แฟลชสปีช : สองหนทางที่ต้องเลือก

8.10.23 | 13:06 น.

ชั ดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า ทางเดินของเพื่อไทยกับก้าวไกลไม่ใช่เป็นแค่ทางขนานที่หมดโอกาสที่จะมาร่วมมือกัน แต่ยังมีแนวโน้มที่จะปะทะกันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ในอนาคต

แถมเป็นไปในทุกมิติ

ในทางการเมืองเพื่อไทยในนามแกนนำรัฐบาลประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อภารกิจหาข้อสรุปการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญปรากฏว่าก้าวไกลประกาศไม่เข้าร่วมด้วย โดยเพื่อไทยแสดงออกชัดเจนว่าไม่แคร์

ขณะที่ก้าวไกลเสนอ...นิรโทษกรรมคดีการเมือง แต่เพื่อไทยมองว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่ในสังคม โดยก้าวไกลยืนยันที่จะเดินหน้า

การดำเนินภารกิจที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาให้ภาพว่าก้าวไกลเล่นเกมรุกที่จะปรับโครงสร้างอำนาจอย่างไม่ประนีประนอม เป็นงานเชิงอุดมคติคิดว่าโครงสร้างอำนาจประเทศควรเป็นอย่างไร ก็จัดการให้ชัดเจนเพื่อเป็นอย่างนั้น ไม่อ้อมค้อมเป็นอื่น ขณะที่เพื่อไทยยังยึดแนวทางจัดการเท่าที่ความเป็นจริงจะเอื้อให้ทำได้

Advertisement

ขณะที่ก้าวไกลเห็นว่ารัฐธรรมนูญที่เอื้อให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร ก็เดินหน้าเสนอและจัดการให้เป็นอย่างนั้น โดยไม่สนใจว่าจะเกิดการคัดค้านจากใครหรือไม่ อย่างไร

ถือว่าการเสนอความคิดให้ประชาชนได้เห็นว่าโครงสร้างอำนาจที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์เป็นอย่างไร เป็นความสำเร็จ หลังจากทำให้ประชาชนเห็นและคิดแล้ว หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น จะจัดการอย่างไรเป็นเรื่องของประชาชน

หากจะให้พรรคก้าวไกลจัดการให้ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าต้องเลือกพรรคก้าวไกลให้เป็นรัฐบาลได้โดยไม่มีอุปสรรค

ขณะที่พรรคเพื่อไทยเชื่อในการจัดการในกรอบที่เป็นจริงได้การดำเนินการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นไปในแนวคิด จะต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่มีอำนาจกำหนด เป้าหมายอยู่ที่ต้องแก้ไขได้สำเร็จไม่ใช่เสนอแล้วไม่ผ่าน

แม้ที่สุดแล้วหลายเรื่องที่ควรแก้ไขจะไม่ได้รับการเสนอ ก็ต้องยอม ด้วยเห็นว่ายังดีกว่าเสนอไปเต็มสูบแล้วถูกตีตก ทำให้ไม่ได้อะไรขึ้นมา

และเชื่อว่า ความสำเร็จของสิ่งที่ทำได้จากการยอมรับความเป็นจริงนั้น จะเป็นผลงานที่สร้างความเชื่อถือศรัทธาให้ประชาชน แม้จะไม่ใช่ผลงานที่นำไปสู่เป้าหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

เช่นเดียวกับ...นิรโทษกรรมที่ก้าวไกลเสนอเพื่อสนับสนุนแนวคิดเคารพความเห็นต่างทางการเมืองเสนอเพื่อส่งข้อมูลที่ควรจะเป็นให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งเช่นเดียวกันเพื่อรับรู้ว่าหากต้องการให้การจัดการเป็นไปตามความคิด จะต้องเลือกก้าวไกลให้เป็นผู้บริหารประเทศโดยไม่ติดขัดกับอุปสรรค

แต่เพื่อไทยไม่เอาด้วยในเรื่องราวที่ประเมินว่าทำแล้วมีแนวโน้มจะพาการเมืองกลับสู่วงจรอุบาทว์ สร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง และนำสู่การเข้ามาเคลียร์ เพื่อรีสตาร์ต อำนาจโดยกองทัพ ไม่รู้จบรู้สิ้น

ต้องการอาศัยโอกาสในการได้เป็นรัฐบาล สร้างผลงานให้ประชาชนศรัทธา และอาศัยศรัทธาประชาชนจากผลงานเป็นกำแพงให้อิงหลัง ปกป้องให้ทำเรื่องอื่นๆ ต่อไป

การปะทะกันของ 2 กระแสนี้ ไม่ใช่เฉพาะในเวทีการเมืองหลัก อย่างรัฐสภา ในนามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น

แต่ยังลามมาถึงการฟัดกันในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เป็นไปอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างมีทีมที่จะสนับสนุนแนวคิดของฝ่ายตัว และห้ำหั่นทำลายความชอบธรรมของฝ่ายตรงกันข้าม

ถึงวันนี้ก้าวไกลกับเพื่อไทยที่เคยเป็นพันธมิตรประชาธิปไตยในช่วงรัฐบาลก่อนหน้า ได้กลายเป็นคู่ต่อสู้ที่เผชิญหน้ากันแบบไม่มีทางประนีประนอมแล้ว

และนั่นหมายถึง ความห้ำหั่นกันในมิติอื่น ไม่ว่าจะเป็นมาตรการแก้ไขเศรษฐกิจและเยียวยาสังคมที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ

ระหว่างการเดินหน้าสู่ที่ควรจะเป็นอย่างแข็งกร้าว กับทำเท่าที่พอจะทำได้จะถูกนำเสนอเพื่อให้ตัดสินว่าที่สุดแล้ว

ประชาชนส่วนใหญ่ เลือกแบบไหน

การ์ตอง