⦁…นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ได้กล่าวเชิญชวนประชาชนหลังการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมาว่า ในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รัฐบาลได้จัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวก คือ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประเทศอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวที่ประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จึงขอให้ประชาชนไทยทั่วประเทศเตรียมเข้าสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ ซึ่งจะอัญเชิญไปยังทุกภูมิภาค ระหว่าง 23 กุมภาพันธ์-18 มีนาคม 2567 เริ่มจากท้องสนามหลวงที่ กทม. ภาคเหนือที่เชียงใหม่ ภาคอีสานที่อุบลฯ และภาคใต้ที่กระบี่

สำหรับเรื่องนี้ เป็นแผนงานระหว่างประเทศ ได้มีการประชุมกันมาหลายรอบ ตระเตรียมการกันอย่างรอบคอบ มีการเดินทางไปตรวจดูสถานที่กันหลายครั้งหลายหน ดังที่มติชนได้ใช้พื้นที่คอลัมน์นี้ รายงานให้ทราบมาหลายหน โครงการมหามงคลในครั้งนี้รัฐบาลไทยโดยกระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับมือกับรัฐบาลอินเดีย หน่วยงานเอกชน ได้แก่ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุมหารืออีกครั้งที่กระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างรมต.เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เจ้ากระทรวงวัฒนธรรม, คุณศุภนิจ จัยวัฒน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, คุณมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ, อธิบดีชัยพล สุขเอี่ยม แห่งกรมการศาสนา, สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย, เกษม มูลจันทร์ รองเลขาธิการ, อภิศักดิ์ ธนเศรษฐกร ที่ปรึกษาสถาบัน ฯลฯ เพื่อซักซ้อมความพร้อมในด้านต่างๆ การรับพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ขั้นตอนในการอัญเชิญ การประชาสัมพันธ์ในทุกสื่อ การเผยแพร่ข้อมูลความรู้สู่ประชาชน การดูแลอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะมาสักการะในจุดประดิษฐาน รวมถึงกำหนดวันประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อสรุปงานในขั้นตอนสุดท้ายก่อนวันจริง
พร้อมกันนี้ ระหว่าง 27 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ คุณสุภชัยยังได้เดินทางพร้อมคณะผู้แทนจากพุทธวิหารสาญจี ผู้เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ สาธารณรัฐอินเดีย นายมานัส ทารัตน์ใจ ตัวแทนกรมการศาสนา, เคซัง วังดี (Mr.Kesang Wangdi) เลขาฯเอก สถานทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย ไปเยี่ยมชมมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ และเดินทางไปยัง จ.อุบลฯ ประชุมกับรองผู้ว่าฯและคณะ ตรวจสถานที่ประดิษฐานและห้องมั่นคง ซึ่งทางคณะผู้แทนจากพุทธวิหารสาญจี พอใจในความพร้อมของสถานที่ หลังจากเตรียมการมาพักใหญ่ ประเทศไทยมีความพร้อมเต็มที่ สำหรับงานมหามงคลในครั้งนี้
⦁ ⦁ ⦁ ⦁ ⦁ ⦁
⦁…เข้าเป็นนักเรียนนั่งฟังเลคเชอร์ในห้องมาได้ 3 เดือน “เอิร์ธ–สยาม เตียวตรานนท์” เจ้าของธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC รวมตัวกับเพื่อนๆ ในหมู่ที่ชื่อ “นกหัวขวาน” ล้วนแต่หนุ่มใหญ่ไฟกะพริบ อายุล่วงเข้าเลข 5 ทั้งข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และนักธุรกิจ รวม 28 คน มีหัวหน้าหมู่ชื่อ “พี่กบ–พล.ต.อภิสิทธิ์ บุศยารัศมี” นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผุดไอเดียอยากทำประโยชน์แก่สังคมในแบบฉบับซีเอสอาร์ “สุข–สนุกและได้บุญ” ด้วยการจัดคอนเสิร์ตหาเงินมอบให้โรงพยาบาลเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่มีชื่อเดียวกับชื่อหมู่ “คอนเสิร์ตนกหัวขวาน 66” นักร้องก็เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันกับกลุ่มผู้จัด มี ปู–พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, ฟอร์ด–สบชัย ไกรยูรเสน, ต้าร์ มิสเตอร์ทีม ร่วมด้วยศิลปินรับเชิญอื่นๆ อีกมากมาย จัดแสดงไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ได้เงินทั้งหมด 1 ล้านบาท มอบให้แก่โรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี แห่งละ 500,000 บาท ในวันงานคอนเสิร์ตทั้ง “คุณหมอยงยุทธ ศิริวัฒนอักษร” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช และ “คุณหมอพูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ขึ้นเวทีไปรับมอบด้วยตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ทำเอาคนจัดงานปลื้มปริ่มจวนเจียนน้ำตาไหล

“เอิร์ธ–สยาม” เป็นลูกชายทายาท “นายแพทย์ปรีชา เตียวตรานนท์” ผู้ก่อตั้งศูนย์ศัลยกรรมความงาม ผิวหนังและเลเซอร์ชื่อดังของเมืองไทย พีเอไอ ตั้งอยู่ย่านทำเลทองกลางสุขุมวิทแหล่งธุรกิจและที่อยู่ของบรรดาเศรษฐีทั้งหลาย “สยาม เตียวตรานนท์” เรียน วปอ.รุ่นที่ 66 ทำให้ได้พบปะกับคนหลากหลายวงการ เกิดความรู้สึกว่าคนวัยนี้เป็นวัยผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพสามารถทำธุรกิจหาเงินได้ระดับหนึ่ง จึงอยากให้สังคมได้เห็นการรวมตัวของคนมีศักยภาพ ไม่ใช่แค่กินดื่มสนุกไปวันๆ แต่สามารถทำประโยชน์เพื่อสังคมได้ตามความถนัดของแต่ละคน และที่สำคัญทุกคนมีจิตใจต้องการทำบุญร่วมกัน “คอนเสิร์ตนกหัวขวาน 66” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่อยากทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม ซึ่งครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ย้อนวันและวัยกลับไปเป็นนักศึกษามานั่งเรียนหนังสือ อีก 10 ปีข้างหน้าคงไม่มีโอกาสมารวมตัวกันอย่างนี้ ถึงแม้คอนเสิร์ตนี้จะเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เสร็จจากงานนี้แล้วยังมีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อื่นๆ อีก เพราะหมู่นกหัวขวานยังต้องเรียนร่วมกันไปจนถึงเดือนกันยายน 2567 มีเวลาอีกมากที่จะคิดโครงการดีๆ มาช่วยสังคม ส่วนจะเป็นโครงการอะไรนั้น ต้องติดตาม
คุณอ้อ

