทำอย่างเร็วและเห็นผล ต้องการทำให้คนทำธุรกิจ สตาร์ตอัพ เอสเอ็มอี อยู่ได้ บิ๊กดาต้าไม่ใช่แค่ข้อมูลน้ำไฟ แต่ต้องเชื่อมโยงไปสู่สมาร์ทซิตี้ด้วย เอาการท่องเที่ยวพัฒนาท้องถิ่นควบคู่กับส่งออกอุตสาหกรรมต้องไปด้วยกัน ต้องคิดให้ภาษีจูงใจไปเที่ยวเมืองรอง ให้ลดภาษี จูงใจคนเที่ยว และโอเปอเรเตอร์ด้วย ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคิด อย่าคิดยาว เราต้องคิดนอกกรอบและทำให้ได้ ปีหน้าจะได้รู้ว่าไทยเปลี่ยนสู่ดิจิทัลแล้ว ไม่ใช่อนาล็อกอีกต่อไป”

นายสมคิดกล่าวในตอนท้ายว่า วันแรกที่ตนเองเข้ามาทำงาน บอกว่ามี 2 ภารกิจ คือ จะทำสิ่งที่ไม่ทำให้เศรษฐกิจทรุด และขับเคลื่อนการปฏิรูป วันนี้ภารกิจแรกจบแล้ว ภาพแมคโครดีขึ้นแล้ว ผ่านแล้ว ส่วนภารกิจการแก้ปัญหาความยากจนเป็นเรื่องสะสมมานาน เป็นเรื่องโครงสร้างและสิ่งแวดล้อม การเข้าไม่ถึงความเจริญและโอกาส เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องช่วยเหลือกันและกัน จากนี้และปีหน้าเราจะโฟกัสการพัฒนาท้องถิ่น

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฮือฮา!! ผอ.สพป.โคราช 7 ปฏิเสธหนังสือศธจ.โคราช เชิญร่วมงานครูบรรจุใหม่ “ทราบ-ไม่ไป”
บทความถัดไป‘เมย์’ อัดสาวแคานาดาเข้าตัดเชือกแบดฮ่องกง ‘กิ๊ฟ-วิว’ ชนมังกรมือ 1 โลก