เหยื่อสหกรณ์ดาบตำรวจเลยพ้อจำนำปืนส่งดอกเบี้ยเพราะธนาคารจะฟ้องยึดบ้าน

กรณี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีต ผบก.ภ.จ.เลย และประธานสหกรณ์ตำรวจโดยตำแหน่ง ได้ทำโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ ได้หลอกให้ตำรวจที่รวมเข้าโครงการ 192 คน กู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลย มาลงทุน จนต้องสูญเงิน 229, 476,840 บาท หลังจากที่ตำรวจผู้เข้าร่วมโครงการต้องทำหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และส่งตัวแทนเดินทางเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอยืนหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในเช้าของวันที่ 30 พ.ค. และยังจะเข้าแจ้งความกับกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รวมทั้งขอให้ ปปง.และ ป.ป.ช.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ล่าสุด วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจาก บช.ภ. 4 ได้ลงมาสอบปากคำตัวแทนตำรวจที่ได้รับความเสียหายโรงพักละ 2 นาย 40 คน และยังเรียกตัวแทนของสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ของตำรวจ 192 นาย มาให้การ ทั้งนี้ เพื่อจะรวบรวมรายละเอียดของการเข้าร่วมโครงการ ด้านพล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย และประธานสหกรณ์ตำรวจเลย ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ในเรื่องนี้ทางผู้ใหญ่ได้รับทราบปัญหาแล้ว และกำลังแก้ปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว คาดว่าจะสรุปได้ว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่อย่างไร คณะกรรมการการสอบสวนหาข้อเท็จจริงก็ได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้อง และสถาบันการเงิน ครบเสร็จแล้ว

ส่วนตำรวจที่เข้าร่วมโครงการ ยศนายดาบคนหนึ่งได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ได้รับความเดือดร้อนมากกับโครงการนี้ เริ่มแรกโครงการนี้ อดีต ผบก.ภ.จ.เลย ได้ชักชวนให้สมาชิกตำรวจรวมหนี้ ที่เป็นหนี้ตามธนาคารต่างๆ โดยเป็นนโยบายของสหกรณ์ ให้กู้เงินของสหกรณ์ไปชำระหนี้ที่ติดกับธนาคาร โดยให้เหลือหนี้กับสหกรณ์ทางเดียว พวกเราทั้ง 192 คนก็ได้กู้สหกรณ์ โดยส่วนตัวตนกู้สหกรณ์ได้มา 3 ล้านบาท พอกู้มาได้ทางอดีต ผบก.ภ.จ.เลย ได้เสนอมาว่าเงินที่กู้จากสหกรณ์ผมจะเอาใช้เองและเอาไปลงทุนให้ โดยเงินที่เป็นหนี้กับธนาคาร ทางอดีต ผบก.ภ.จ.เลย จะผ่อนชำระให้หมดภายใน 3 ปี ส่วนเงินที่กู้กับสหกรณ์ก็ให้หักเงินเดือนตามปกติ โดยโครงการเริ่มแรกเดือนเมษายน ปี 60 อดีต ผบก.ภ.จ.เลย ทางอดีต ผบก.ภ.จ.เลย ก็ส่งให้ธนาคารมาตลอด พอมาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 61 กลับไม่มีเงินส่งมาเสียดอกให้กับธนาคาร พอเข้าเดือนพฤษภาคม ทางธนาคารส่งจดหมายทวงหนี้มา และจะฟ้องยึดทรัพย์ เงินพวกตนโดนสหกรณ์หักบัญชีคงเหลือ 2,000 บาท ทุกเดือนตนถูกเร่งรัดหนี้จากธนาคาร 4-5 เดือนมาแล้ว ทั้งต้นทั้งดอกบัญชีเงินกู้ไม่มีการเคลื่อนไหว ดอกเบี้ยขึ้นทุกวัน จนไม่เป็นอันกินอันนอนกลัวธนาคารจะฟ้องยึดบ้าน วันนี้ตนได้เอาปืนประจำตัวไปจำนำได้มา 3 หมื่นกว่าบาท เพื่อไปเสียค่าดอกเบี้ยและปรับสภาพหนี้ใหม่ขอจ่ายให้น้อยลง ทางธนาคารก็ยอมเห็นใจ เพื่อนบางคนเดือดร้อนอย่างหนักไหนลูกเปิดโรงเรียน เงินเดือนเหลือพันกว่าบาท ไว้ใช้ทั้งครอบครัวทั้งเดือน คิดดูเราเดือดร้อนกันขนาดไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฮือฮา!! ‘อุ๊ หฤทัย’ ครอบครองภาพวาดระดับโลก ‘วินเซนต์ แวนโก๊ะ’ มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท
บทความถัดไปหนึ่งราชภัฏ หนึ่งพื้นที่ปฏิบัติการชุมชน Social Lab